วันนี้ผมมีนิทานสอนใจมาให้อ่านนะออเจ้า....
วันนี้ผมได้อ่านนิทานสอนใจมาและคิดว่า นิทานเรื่องนี้อ่านแล้วได้ข้อคิดดี เลยอยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ได้อ่านกันครับ.....นิทานเรื่อง ขายสติปัญญา
ในกาลก่อนนั้น.....สติปัญญา ความรู้ ความเฉลียวฉลาด ปราดเปรื่องนั้น มีการนำมาขายดังสินค้าต่างๆ เช่นปัจจุบันนี้. ดังนั้น ตลอดเวลาจะมีผู้นำเอาสติปัญญาความรู้นี้มาขายเสมอ..
วันหนึ่งในช่วงเวลาบ่าย แดดร้อนจัดจนเป็นเปลว มีชายคนหนึ่งนำเอาปัญญามาขาย โดยบัญจุตัวปัญญาลงในกระทอจนเต็มแล้ว หาบผ่านเปลวแดดมาจนถึงประตูเมือง ครั้นจะเข้าไปทันทีก็เกรงว่า อากาศร้อนๆเช่นนี้ จะทำให้อารมณ์ของตนเสียไปได้....เขาจึงวอดส่ายสายตาดูร่มไม้ใหญ่บริเวณรอบๆ ในที่สุดก็มองเห็นร่มหว้าใหญ่ใบตก มีร่มแผ่กว้างน่าพัก เขาจึงแวะเข้าไปแล้ววางหาบตัวปัญญาที่นำมาขายลง แล้วเอนหลังหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน....จวบจนตะวันบ่ายคล้อยลง ความร้อนจึงค่อยบรรเทา ชายคนนั้นตื่นขึ้นแล้วไปล้างหน้าในสระน้ำใกล้กำแพงเมือง ตั้งใจว่าพอเสร็จธุระแล้วจะนำเอาตัวปัญญานำไปเสนอขายในเมืองทันที....
ขณะที่เขาเตรียมจัดหาบเพื่อจะเข้าไปในเมืองอยู่นั้นพอดีมีหมู่คนประมาณ 4-5 คน ออกจากประตูเมืองมา เมื่อมาถึงใต้ร่มหว้า ชายที่นำสติปัญญามาขายจึงร้องถามออกไปว่า พี่น้องทั้งหลาย ในพวกท่านมีใครบ้างไหมที่ต้องการซื้อปัญญาเอาไปใช้บ้าง ชาวบ้านเหล่านั้นหันหน้ามามองกันคนหนึ่งในพรรคพวกจึงถามว่าท่านเอ๋ย ปัญญานั้นมันเป็นเสมือนแก้วสารพัดนึก ซึ่งจะดลบรรดาล ให้ท่านล่วงรู้และสามารถประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ ที่แปลกใหม่ได้อีกมากมายไม่รู้จักจบจักสิ้นปัญญาจะช่วยให้บ้านเมืองที่หล้าหลังเจริญก้าวหน้า
คนหนึ่งในพรรคพวกเหล้านั้นอุทานออกมาด้วยความพอใจ โอ้โห...อย่างนั้นปัญญาก็เป็นแก้วสารพัดนึกนะสิ ที่จะสามารถดลบรรดาลสิ่งที่ต้องการได้ทุกสิ่งทุกอย่าง นอกจากนั้นปัญญายังช่วยให้เราล่วงรู้สิ่งที่เรายังไม่รู้ด้วยใช่ไหม. ชายผู้นั้นพยักหน้าแล้วตอบว่า จริงทีเดียวพวกท่านเข้าใจได้ถูกต้องแล้ว ปัญญาเปรียบเสมือนดวงแก้วที่จะส่องสว่างขจัดความโง่เขลาให้หายไปอย่างไรหละ พวกท่านมีความต้องการบ้างไหมเล่า เรากำลังนำมาเสนอขายจนถึงบ้านของพวกท่านแล้ว
....ชายคนหนึ่งในหมู่คนเหล่านั้นอยากจะลองดูว่าผู้ที่นำเอาปัญญามาขายนั้นจะฉลาดและล่วงรู้ทุกสิ่งดังที่เขากล่าวหรือไม่ เขาจึงกล้มดูรอบๆต้นหว้าใหญ่อย่างพินิจพิเคราะห์แล้วเอ๋ยปากถามว่า...เอาหละเมื่อท่านกล่าวว่าปัญญาจะสามารถทำให้เราล่วงรู้ทุ่งสิ่งทุกอย่างข้าพเจ้าขอเรียนถามท่านว่า ท่านรู้หรือไม่ว่ามีอะไรอยู่ใต้ดินตรงที่ท่านยืน..ถ้าหากท่านมีปัญญาจริงหวังว่าท่านคงจะตอบได้...
ชายคนนั้นยืนพินิจพิจารณาเป็นเวลานานก็ไม่สามรถตอบได้ว่าใต้บริเวณที่เขายืนมีอะไรอยู่ใต้พื้นดิน...เขาจึงย้อนถามกลับไปว่า..แล้วท่านตอบได้ไหมว่ามีอะไรอยู่ใต้เท้าที่เรายืนอยู่นี้....ชายคนนั้นพยักหน้าและตอบออกไปทันทีว่า...แม้เราจะไม่มีตัวปัญญามาขายแต่เรากล้าบอกได้เลยว่าตรงที่ท่านยืนอยู่มีไข่มดแดงดินรังใหญ่หากท่านไม่เชื่อก็ช่วยเราขุดดูสิ..หากไม่พบดังที่เราว่า..เรายอมให้ท่านปรับเราก็แล้วกัน.....ชายคนที่มาขายปัญญาตอบตกลง...
...จากนั้นคนทั้งหมดก็มาช่วยกันขุดดิน ขุดลงไปลึกจนท่วมศรีษะ จึงพบไข่มดแดงดินพร้อมทั้งมดจำนวนมากมายในโพรง....ซึ่งการกระทำครั้งนี้ ทำให้ผู้ชายที่นำเอาปัญญามาขายอับอายยิ่งนัก ด้วยเหตุนี้เขาจึงยกเอาหาบปัญญาเดินหันกลับไปทางเดิม ไม่เอาปัญญามาขายให้แก่ชาวเมืองนั้นอีกเพราะเจ็บใจที่ถูกสบประมาทต่อหน้า เขาออกเดินทางไปเรื่อยๆจนกระทั่งพบคนผิวขาวก็คือพบฝรั่งนั่นเอง เขาจึงนำเอาตัวปัญญานี้ นำออกไปขาย และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ชาวยุโรปเจริญรวดเร็วสามารถคิดประดิษฐ์สิ่งต่างๆได้โดยไม่รู้จักจบจักสิ้น...นอกจากนั้นยังมีการศึกษาเล่าเรียนตลอดจนวิธีค้นคว้าซึ่งดีกว่าพวกเราเสียอีก....
นิทานก็จบแล้วนะออเจ้า เพื่อนๆพี่ๆน้องๆคิดว่านิทานเรื่องนี้สอนอะไรเราบ้าง*
ขอขอบคุณทุกคนทุกท่านที่อ่าน และกดโหวต กดติดตามนะออเจ้า❤️❤️😊
อ่านเพลินเลยค่ะ น่าขบคิดนะคะ :)
😄
Congratulations @wachiraseedamuy! You have completed some achievement on Steemit and have been rewarded with new badge(s) :
Click on any badge to view your own Board of Honor on SteemitBoard.
To support your work, I also upvoted your post!
For more information about SteemitBoard, click here
If you no longer want to receive notifications, reply to this comment with the word
STOPDo not miss the last announcement from @steemitboard!
STOP