Spiritual Journey #3 : “ฤาษีเกษ” <Rishikesh> เมืองหลวงแห่งโยคีและที่บ่มเพาะทางจิตวิญาณของ “สี่เต่าทอง” <The Beatles>
เมืองฤาษีเกษ (Rishikesh) ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาหิมาลัยทางภาคเหนือของประเทศอินเดีย ในแคว้นเดห์ราดูน (Dehradun) เขตรัฐอุตตราขันฑ์ หรือ อุดตรประเทศ (Uttarakhand)
ฤาษีเกษเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางศาสนาและจิตวิญญาณมาตั้งแต่สมัยโบราณ ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยงามเมืองหนึ่งของอินเดีย ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำคงคา (Ganga) ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูง ฤาษีเกษได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งโยคะของโลก และในทุกๆปีที่นี่จะคราคร่ำไปด้วยเหล่าโยคี และบรรดาผู้ที่มาแสวงบุญ รวมถึงเหล่านักเรียนโยคะ และผู้ที่สนใจใฝ่ปฏิบัติตามวิถีทางแห่งโยคีจากทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมแนวผจญภัย อย่างเช่น การปีนเขา เดินป่า และการล่องแก่ง
ฤาษีเกษ (Rishikesh) ตามภาษาสันสกฤตเป็นชื่อของพระนารายณ์ มีรากศัพท์มาจากคำสองรวมกัน คือ คำว่า “Hrishika” หมายถึง “ประสาทสัมผัส” และคำว่า “Isha” หมายถึง “พระเจ้า” รวมกันได้เป็นคำว่า “Hrishikesh” ซึ่งหมายถึง “สัมผัสแห่งพระเจ้า” และ “พระเจ้า” ในที่นี้ก็คือ “มหาเทพนารายณ์” นั่นเอง …ต่อมาภายหลังชื่อนี้ได้ถูกเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็น “Rishikesh” ในปัจจุบัน
ตามตำนานกล่าวไว้ว่า มีนักพรตชื่อ Raibhya Rishi นั่งบำเพ็ญตบะอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา พระนารายณ์ในอวตารของ Hrishikesh หรือ พระกฤษณะ (Krishna) ได้มาปรากฏตัวให้เห็นใต้ต้นมะม่วงใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดที่นักพรตนั่งบำเพ็ญตบะอยู่ เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนสำหรับความพากเพียรในการบำเพ็ญตบะของเขา เมืองนี้จึงถูกเรียกว่า Rishikesh ตามชื่ออวตารของเทพนารายณ์ตั้งแต่นั้นมา
ในฐานะที่เราเป็นคนหนึ่งที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับวิถีปฏิบัติแห่งโยคี และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีโอกาสได้ฝึกฝนโยคะอาสนะกับครูที่จบมาทางสายประเพณีนิยมอย่างเข้มช้น แล้วเกิดความประทับใจในวิถีปฎิบัตินี้ จึงเห็นสมควรว่าเป็นการดีที่เราควรต้องไปเยือนเมืองนี้สักครั้งในชีวิต เราจึงบรรจุฤาษีเกษไว้เป็นหนึ่งในหมุดหมายของการเดินทาง
เราเดินทางไปที่นั่นเมือเดือนตุลาคม ปี 2015 ซึ่งอยู่ในช่วงต้นหน้าหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 14 – 20 องศาเซลเซียส อากาศกำลังดี ไม่หนาวมากในตอนเช้า และเย็นสบายในตอนกลางวัน ระหว่างที่พักอาศัยอยู่นั่นเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ต้องยอมรับว่านอกจากวิถีแห่งโยคีที่เข้มข้นแล้ว ฤาษีเกษยังเป็นเมืองที่มนต์ขลังและมีพลังพิเศษที่คอยจุดประกายจิตวิญญาณของเราให้เติบโต และค้นพบกับพลังสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ที่มีอยู่ภายใน ด้วยความงดงามตามธรรมชาติและวัฒนธรรมของคนต่างเชื้อชาติต่างภาษา ที่อาศัยอยู่รวมกันได้อย่างกลมกลืนในเมืองที่เปี่ยมเสน่ห์แห่งนี้ ถือเป็นแรงบันดาลใจชั้นเยี่ยมให้แก่ศิลปิน หรือผู้ที่ทำงานสร้างสรรค์ทางศิลปะทั้งหลาย
คงเหมือนดังเช่นเมื่อครั้งหนึ่ง ที่เมืองนี้ได้เคยเป็นสถานที่บ่มเพาะทางจิตวิญญาณและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ศิลปินระดับโลกได้สร้างสรรค์ผลงานอันสุดพิเศษ และประสบความสำเร็จมาแล้วนักต่อนัก และหนึ่งในนั้นก็คือ จอห์น เลนนอน, พอล แมคคาร์ตนีย์ และจอร์จ แฮร์ริสัน ศิลปินแห่งวง “สี่เต่าทอง” หรือ “The Beatels” นั่นเอง เมือครั้งที่พวกเขามาเยือนอาศรมของ มหาฤาษี มเหส โยคี ณ เมืองแห่งนี้ในปี 2511 …เพลงของพวกเขาได้ถูกเขียนขึ้นที่นี่มากกว่า 30 เพลง และเป็นเพลงส่วนใหญ่ใน “The White Album" หรือนั่นอาจจะเป็นเพราะพลังแห่งเทพ “Hrishikesh” หรือ “พระกฤษณะ” (Krishna) ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพแห่งความรักและเสียงดนตรี ที่คอยคุ้มครองและปกปักรักษาเมืองนี้อยู่มาแต่ครั้งอดีตกาลจนถึงปัจจุบันก็เป็นได้
“To sustain this world with your love and compassion"
การเดินทางสายจิตวิญญาณ #1 : ปิรามิดแห่ง Dhualadhars
การเดินทางสายจิตวิญญาณ #2 : ข้าวมธุปายาสแห่งพุทธคยา
การเตะตัดขาจากสรวงสวรรค์ #1 : อวสาร Manual PEN E-P3 ที่บรัสเซลล์
สิ่งเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้เราสามารถสร้างโพสต์ที่ดีออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
Thankful for all followers, upvotes and comments,
you give me energy to create more good posts.
@bbkastro
เล่าซะน้องอยากลองไปเลย ดูมีมนต์ขลัง อินเดียเป็นประเทศที่มีความเข้มข้นทางวัฒนธรรมจริงๆ
ใช่ค่ะคุณน้อง รากวัฒนธรรมเอเชีย-ยุโรป ก็เชื่อมโยงกันที่อินเดียนี่แหล่ะค่ะ ที่นี่เราจะได้เห็นสองขั้วที่แตกต่างในความเป็นโลกเลยล่ะค่ะ
แต่วิคงไม่กล้าไปอ้ะพี่ 555 ถ้าเดินทางไม่สะดวกสบาย ต้องแบบเรียลๆ ลุยๆ คงจะไม่ได้แล้ว คนที่ไปอินเดียได้แบบแบ็คแพ็คเกอร์วินับถือเลยนะ ขอแบบสบายๆ ชิวล์ ไม่วุ่นวายแทน อยากไปภูฏาน
ก็ไปมันทั้งสองแบบมันนั่นเลยค่ะ ดีงาม
น่าสนใจมากเลยค่ะ ถือว่าเป็นวิถีชีวิตอีกแบบ😊
ใช่ค่ะ คุณแคท วิถีชีวิตคนเรามีลากหลาย และมีหลายมุมด้วยค่ะ :-)