Base on true story เรื่องสั้นบำบัด #5 : หล่อตกเรือ < The Handsome Partier >
Patrick มารอพบฉันแต่เช้า ตั้งแต่ยังไม่เปิดประตูออฟฟิศ เขาดูท่าทางอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน...ฉันจำได้ว่าเขายังสวมเสื้อผ้าชุดเดิม ชุดเดียวกันกับเมื่อวานนี้….เขาสวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อเจ็คเก็ตหนังสีน้ำตาลเข้ม...กางเกงยีนส์สีน้ำเงินขาเดฟ...ทรงผมสไตล์ Jame Deans ของเขาแม้ว่ามันจะดูยุ่งเหยิงไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับเมื่อเย็นวานนี้ แต่มันก็ยังดูเข้ากันได้ดีกับดวงตาสีฟ้าและใบหน้าคมเข้มได้รูปของเขา...
Image source
เป็นที่รู้กันว่าเขาเป็นหนุ่มหล่อขาปาร์ตี้ ชอบร้องเพลงและเต้นรำ เขาจะไปผับ บาร์ แทบทุกวัน และอยู่ตั้งแต่หัวค่ำจนใกล้เช้า เขาชอบพบปะผู้คน เสียงเพลง และแสงสี แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากชาวปาร์ตี้ทั่วไป คือเขาจะไม่แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เขาจะดื่มแค่น้ำผลไม้กับน้ำเปล่าเท่านั้น...เขาว่าถ้าที่ไหนมีเสียงดนตรี แค่น้ำเปล่า มันก็ทำให้เขาสนุกได้ บทสนทนาของฉันกับเขาเมื่อเย็นวานยังคงก้องอยู่ในหัว....
“…เรียบร้อยแล้วค่ะ ตั๋วเดินทางไปต่อวีซ่าที่ปีนังแบบ One Day Trip”
“...คุณแน่ใจนะครับว่า Option นี้ถูกที่สุดแล้ว”
“...ใช่ค่ะ ถูกและเร็วที่สุดแล้ว...ขอแต่ว่าคุณอย่าตกเรือก็แล้วกัน... เรือออกเวลาตีห้า ฉะนั้นคุณต้องไปถึงท่าเรือไม่เกินตีสี่สี่สิบห้านาทีนะคะ อย่าลืม เพราะถ้าตกเรือแล้วคุณจะต้องจ่ายเพิ่มอีก 50% เพื่อจองที่นั่งในวันถัดไป ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ถูกที่สุดอย่างที่มันควรจะเป็นแล้วล่ะค่ะ...”
“...เข้าใจแล้วครับ… เพราะผมคิดว่าคืนนี้ผมน่าจะกลับเร็ว…”
“...ตกลงคืนนี้ คุณก็ยังจะออกไปเต้นอีกหรือคะ...เป็นฉันนะ...กลับบ้านนอนอย่างเดียวแล้วค่ะ…”
Image Source
“....นัดเพื่อนไว้แล้วนะครับ คืนนี้ที่ Guys Bar ยังไงก็ต้องไป…”
“…ถ้าเป็นฉันนะคะคงจะไม่นอน ไหนๆก็ออกไปแล้ว ก็หาที่ Hang out ต่อแถวๆท่าเรือนั่นแหละค่ะ รอจนถึงตีห้าแล้วไปขึ้นเรือเลย...ไปนอนบนเรือเอา...เพราะสำหรับฉันถ้าเลยเที่ยงคืนไปแล้วยังไม่ได้นอน และต้องตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ฉันรู้ตัวว่าฉันคงทำไม่ได้ค่ะ...ไหนๆก็ไหนๆ แล้วอย่านอนมันเลยจะดีกว่า…”
“...ครับ...ผมเห็นเพื่อนบางคนของผมมีปัญหาเรื่องตกเรือก็เพราะดื่มจนเมาในคืนก่อนออกเดินทาง แล้วหลับแบบไม่ได้สติจนเลยเวลาเรือออก แต่สำหรับผมคงไม่มีปัญหาแบบนั้นหรอกครับ เพราะผมไม่ได้ดื่ม...”
“...โอเค....งั้นก็ขอให้โชคดีค่ะ...”
Image Source
จริงๆมันไม่เกี่ยวกันนักหรอกนะ คุณ Patrick....ฉันแอบค้านในใจจากประสบการณ์ตรงในการเคยนอนน้อย แล้วต้องฝืนตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปทำภารกิจสำคัญอยู่บ่อยครั้ง ในช่วงที่ยังอยู่ในเมือง มันช่างเป็นประสบการณ์ที่หนักหนาสากรรจ์อยู่ไม่น้อย ฉันรู้สึกกังวลใจแทนเขาเล็กน้อยเหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่าง... แล้วสิ่งที่ฉันคิดมันก็เกิดขึ้นจริงๆในเช้าวันนี้....วันที่มีเสียงโทรศัพท์จาก Mr.Kim ตัวแทนขายตั๋วเรือโทรมาแต่เช้าตั้งแต่ก่อนประตูออฟฟิศเปิด ซึ่งนั่นหมายความว่ามีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว... และเขา...Patrick หนุ่มตาสีฟ้าหน้าเข้มคนนี้ก็มานั่งอยู่ตรงหน้าฉันตั้งแต่เช้า พร้อมกับสิ่งที่ฉันคิดว่ามันจะเกิดขึ้น...
Image Source
“...คือว่า...เมื่อเช้านี้ผมตกเรือครับ...”
“…ฉันทราบแล้วล่ะค่ะ เพราะ Mr.Kim โทร มาแจ้งฉันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ว่าคุณโทรไปปลุกเขาตอนตีห้าครึ่ง....บอกว่าไม่ทันขึ้นเรือ...ไหนคุณว่าจะไม่มีปัญหาไงล่ะคะ...”
“…แรกๆผมก็คิดว่าอย่างนั้นล่ะครับ …เมื่อคืนผมกลับบ้านตอนตีหนึ่ง...ตั้งนาฬิกาปลุกเรียบร้อยแล้วก็เข้านอน....ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนตีสามสี่สิบห้า … ผมอุตส่าห์ไปซื้อนาฬิกาปลุกมาใหม่ เพราะกลัวว่าแค่มือถือตั้งปลุกอาจจะไม่พอ...แต่ก็พลาดจนได้…” เขาพูดพลางถอนหายใจยาวๆอย่างปลงตก...
“… แสดงว่าคุณหลับเป็นตายจนไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกเลยเหรอคะ…”
“....ได้ยินครับ แต่ผมกดมันลง และบอกตัวเองว่าขอต่ออีก 15 นาที...ผมมาสะดุ้งตื่นอีกทีตอนตีสี่ครึ่ง กลายเป็นว่าผมไม่ได้นอนต่อแค่ 15 นาที แต่เป็น 45 นาที ตอนนั้นปาเข้าไปตีสี่ครึ่งแล้ว ผมไม่มีเวลาแม้แต่จะอาบน้ำหรือแปรงฟัน ผมลุกออกจากที่นอนแล้วก็ขี่มอเตอร์ไซต์ไปท่าเรือเลย...ผมบิดสุดฤทธิ์ แต่ก็ไปถึงได้เร็วที่สุดแค่ตีห้าสิบนาที...ซึ่งผมทำได้แค่ยืนดูเรือออกจากท่าไป...”
Image Source
“…ฉันเข้าใจค่ะว่ามันเป็นอัตโนมัติ คราวหน้าฉันแนะนำว่า คุณควรมีนาฬิกาปลุกมากกว่าหนึ่งเรือนในห้อง และอย่าตั้งไว้ใกล้มือ...”
“…. แต่นี่ผมก็ไม่ได้ตั้งไว้ใกล้มือนะครับ...ผมเอามันไว้ใต้เตียง…”
อาการขี้เซาของเขาหนักหนาเอาการเลยทีเดียว... ฉันรู้สึกสงสารปนตลกในความพยายามของเขา... พยายามกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่ แล้วพูดออกไปว่า…
“…ถ้าขนาดอยู่ใต้เตียงแล้วคุณยังมุดลงไปกดมันได้...ฉันแนะนำว่าคืนนี้คุณอย่านอนเลยดีกว่าค่ะ...ไม่อย่างงั้น...คุณได้เสียเงินเพิ่มอีก 50% แน่...” เขาทำหน้าเจื่อนก่อนพูดว่า...
“...แต่ผมคิดว่าคืนนี้ ผมคงไม่ออกไปข้างนอกแล้ว และว่าจะไปซื้อนาฬิกาปลุกเพิ่มอีกสักเรือน แล้วเอาไปวางไว้ในห้องน้ำ...”
ว่าแล้วเขาก็ควักเงินในกระเป๋ากางเกงมาจ่ายเพิ่ม สำหรับเป็นค่าเลื่อนการเดินทางเป็นพรุ่งนี้เช้า...เขาส่งยิ้มให้ฉัน.... พูดลาอีกสองสามประโยค แล้วก็เดินออกไป...จากเหตุการณ์นี้ มันคงทำให้เขาได้รู้แล้วว่า...
18 กุมภาพันธ์ 2557
ตารางเรือ Raja Ferry สำหรับคนไม่เมา
Base on true story #1 : เทพเจ้าแพน (Pan)
Base on true story #2 : บ้าน (Home)
Base on true story #3 : หวานเย็น & วาเลนไทม์
Base on true story #4.1 : สงครามเทวดากับน้าหยอง
Base on true story #4.2 : Asimov เพื่อนรัก
“Time and tide wait for no man, ferry and train wait for nobody.“
สิ่งเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้เราสามารถสร้างโพสต์ที่ดีออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
Thankful for all followers, upvotes and comments,
you give me energy to create more good posts.
@bbkastro
ชอบค่ะ อ่านสนุกดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ ดีใจที่ชอบ :-)
😊💕
เขียนเรื่องราวได้น่าอ่าน สนุกดีค่ะ
ขอบคุณค่ะที่ติดตามกัน ดีใจที่ชอบค่ะ :-)
Congratulations @bbkastro! You have completed some achievement on Steemit and have been rewarded with new badge(s) :
Click on any badge to view your own Board of Honor on SteemitBoard.
To support your work, I also upvoted your post!
For more information about SteemitBoard, click here
If you no longer want to receive notifications, reply to this comment with the word
STOPA very good story!
Thank you so much! I'm glad you got it ! :-)