ประสบการณ์ครั้งแรก = ผู้ช่วยหมอตำแย & พี่เลี้ยง

in #thai3 years ago

DSC_0307s.jpg

Photo By @tookta

:::: สวัสดีค่ะเพื่อนๆ Steemians......ช่วงนี้ เราเห็นเพื่อนๆ หลายท่าน โพสต์เรื่องราว
เกี่ยวกับเด็กแรกเกิด เราได้เห็นภาพ ความน่ารัก น่าชัง ของทารก ตัวน้อยๆ ทำให้เรา
คิดถึงเด็กๆ ที่เราเคยเลี้ยงพวกเขา....มันก็ เป็นเรื่องที่ แปลกดีนะ เราไม่เคยมีลูก แต่
กลับมีโอกาส ได้เลี้ยง เด็กแรกเกิด ถึงสี่คน ด้วยกัน.....เด็กสี่คนนี้ เราได้เป็น พี่เลี้ยง
พวกเขา ตั้งแต่ วันแรก ที่พวกเขา ลืมตาดูโลก..นึกภาพตัวเอง ตอนเลี้ยง เด็กคนแรก
ไม่ต่างจาก เด็กเลี้ยงเด็ก.555 เพราะตอนนั้น เราอายุ ประมาณ 7 - 8 ขวบเอง....แต่ก็
สนุกดีนะ

:::: เด็กคนแรก ที่เราได้เลี้ยง คือลูกสาวคนโต ของน้าสาว เราเองแหล่ะ น้าเราคลอด
ลูกที่บ้าน....แกเริ่มบ่นว่าเจ็บท้อง ประมาณเที่ยงคืน...พี่สาวของยายเรา แกเป็นหมอ
ตำแย เป็นคน ทำคลอด ให้น้าสาวเรา.....ตอนนั้นเรา กลัวมากๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่
เราได้เห็น หมอตำแย ทำคลอด และเสียงร้อง ด้วยความเจ็บปวด ของน้าสาว ยิ่งเพิ่ม
ความกลัวให้กับเรา อีกหลายเท่าตัว...เรายิ่งเป็นคน ที่มโนเก่ง 555...คิดไปเองต่างๆ
นาๆ คิดไปถึง ผีปอบ..555....เรากลัวว่า เสียงกรีดร้องของน้าเรา จะทำให้ ผีปอบจาก
ฝั่งเขมรได้ยินเข้า แล้วจะแห่กันมา ที่บ้านเรา....ทุกครั้งที่น้าเรา กรีดร้อง เราก็จะมอง
ออกไป ที่ทุ่งนา และบริเวณ รอบๆบ้าน และก็ ใต้ถุนบ้าน...เผื่อว่าจะเห็น..5555


tooktakid.jpg
เราเอง @tookta ตอนอายุ 11 เดือนค่ะ


:::: ตอนนั้น เรายอมรับ ว่าตัวเอง คิดฟุ้งซ่าน มากๆๆ (แหม..จะเอา สาระอะไร กับเด็ก
เจ็ด แปดขวบล่ะคะ..555) โดยเฉพาะ ตอนที่ ยายทวด บอกให้เรา เอารกเด็กไปทิ้ง...
โอ๊ย..แม่เจ้า!!! นาทีนั้น เรากลัว จับใจจริงๆ.....เรายังจำได้ ไม่มีวันลืม คืนนั้น เป็นคืน
เดือนมืด กว่าจะทำคลอดเสร็จ ก็น่าจะ ประมาณ ตอนตีสอง เห็นจะได้....ยายทวดใช้
ที่คีบถ่าน คีบเอารกเด็ก ใส่ในถุง พลาสติก แล้วยื่นให้เรา.....จากนั้นแกก็ บอกกับเรา
ว่า " เอารกนี่ ไปทิ้งนะ" เราถามแก ทันทีว่า "รอให้เช้าก่อน ไม่ได้เหรอยาย?" แกตอบ
เสียงแข็งว่า "ไม่ได้!" แล้วยายทวด ก็กำชับ กับเราว่า "ต้องเอาไปทิ้ง ในรูปูเท่านั้นนะ
ดูให้แน่ใจล่ะ ห้ามทิ้งมั่วๆ อย่างเด็ดขาด ห้ามทิ้งทั้งถุงนะ ใช้เหล็ก ที่คีบถ่าน คีบออก
มาจากถุง แล้วหย่อนทิ้ง ลงในรูปู จำได้ ใช่มั๊ย?" ไอ้เรื่องจำน่ะ จำได้ อยู่แล้ว แต่เรื่อง
กลัวผีนี่สิ...กลัวซะจน ขี้จะขึ้นสมอง อยู่แล้ว..555

:::: เราเดิน ถือตะเกียง ลงจากบ้าน มืออีกข้างหนึ่ง ถือถุงพลาสติก ที่ใส่รกเด็ก รกอัน
นั้น เรารู้สึกว่า มันหนัก เป็นกิโล เลยล่ะ......เราเดิน มุ่งหน้า สู่ทุ่งนา และ เดินเรียบลำ
คลอง เพื่อมองหา รูปูนา......เราพยายาม เอามือ ป้องลม ไม่ให้ ตะเกียงดับ เพราะถ้า
ไม่มี แสงสว่างจากตะเกียง เราได้วิ่ง ป่าข้าวราบ เป็นหน้ากลองแน่ๆ...ส่วนในใจก็คิด
ว่า เจ้าพระคุณเอ๊ย อย่าได้ มีอะไร โผล่มา ตอนนี้เล้ย.....เชื่อมั๊ยว่า เราจินตนาการ ไป
ถึง ผีกระสือ ด้วยแหล่ะ..555

:::: ทุกวันนี้ เราก็ยัง สงสัยว่า "ทำไม ต้องทิ้ง รกเด็กในรูปู?" เผอิญตอนนั้น กลัวผี จน
ลืมถามยาย..555..{ไม่คิดว่า พอเขียนเป็น เรื่องราวแล้ว มันจะยาวขนาดนี้ อ่านต่อวัน
พรุ่งนี้ ละกันนะคะ}

divider.png

Thank you for visiting my post!
Thank you For all Your Upvotes and Comments,
I always deeply appreciate your support.


ขอขอบคุณ เพื่อนๆทุกคน ที่ติดตาม เรื่องราว ของเราเสมอมา
ขอบคุณทุกคะแนนโหวต + คอมเม้นท์ และกำลังใจที่มีให้กันตลอดมา
ความปรารถนาดี มีให้เพื่อนๆเสมอ
Much Love @tookta

เหลือง640.gif

Sort:  

Your Blog Is Good Awsome Good information Sharing @rabiagilani I am New User On Steemit
I Am best upvote Comments And Resteem Follow Me Follow back And Plz Help My Rep very Low Upvote me

Posted using Partiko Android

พี่ตุ๊กตาตอนเด็กจ่ำม่ำน่ารักมากค่ะ , เหมียวก็เป็นคนกลัวผีเหมือนกันค่ะ รอติดตามตอนต่อไปนะคะพี่ตุ๊กตา

555..ใช่ค่ะปุ้มปุ้ยมากๆ แม่บอกว่ากินเก่งมาก รู้จักถ้วยตราไก่มั๊ย กินหมดถ้วยทุกมื้อ ชอบตักกินเอง ไม่ชอบให้ป้อมด้วยนะ....กลัวผีนะ แต่กลับชอบดูหนังผี..555

คุณ@tookta เล่าได้สนุกมากค่ะ ผู้ใหญ่ก็ไม่น่าจะใช้เด็กเล้ย น่าสงสารจัง

เป็นเด็กคนเดียวในบ้านก็เป็นอย่างนี้แหล่ะค่ะ ใช้จนหัวหมุน..555

ผมอ่านแล้วก็สงสัยทำไมต้องทิ้งบนรูปู สรุปถ้าติดตามต่อจะรู้ไหมนะ หรือกลัวจนลืมถามไปเลยจริงๆ ครับ 5555 เลี้ยงเด็กแรกเกิดเป็นอะไรที่เหนื่อยและเพลียมากเลยนะนั้นแต่เก่งนะครับ เป็นพี่เลี้ยงเด็กตั่งแต่ไม่ถึง 10 ขวบ ว่าแต่รูปคุณตุ๊กตาน่าหยิกแก้มจัง ^_^

เราก็สงสัยเหมือนกันค่ะ แต่ดันกลัวจนลืมถาม 555...จะกลับไปถามตอนนี้ก็สายเกินไป ยายทวดแกเพิ่งเสียไปเมื่อประมาณห้าปีก่อน...ถ้าแกยังอยู่ ตอนนี้ก็อายุ 104 ปีแล้ว....ใช่ค่ะการเลี้ยงเด็กแรกเกิดนี่เหนื่อยจริงๆ โดยเฉพาะหน้าทำนา...พอเด็กร้อง ต้องใช้ผ้าขาวม้า ผูกเด็กใส่หลัง พาไปกินนมแม่ที่ทุ่งนา ไกลตั้งหลายกิโล ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย..555....ใช่ค่ะ อ้วนจ้ำม่ำ หน้ากลมเป็นซาลาเปาเลย 555 แม่บอก เราเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายมาก เจ๊กลากไป ไทยลากมา ใครเห็นก็อยากอุ้ม แม่ไม่ค่อยได้เลี้ยงเองหรอก

สมัยนี้ที่ผมเห็นผูกผ้าแบกเด็กแบบนั้นก็เห็นมูเซ่อน่ะครับ

เหมือนแบบนั้นเลยค่ะ เพราะเดินทางไกลๆ ให้อุ้มธรรมดาคงเมื่อยแขนแย่

เดินคนเดียวดึกๆ เป็นจุ๋มก็คงเสียวสันหลังวาบเลยค่ะ คุณยายอาจจะฝึกความกล้า 55...ตอนเด็กๆแก้มป่องน่าหยิกมากๆค่ะ

ยิ่งหมู่บ้านตามชนบท พอทุ่มนึงก็มืดสนิท เที่ยงคืนไปแล้วยิ่งเงียบสงัด...เวลานั้นมีกันแค่สามคน หมอตำแย สามีของน้าสาว แล้วก็เรา...คงไม่ใช่ฝึกความกล้าหรอกค่ะ แต่ไม่มีทางเลือกมากกว่า...จะให้ยายไปก็เกรงใจ แกแก่มากหูตาไม่ค่อยดี ส่วนน้าชายก็ต้องดูแลเมียกับลูกที่เพิ่งคลอด.....ตอนเป็นเด็ก เราโดน ทั้งหยิก ทั้งขยำค่ะ 555

If there were no crabs and no holes, what would you do?! Find the frogs’ holes instead?!
Luckily, those ghosts did not come out to see what’s happening!!

หายห่วงค่ะ ที่บ้านอยู่ติดคลอง มีปู ปลาเยอะมากๆ รูปูเพี๊ยบเลย
ใช่แล้วค่ะโชคดีจริงๆ แต่ถ้าหากมีโผล่มาจริงๆก็คงวิ่งไม่ออกหรอกค่ะ..555
เรามโน แล้วคิดมากไปเองทั้งนั้น ความคิดเราเองนี่แหล่ะที่น่ากลัว!

ผมก็เป็นคนกลัวผีเหมือนกันครับพี่ตุ๊กตา แต่ผมมีเรื่องสงสัยอยู่อย่างนึงครับว่าทำไมเขาต้องเอารกเด็กไปทิ้งในรูปูด้วยครับ รอติดตามตอนต่อไปครับ

เราก็สงสัยเหมือนกันค่ะ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ถาม

ชอบอ่านเรื่องที่คุณตุ๊กตาเขียน สนุกได้อรรถรสมาก ตอนเด็กคุณตุ๊กตาน่าฟัดมากเลยค่ะ555

Posted using Partiko Android

ขอบคุณมากค่ะคุณ @baiboua
ตอนเด็กแม่ส่งไปอยู่บ้านนอกใหม่ๆชาวบ้านคงหมั่นเขี้ยวแอบหยิกจนช้ำไปทั้งตัวเลย 555

เมย์อ่านแล้วนึกไปถึงละครเรื่องกระสือเลยค่ะ น่ากลัวกว่าผีก็จินตนาการของเราเองนี้แหล่ะค่ะ 5555

ถูกต้องที่สุดค่ะ...ความคิดของเราเองนี่แหล่ะ ที่ทำให้กลัวไปซะหมด
ก่อนหน้านั้นละครเรื่องกระสือดังมาก ทำให้เรากลัว คิดว่ามีจริง...ทำน้องตกบ้านก็เพราะละครเรื่องนี้แหล่ะ