เมื่อวันที่แฟนเพจหนังสือเตือนใจของเราถึง 10,000 คนกับการเขียนมา 12 ปี

in #thailast year

TawaSiriwach Art collection-01.jpg

ผมจะมาเล่าเรื่องราวการเขียนหนังสือของผมครับ จริงๆแล้วตอนเด็กผมไม่ได้เป็นคนชอบอ่านหนังสือเลย แม้ว่าจะมีหนังสืออยู่เต็มบ้านก็ตาม ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปการนั่งเหม่อลอยและใช้เวลาให้ผ่านไปเรื่อยเปื่อย

จุดเริ่มต้นของการเริ่มชอบอ่านหนังสือ คือ ตอนที่ผมเรียนมหาวิทยาลัย ช่วงนั้นไปแต่เช้า ประมาณ 8 โมง แต่มีเรียนประมาณ 10 โมง ด้วยความว่าง ผมเลยไปห้องสมุด

อาจจะดูเหมือนว่าผมเป็นคนขยัน แต่ความจริงแล้ว คือ ผมไปนอนครับ

แต่ไปเช้าบ่อยๆ นอนก็เบื่อ เลยหาหนังสือมาอ่าน หลังจากนั้นก็เริ่มอ่านเล่มนู้น ต่อเล่มนี้ ไปเรื่อยๆ จนในที่สุด ผมก็ชอบอ่านหนังสือไปโดยไม่รู้ตัว

เริ่มแรกผมอ่านหนังสือการถ่ายภาพ และก็โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ผมทั้งยืมหนังสือห้องสมุดและก็ไปหาหนังสือมือสองซื้อมาอ่าน

จนตอนช่วงที่ฝึกงาน ผมได้รับหนังสือเป็นแนวพัฒนาชีวิต ผมเลยอ่านไปเรื่อยๆ จนในที่สุดจากคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ก็ได้รู้แล้วว่า เราชอบอ่านหนังสือแนวพัฒนาชีวิต

ผมพยายามทุกวิถีทางที่จะได้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นไปอ่านฟรีทุกกลางวันตอนทำงานแล้ว จนจบไปสองสามเล่ม หรือซื้อเล่มที่ชอบมาอ่าน และในระหว่างนั้นผมก็เริ่มเขียนจดบันทึกให้ตัวเองอ่านไปด้วยครับ

ผมชอบสังเกตรอบตัว แล้วก็นำมาจดบันทึกเป็นคำสั้นๆ และผมก็เลยเริ่มเขียนหนังสือ

แต่ช่วงที่เขียนหนักที่สุด คือ ช่วงที่เขียนใน Steemit ที่พิมพ์รัวแม้ในตอนที่ง่วงจนหลับใน ก็ยังพิมพ์ไปเรื่อยๆ

และระหว่างนี้ผมก็ได้เขียนในแฟนเพจเฟสบุคของผมไปด้วยครับ

ปีนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 12 ของการเขียนของผมแล้ว ต่อไปก็คงจะมีปีที่ 13 14 15 หรืออาจจะยาวนานจนผมแก่ไปเลยก็ได้ครับ

https://www.facebook.com/tawasiriwachlife

Sort:  

ยินดีด้วยคะ

Posted using Partiko iOS

ขอบคุณมากๆนะครับพี่ปู

เยี่ยมมากเลยค่ะ น้องเย การที่จะเริ่มต้นเขียนหนังสือให้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่การที่จะเขียนให้ต่อเนื่องยาวนานเป็นสิบๆ ปี นั้นยากยิ่งกว่า พยายามต่อไปนะคะ พี่เป็นกำลังใจให้ บทความของน้องเย อาจจะให้แง่คิดที่ดีๆ หรือสร้างความหวังให้แก่ใครหลายๆ คนในยามที่ท้อถอยได้ค่ะ

ขอบคุณมากๆนะครับพี่เปิ้ลที่เป็นกำลังใจให้น้องครับ

สู้ต่อไป ทาเยชิ✌️✌️

โห คนที่จะเขียนหนังสือได้นี่ต้องอ่านเยอะมากๆ เล็กก็อยากเขียนเรื่องราวประสบการณ์อะไรทำนองนี้ แต่พอเขียนแล้ววกไปวนมาบอกไม่ถูก แต่ก็ซื้อสมุดจดบันทึกมาไว้ 1 เล่ม เพื่อจดบันทึกประจำวัน เผื่อมีเรื่องหรือไอเดียดีๆ ขอชมว่า เก่งมากๆเลย เดี๋ยวติดตามในเฟสนะคะ

Posted using Partiko Android

ขอบคุณมากๆนะครับคุณเล็ก จดบันทึกประจำวันดีเลยครับ พอกลับมาอ่านย้อนหลังแล้วสนุกดีครับ

เรื่องราวความเป็นมาน่าสนใจมากค่ะ...จากคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือกลายมาเป็นคนเขียนหนังสือได้ ....เป็นกำลังใจให้ทำต่อไปจนปีที่ 20 30 ไปเลยค่ะ

ขอบคุณนะครับคุณแนต ผมคิดว่าคงเขียนไปเรื่อยๆครับ รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ใช่ครับ

Wow! This is a good story! Continue for forty years more!

Posted using Partiko iOS

Haha I think I will continue write until the day I die.

ยินดีด้วยนะคะ

ขอบคุณมากๆนะครับ