กว่าจะเป็นเกษตรพอเพียง ตอนที่2
ต่อจากตอนที่แล้วครับ เข้าสู่โหมดการทำงาน ผมตระเวนหาสมัครงานไปทั่วตามโรงงานต่างๆในย่านบางพลีสมุทรปราการ เนื่องจากญาติทำงานอยู่แถวนั้น แต่ก็ไม่ได้งานสักที ในขณะนั้นผมมีความรู้สึกว่าการสมัครงานต้องมีเส้นสายอยู่พอสมควรถึงจะมีโอกาสได้เข้าทำงาน จนกระทั่งมีเพื่อนคนหนึ่งไปหาและก็จะให้ไปเพื่อนสมัครงานย่านปากเกร็ด นนทบุรี ผมเลยถือโอกาสไปสมัครงานด้วยโดยหวังให้พี่ชายเพื่อนฝากให้เราทั้งสองคน สุดท้ายบริษัทยังไม่เปิดรับเลยพากันไปสมัครบริษัทข้างๆ สรุปแล้วกลายเป็นผมได้คนเดียวเพื่อนก็ขอไปหาพี่เขาอีกคนหนึ่ง เราเลยแยกทางกัน

การทำงานวันแรกกับโรงงานทอผ้าในตำแหน่งที่งงไม่รู้ว่าให้ผมทำอะไรเพราะผมตอบสัมภาษณ์ว่างานอะไรก็ได้ จนเข้าไปทำงานจึงรู้ว่าให้ทำตำแหน่งเสมียนทำหน้าที่เช็คผ้าเข้าออกโกดังเริ่มแรกก็ทำกับเสมียนอีกคนเป็นผู้หญิงที่อายุมากกว่าผมประมาณ10กว่าปีได้ะเราช่วยกันทำงานมีลูกน้ัองแบกผ้าและเขนผ้ารวมแล้วประมาณ20คนมีแต่คนเก่าแก่ทั้งนั้นเลย ผมอายุน้อยที่สุดในขณะนั้น คนเข็ญผ้ารุ่นยายผมทั้งนั้นเลยส่วนคนแบกคือเด็กรถแต่ละคันเวลาไม่ไปรถก็ต้องมาแบก เรื่องมีอยู่ว่าเวลาเรียกทำงานแบ่งกันทำมีแต่คนแย่งกันทำกับผมจึงกลายเป็นว่าต้องแตกแยกกันระหว่างเสมียนด้วยกัน คงไม่ต้องบอกว่าผมทำงานดีและปกครองพนักงานดีเท่าไร มันจึงเกิดการอิจฉาริษยาใส่ร้ายป้ายสีกันขนาดไหน

แต่แล้วพนักงานทั้งหมดก็เป็นตัวชีั้วัดระดับการทำงานผมถูกฝึกงานอยู่กับฝ่ายบัญชีรวมทั้งเปิดออร์เดอร์ลูกค้าไม่ว่่าภายในและภายนอกแถมเงินเดือนขึ้นปีละ2ครั้งด้วยซ้ำในขณะนั้นผมเงินเพื่อนมากกว่้าคนจบปริญญาตรีหลายๆคน
ผู้จัดการส่งผมเรียนคอมพิวเตอร์เพื่อการทำงาน นอนก็อยู่ห้องแอร์อย่างสุขสบายเลยทีเดียว โปรดติดตามว่าชีวิตยิ่งกว่าละครของผมจะเป็นอย่างไร ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ
น่าติดตามมากๆค่า
ขอบคุณครับ