วันสงกรานต์กับเด็กบ้านนอก
ขออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกทิศา
โปรดได้มาคุ้มภัยให้เพื่อนฉัน
ชาวสตีมอิทจงมีสุขทุกคืนวัน
แม้ใฝ่ฝันสิ่งใดสมใจเทอญ
สวัสดีค่ะ วันสงกรานต์ถือว่าเป็นวันปีใหม่ของไทย และเป็นวันรวมญาติด้วย ลูกหลานที่ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด ต่างก็เดินทางกลับบ้านด้วยความดีใจเพราะนานเหลือเกินกว่าจะได้กลับ ฉันจึงฝากอวยพรให้เพื่อนๆชาวสตีมอิทของเราจงมีแต่ความสุขและพบเจอแต่สิ่งดีๆนะคะ และ ที่สำคัญ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงกันทุกคน พรที่ฉันปรารถนามากที่สุดก็คือสุขภาพแข็งแรงนี่แหละค่ะ เพราะถ้ามีสุขภาพดีเราก็สามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง ถึงแม้จะร่ำรวยสักแค่ไหน ถ้าหากสุขภาพไม่ดีก็หาความสุขได้ยากค่ะ
วันนี้ฉันขอนำเสนอเรื่องเล่าของคุณลุงท่านหนึ่งซึ่งตอนนี้ท่านอายุ62ปีค่ะ วันนั้นตอนเย็นฉันกับสามีไปบ้านหลานชายซึ่งบ้านของเขาอยู่ตรงข้ามกับบ้านของคุณลุงท่านนี้ ท่านกำลังนั่งสานแหอยู่ ฉันกับสามีเลยเดินเข้าไปพูดคุยกับท่าน ท่านเป็นคนคุยเก่ง เราก็พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ท่านเลยเล่าถึงอดีตตอนที่ท่านเป็นเด็กให้ฟังค่ะ
ท่านเล่าว่าสมัยที่ท่านเป็นเด็ก ท่านจะคอยนับวันให้ถึงวันสงกรานต์เร็วๆ เพราะช่วงสงกรานต์เป็นวันที่ท่านมีความสุขมากเพราะท่านจะได้เล่นยาง สำหรับคนหนุ่มสาวก็จะมีการละเล่นหลายอย่างเป็นต้นว่าต่อไก่ มอญซ่อนผ้า สะบ้าและหนอนคู่เป็นต้น แต่ในสมัยนั้นผู้หญิงจะถูกเสี้ยมสอนให้เป็นคนรักนวลสงวนตัว การชิงสุกก่อนห่ามจึงมีน้อยมาก
สมัยนั้นยังไม่เจริญ ไฟฟ้า น้ำประปาก็ยังไม่มีใช้
ถนนหนทางก็ยังคดเคี้ยวเเละเต็มไปด้วยดินทราย
เงินก็หายาก รถราก็ยังไม่มี ถ้าจะเดินทางไปตลาดซึ่งอยู่ในตัวอำเภอก็ต้องเดินไป ซึ่งไม่ค่อยมีใครไปกัน กับข้าวกับปลาก็หากินตามมีตามเกิด แต่ท่านบอกว่าตอนนั้นปู ปลา กบ เขียดมีเยอะและหาง่าย
ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้ใช้เงินเท่าไหร่นัก
บางท่านอาจจะสงสัยว่า"เอ๊ะ! แล้วเอายางมาจากไหนล่ะ" อ๋อ คือว่าจะมีพ่อค้าคนกลางหาบกระสอบป่านใบใหญ่ๆแล้วนำปลาหมึก ยางและไข่ขี้เจี้ยมมาด้วย บางท่านอาจจะไม่รู้จักไข่ขี้เจี้ยม คำว่า"ขี้เจี้ยม"เป็นภาษาอีสานซึ่งหมายถึง"จิ้งจก" คำว่าไข่ขี้เจี้ยมก็คือไข่จิ้งจกนั่นเอง แต่จริงๆแล้วไข่ขี้เจี้ยมเป็นชื่อขนมค่ะ มีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆหลากสีสวยงาม มีรสหวาน ตอนเป็นเด็กฉันก็เคยกินเหมือนกัน
พ่อค้าจะนำสิ่งที่กล่าวข้างต้นมาแลกกับผลของต้นงิ้วหรืออีสานเรียก"หมากงิ้ว" ปลาหมึกจะใช้หมากงิ้วหลายลูกถึงจะได้กิน ส่วนไข่ขี้เจี้ยมและยางวงใหญ่จะแลกกับหมากงิ้วไม่กี่ลูก ปลาหมึกที่พ่อค้านำมาก็จะเป็นปลาหมึกผ่าครึ่งวางเรียงติดกันแล้วนำไปตากแดด สมัยนั้นคนส่วนมากจะปลูกต้นงิ้วเพื่อเอานุ่นไว้ยัดที่นอนและหมอน
ตอนนั้นคุณลุงท่านนี้จะชวนเพื่อนไปขโมยหมากงิ้วตามสวนตามประสาเด็ก นอกจากหมากงิ้วแล้ว ก็มีกระดูกวัว-ควายและขวด สิ่งของพวกนี้ก็สามรถแลกได้เหมือนกัน จะได้มากหรือน้อยก็แล้วแต่พ่อค้าจะตั้งราคา สมัยนั้นจะมีการระบจ้างเลื่อยไม้เพื่อแลกกับควาย แล้วคนรับจ้างก็นำมาฆ่าแบ่งกัน
ดังนั้นจึงมีกระดูกวัว-ควายเยอะ ซึ่งบางบ้านเมื่อเอาเนื้อออกหมดแล้วก็โยนกระดูกทิ้ง เด็กๆก็จะไปแย่งกันเก็บเพื่อนำมาแลกสิ่งของ สิ่งที่คุณลุงท่านนี้เลือกไม่ใช่ของกินหรอกค่ะ แต่เป็นยาง เด็กๆจะเอายางใส่แขนแล้วเอามาอวดกันว่าใครจะได้เยอะกว่ากัน ทีนี้ก็เกิดการพนันขึ้นโดยการชวนกันเล่นเป่ายางบ้างโยนยางบ้าง บางครั้งถึงกับโกงกันเลยที้เดียว หนุ่มสาวสนุกสนาน เด็กๆก็สนุกไปอีกแบบ พอหลังสงกรานต์ยางก็เริ่มหมดหายไป ดังนั้นท่านจึงตั้งตารอวันสงกรานต์เพื่อที่จะได้เล่นเป่ายางและโยนยางอีก
นี่แหละค่ะคือวิถีของคนบ้านนอกในสมัยก่อน สนุกสนานตามประสาบ้านนอก แต่ก็สนุกดี วันสงกรานต์คือวันที่พวกเขารอคอย หนุ่มสาวจะได้เจอหน้าและเล่นด้วยกันก็วันนี้แหละค่ะ พ่อแม่ก็ปล่อยให้เล่นสนุกสนานกันเต็มที่ แต่การละเล่นของพวกเขาก็อยู่ในขอบเขตที่พอดี ไม่ค่อยมีเรื่องไม่งามเกิดขึ้นเพราะหนุ่มสาวจะปฏิบัติตามประเพณี"รักนวลสงวนตัว"เป็นอย่างดี
ขอบคุณทุกๆการติดตามและทุกๆกำลังใจค่ะ
Hello @sunittra, thank you for sharing this creative work! We just stopped by to say that you've been upvoted by the @creativecrypto magazine. The Creative Crypto is all about art on the blockchain and learning from creatives like you. Looking forward to crossing paths again soon. Steem on!