คำกลอนและเรื่องย่อ"สังข์ทอง"(ตอนที่1)
เรื่องคำกลอนตอนนี้จะขอกล่าว
ถึงเรื่องราวนางรจนามาจากบ้าน
ต้องลำบากตรากตรำทำแต่งาน
ขอทุกท่านเป็นแรงใจให้นางที
สวัสดีค่ะ สำหรับโพสต์ที่แล้ว พี่สาวของฉันได้ท่องกลอนเรื่อง"สังข์ทอง"ตอนพระอินทร์ท้าท้าวสามนต์ตีคลีไปแล้วนะคะ ทีนี้เมื่อพระอินทร์แปลงร่างเป็นมนุษย์มาล้อมเมืองของท้าวสามนต์ไว้ ท้าวสามนต์จึงให้เขยทั้งหกที่ตัวเองโปรดปรานมาตีคลี
แต่ก็แพ้ ดังนั้นก็เหลือแต่เจ้าเงาะ ถ้าจะไปง้อลูกเขยก็กลัวจะเสียหน้า จึงให้มเหสีไปขอร้องเจ้าเงาะหรือพระสังข์ ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของพี่สาวของฉันอีกแล้วค่ะ ฉันยอมรับว่าท่านความจำดีจริงๆ แต่บทกลอนนี้ท่านจำได้ไม่เยอะ ลองมาฟังดูค่ะ
ได้ยินเสียงเรียกชนนี
มาร้องเรียกอยู่ที่ประตูบ้าน
นางดีใจไปรับมิทันนาน
กราบกับบทมาลย์แล้วโศกา
โอ้ว่าพระชนนีเจ้า
พระคุณเคยปกเกล้าเกศา
ถนอมเลี้ยงลูกไว้จนใหญ่มา
เป็นสุขทุกทิวาราตรี
ท่านบอกว่าจำได้แค่นี้ ที่จริงก็แปลอยู่ในตัวแล้ว แต่ฉันจะแปลพอคร่าวๆให้ฟังกันนะคะ
ขณะนั้นนางรจนากำลังนั่งอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงเรียกอยู่หน้าประตูบ้าน เสียงนั้นเหมือนเสียงของแม่ นางรีบเปิดประตูออกมาและก็เป็นแม่จริงๆ นางดีใจแล้วรีบก้มกราบลงที่เท้าของแม่ (คำว่าบทมาลย์หมายถึงเท้าค่ะ)พร้อมทั้งเศร้าโศกพูดพร่ำพรรณาว่าแม่มีพระคุณกับตน เลี้ยงตนมาตั้งแต่เล็กจนโต แม่ถนอมกล่อมเกลี้ยงให้ความรัก มีความสุขสบายทุกอย่าง ถ้าเป็นภาษาบ้านๆก็ทำนองว่า"มดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม"นั่นแหละค่ะ
ทีนี้ฉันจะเล่าเรื่อง"สังข์ทอง"ให้ฟังพอคร่าวๆนะคะ
เผื่อว่าบางคนอาจจะไม่รู้เรื่องละเอียดเท่าไหร่ เชิญตามมาเลยค่ะ
มีเมืองๆหนึ่ง มีกษัตริย์ครองเมืองชื่อท้าวยศวิมล มีมเหสีชื่อนางจันท์เทวี มีสนมเอกหรือภาษาบ้านๆก็คือ"เมียน้อย"ชื่อนางจันทาเทวีค่ะ ครองเมืองมานานก็ไม่มีบุตร ดังนั้นจึงไปขอบนบานให้มีลูก ต่อมานางจันท์เทวีมเหสีจึงตั้งท้อง และคลอดลูกออกมาเป็นหอยสังข์ ด้วยนางจันทาเทวีเมียน้อยเป็นคนขี้อิจฉาริษยา จึงวางแผนติดสินบนโหร โดยให้โหรทำนายว่าถ้าปล่อยให้นางจันท์เทวีกับลูกอยู่ในวังต่อไปบ้านเมืองจะล่มจมและหาว่านางเล่นชู้จึงคลอดลูกออกมาเป็นหอยสังข์ ท้าวยศวิมลหลงเชื่อ
จึงเนรเทศนางและลูกออกจากเมือง
นางและลูกจึงระเหเร่ร่อนมาถึงกระท่อมตายายซึ่งอยู่กลางป่า ตายายสงสารจึงรับเลี้ยงนางและลูกไว้
จากชีวิตที่สุขสบาย นางต้องลำบากไปขุดเผือกขุดมันมาทำอาหาร หาฟืนและทำทุกอย่างที่พอจะทำได้ วันหนึ่งนางออกไปหาอาหารตามเคย พอได้เวลากลับ นางกลับมาถึงบ้านก็ต้องแปลกใจ เพราะบ้านเรือนสะอาดแถมยังมีอาหารที่อร่อยๆวางเรียงรายอยู่ ด้วยความสงสัย วันหลังนางจึงแสร้งทำเป็นไปหาอาหารแต่แอบดูอยู่ ทันใดนั้น! นางก็เห็นเด็กน้อยออกมาจากหอยสังข์ ด้วยความดีใจ นางจึงรีบไปทุบหอยสังข์จนแตกแล้วรีบเข้าไปกอดลูก เมื่อเด็กน้อยเข้าไปหลบในหอยสังข์ไม่ได้ก็ร้องไห้ แม่จึงปลอบขวัญลูก ซึ่งตอนนี้ฉันจำบทกลอนได้นิดเดียวค่ะ มีใจความดังนี้
พระแม่ต่อยสังข์ดังชีวิต
จะชมชิดลูกนี้สักกี่วัน
ฟังเอยฟังลูกว่า
พระมารดาเสียวใจไหวหวั่น
กอดจูบลูบเนตรเกศกรรณ
จำได้แค่นี้ค่ะ ท่านใดจำได้ช่วยต่อให้ด้วยนะคะ
ตอนนี้ไม่ได้ถามพี่สาวค่ะ ไม่รู้ว่าท่านได้ท่องจำหรือเปล่า บ้านเราอยู่ไกลกัน และฉันก็ไม่ค่อยมีเวลา
จึงได้แค่ที่ตัวเองจำได้ คงไม่ว่ากันนะคะ ทีนี้เชิญมาฟังต่อค่ะ
เมื่อแม่ลูกได้อยู่ด้วยกัน ลูกก็ทำงานช่วยแม่และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขค่ะ ทีนี้ลองมาดูตัวอิจฉาบ้างค่ะ เรื่องนี้รู้ไปถึงหูของนางจันทาเทวี นางจึงหาทางกำจัดสองแม่ลูก โดยยุแยงให้ท้าวยศวิมลสั่งทหารให้ไปจับหอยสังข์มาฆ่า ด้วยหอยสังข์เป็นคนมีบุญญาธิการ จะฆ่าด้วยวิธีใดก็ไม่ตาย วิธีสุดท้ายคือมัดหอยสังข์ใส่ก้อนหินแล้วโยนลงไปในน้ำต่อหน้าต่อตานางจันท์เทวีผู้เป็นมารดา ด้วยความรัก
อาลัยอาวรณ์ทำให้นางยอมรับไม่ได้ นางจะวิ่งไปหาลูกก็ถูกทหารจับตัวไว้ น้องร้องไห้จนแทบจะขาดใจ และในที่สุดนางก็สลบสไลไป เรื่องราวของ"สังข์ทอง"กำลังเข้มข้น เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น กรุณาติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณทุกๆกำลังใจและการติดตามค่ะ
ได้อ่านนิทานก็สนุกดีค่ะ🌹
ขอบคุณค่ะ เชิญมาแวะฟังตอนจบนะคะ
ไม่พลาดแน่นอนค่ะ😊
ขอบคุณค่ะ
เรื่องราวในละคร วันเสาร์-อาทิตย์ ก็กำลังสนุกเลยค่ะ ขอบคุณที่นำบทกลอนมาฝากนะคะ
เหรอคะ อันนี้ไม่รู้นะคะ ไม่ค่อยได้ดูทีวี
ละครแนวจักรๆวงศ์ๆค่ะ แปดโมงกว่าๆ พอดีลูกสาวชอบดู เลยติดไปตามๆกันค่ะ ^^
อ๋อ ค่ะ สมัยก่อนตอนเป็นวัยรุ่นก็เคยติดเหมือนกันค่ะเป็นต้นว่าสุวรรณหงส์