บันไดไม้แห่งศรัทธา ณ วัดภูทอก ต. นาแสง อ.ศรีวิไล จ. บึงกาฬ
สวัสดีครับเพื่อนๆชาว steemit ทุกท่าน
หายไป 11 วัน เนื่องจากอาทิตย์ที่แล้วไม่ค่อยว่างเท่าไร และต้องเดินทางไปต่างจังหวัดด้วยเลยไม่ได้เข้ามาทักทายกัน คนเราพออายุเริ่มมากขึ้นก็จะมีแต่คนมาเชิญไปงานโน้นนี่นั้น เมื่อสมัยหนุ่มๆก็จะไม่ค่อยมีงานให้ไปร่วมด้วยสักเท่าไร งานที่ถูกเชิญให้ไปก็จะเป็นงานบวช งานแต่ง งานศพ ซะส่วนมาก เดี๋ยวก็งานแต่งลูกสาวเพื่อนที่โน้น เดี๋ยวก็งานบวชลูกชายเพื่อนที่นั่น โดยเฉพาะงานศพนี่หมู่นี้มีถี่เหลือเกิน อย่างที่ว่าพอเราอายุมากขึ้นพวกลูกหลานก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมด จึงถึงเวลาที่เค้าจะต้องบวช ต้องแต่งงานมีครอบครัวกัน บรรดาญาติผู้ใหญ่ คนเฒ่าคนแก่ที่เคยเห็นเมื่อตอนเราหนุ่ม ตอนนี้ก็ค่อยๆล้มหายจากไปที่ละคนๆ ถึงบอกไงว่าอายุเริ่มมากขึ้น ก็ต้องไปงานมงคล งานสุข งานเศร้า มากขึ้น เมื่อวันเสาร์ที่แล้วก็ไปงานแต่งลูกเพื่อนที่นครปฐม พอเช้ารุ่งขึ้นวันอาทิตย์ก็ไปงานศพญาติผู้ใหญ่ที่นครสวรรค์ สองงานนี้ต่างกันเลย งานหนึ่งสุข อีกงานหนึ่งเศร้า แถมอยู่กันคนละจังหวัดอีกต่างหาก
เขียนมาซะยืดยาว แต่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่จะมาเล่าวันนี้เลย5555
วันนี้ผมจะมาแนะนำสถานที่เที่ยวอีกที่หนึ่งในจังหวัดบึงกาฬครับ ผมไปมาเมื่อสิบเดือนที่แล้ว คือจะไปธุระที่ สกลนคร เลยถือโอกาศแวะเที่ยวซะเลย ที่นี่คือวัดภูทอกครับ
วัดภูทอก หรือวัดเจติยาวิหาร อยู่ที่ตำบลนาสะแบง จังหวัดบึงกาฬ โดยมี พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) เป็นผู้ก่อตั้ง
การเดินทางก็ใช้ GPS ช่วยนำไปเพราะไม่เคยไปมาก่อน พาออกนอกลู่นอกทางบ้าง แต่ก็มาถึง
เมื่อมาถึงก็เข้ามาจอดรถที่หน้าอาคารหลังนี้ แล้วเดินขึ้นไปจุดหมายก็อยู่บนภูเขาที่เห็นบนยอดหลังคาอาคารนั่นแหละครับ
จากที่จอดรถเดินมาไม่ไกลก็ถึงทางเข้า ตรงประตูทางเข้าจะเขียนว่า เป็นสถานที่ประฏิบัติธรรมไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เขาก็อนุญาติให้เข้าชมได้ แต่เราก็ต้องเคารพสถานที่ด้วย
เมื่อเข้าไปแล้วก็จะเป็นทางเดินเป็นหินเป็นดินแบบธรรมชาติ ไม่ไกลนักก็จะเป็นทางขึ้นแบบบันไดไม้เวียนไป มา
ที่วัดภูทอกจะมีทั้งหมด 7 ชั้น ผมมาถึงวัดก็บ่ายสี่แล้ว ก็เลยรีบขึ้นกลัวจะค่ำเสียก่อน เลยเดินขึ้นตรงไปชั้น 5 เลย ชั้น 2-3-4ไม่ได้แวะ มีหยุดพักบ้างเพราะเหนื่อย บันไดทางขึ้นก็ชันเหมือนกัน เมื่อมาถึงชั้น 5 ก็จะมีศาลาขนาดใหญ่ มีพระพุทธรูปให้กราบไหว้ อากาศเย็นสบาย เงียบสงบ น่านอนมากบางคนขึ้นมาเหนื่อยๆก็พักงีบหลับเลยก็มี
ไหว้พระและพักพอหายเหนื่อยแล้วก็ขึ้นไปต่อที่ชั้น 6 ชั้นนี้จะเป็นจุดชมวิวที่สวยกว่าทุกชั้น จะมีสะพานไม้สร้างติดกับขอบเขา วนไปรอบเขา มองลงไปก็เป็นเหว เดินแล้วได้มีเสียวเหมือนกันครับ
เดินวนชมวิวจนรอบเขาแล้วก็ลงเดี๋ยวจะค่ำ เพราะต้องเดินทาง อีก 2 ช ม ปลายทางที่ อ. พังโคน จ. สกลนคร
เล่นเอาเหงื่อแตกเลยเหมือนกัน
ที่น่าทึ่งคือเขาว่ากันว่า บันได และ สะพานไม้ทั้งหมด สร้างด้วยคน ด้วยกำลังชาวบ้านที่มีจิตศรัทธา ไม่มีวิศวกร ไม่ใช้เครื่องจักรกล เยี่ยมจริงๆ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม
ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกโหวตครับ
สถานที่น่าสงบดีค่ะ ภาพถ่ายก็สวยงามมาก ถ้ามีโอกาสต้องไปให้ได้สักครั้ง✨
ครับเงียบสงบสวยงาม มีโอกาสก็ไปเที่ยวนะครับ
ค่า ขอบคุณมากค่ะ☺
ขอบคุณเช่นกันครับที่ติดตามและทักทายครับ
จะหวาดเสียวหน่อยๆนะคะคุณพ่อ ทุกคนเก่งมากเลยค่ะขึ้นไปได้ถึงข้างบน บรรยากาศดีคุ้มค่าที่ได้ไปสัมผัสจริงๆค่ะ
ครับไอริน ขอบคุณครับที่ติดตาม
โอ้โห หายไปนานเลยนะคุณ555
กลับมาแล้วครับ 5555
สวัสดีค่ะคุณพ่อ กลับมาอีกทีเขียนดีมีคุณภาพมากกว่าเดิม เพื่อนๆ ใน steemitบ่นคิดถึง
ต้องคุ้ยหาเรื่องเก่าๆมาเล่า
สวยมากกกกแต่สะพานไม้ก็น่าหวาดเสียวมากเช่นกัน ใจหญิงคงหวิวๆแน่เลยค่ะถ้าได้ไปเดิน 555
บรรยากาศรอบๆและวิวสวยดีนะคะ แต่ทางขึ้นน่ากลัวและหวาดเสียวไปนิดค่ะ ;)