วิธีกำจัดแอมโมเนียในตู้ปลา ด้วยวิธีธรรมชาติ

in #thai8 years ago (edited)

_MG_2151.jpg

สวัสดีครับพี่น้องผองเพื่อนชาว @steemit ปกติผมมักจะชอบอยู่ตัวคนเดียว ผมก็เลยเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อน อย่างสัตว์บกเนี่ย ผมก็จะเลือกเลี้ยงแต่นักศึกษาหญิง ส่วนสัตว์ปีกผมก็มักจะเลี้ยงแต่นางฟ้า ^^ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ใช่แล้ว อิอิอิอิ

คือเวลาผมนั่งทำงานอยู่บ้านเนี่ย ผมจะไม่ค่อยได้ออกไปใหน จะอยู่แต่ในบ้านเลย และผมเนี่ยปฏิรูปห้องนอนผมให้เป็นห้องทำงานด้วย ^^ ซึ่งในห้องทำงานหรือห้องนอนของผมเนี่ย จะมีตู้ปลาเต็มเลย เพราะผมเลี้ยงปลาทองและกุ้งเครฟิชอยู่ในห้องนอนของผม เอาไว้ดูเพลินๆ ยามเหนื่อยใจ ^^ และมันก็ดีนะ เวลานอนผมก็จะได้ยินเสียงน้ำตกด้วย ^^ พอดีตู้ปลากับกุ้งที่ผมเลี้ยงไว้ ผมเน้นไปที่การใช้ระบบน้ำวนครับ ^^

แต่วันนี้ผมขอเอาเฉพาะตู้ปลาทองมาลงให้ดูก็แล้วกันครับ ผมจะเก็บตู้เครฟิชไว้ เผื่อว่ายามใดผมไม่มีอะไรมาโพสต์ ผมจะถ่ายตู้กุ้งเครฟิชแต่ละตัวเอามาโพสต์ครับ อิอิอิอิ

_MG_2134.jpg

เฉพาะเจ้าพวกปลาทองเนี่ย ผมจำไม่ได้ว่าผมเลี้ยงตายไปกี่ร้อยตัวแล้ว ล่าสุด รุ่นพ่อแม่ที่เลี้ยงไว้ผสมพันธุ์ ก็ตายไปหมดแล้วครับ เหลือแต่รุ่นลูกที่เห็นอยู่ในตอนนี้ ^^ ที่เห็นในภาพเนี่ยก็เหลือรอดแค่ 7 ตัว ^^ จากลูกมัน 200 กว่าตัว ^^ แถมพวกมันเป็นสายที่กลายพันธุ์ทั้งหมดเลย เป็นลูกผสมจากสายพันธุ์ต่างๆ ที่ผมเคยเลี้ยงไว้ ทั้งฮอลันดา สิงห์ รักเล่ห์ แล้วก็ปลาในกับปลาตะเพียน ^^ คือพวกปลาทองเนี่ยเป็นปลาสายพันธุ์เดียวกันกับปลาในและปลาตะเพียนครับ เห็นเขาว่ามันมันผสมพันธุ์กันได้ ผมก็เลยเอามาเลี้ยงไว้ผสมพันธุ์กันด้วย ^^ ตอนที่ทดลองจับผสมพันธุ์ ในตอนนั้นผมจับมันรวมกันทั้งหมดแล้วก็ทำฤดูฝนเทียมเพื่อหลอกมันผสมพันธุ์กันเป็นหมู่คณะเลยครับ พอได้ลูกมาผมก็เลยไม่รู้ว่า ตัวใหนออกมาเป็นสายใหนบ้าง และก็ไม่ได้แยกมันออกจากกันครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

_MG_2149.jpg

ส่วนที่มันเหลือน้อยเนี่ย ส่วนใหญ่เพราะเป็นอาหารพวกเครฟิชครับ ^^ แบบว่าเมื่อก่อนเนี่ย ผมจะมีตู้อนุบาล ผมจะเลี้ยงลูกเครฟิชและลูกปลาทองรวมกัน ^^ แต่อย่างว่าแหละครับ ระบบนิเวศน์จำลองมันผิดจากธรรมชาติอยู่แล้ว ในตู้แคบๆ ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าอย่างเครฟิชจึงเป็นผู้ล่าปลาทอง ^^

_MG_2119.jpg

ข้ามเรื่องเครฟิชไปก็แล้วกันครับ กลับมาเรื่องตู้ปลาทองตู้นี้ดีกว่า อิอิอิอิ ^^ โดยปกติปลาทองพวกนี้จะขับของเสียออกมา ^^ กินแล้วขี้เป็นเรื่องธรรมชาติครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ของเสียที่ว่าก็จะเป็นยูเรียและแอมโมเนียซะส่วนใหญ่ ซึ่งในธรรมชาติยูเรียจะทำปฏิกิริยากับน้ำ H2O แตกตัวเป็นแอมโมเนีย และแอมโมเนียจะทำปฏิกิริยากับบออกซิเจนในน้ำแตกตัวเป็นไนไตรท์และไนเตรท

แอมโมเนีย ไนไตรท์และไนเตรท สามตัวนี้แหล่ะครับ ที่ทำให้ปลาทองของผมตายบ่อยมาก แต่กับพวกเครฟิชก็แค่ทำให้พวกมันกินอาหารน้อยลงและเจริญเติบโตช้าครับ ซึ่งการที่เครฟิชจะมีโอกาสตายนั้น น้อยกว่าพวกปลาทองมากเลยครับ

เมื่อก่อนเนี่ย ผมจะเปลี่ยนน้ำในตู้พวกนี้อาทิตย์ละสองครั้ง ^^ ผมเปลี่ยนน้ำตู้ปลาและตู้เครฟิชทีนึงก็ครั้งละ 400 ลิตรเป็นอย่างต่ำครับ ^^ ค่าน้ำแต่ละเดือนเนี่ย สาหัสมากๆ ครับ ^^ และการเปลี่ยนน้ำแต่ละครั้ง เราต้องพักปลาเพื่อให้ปลาได้ปรับอุณภูมิเข้ากับน้ำใหม่ที่เปลี่ยนก่อนครับ มันเสียเวลามากเลยครับ ^^

ซึ่งในตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่า ในตู้ปลาที่เราเลี้ยงไว้ มันมีแอมโมเนียสะสม ซึ่งไอ้ฟองน้ำที่เราใส่ในที่กรองน้ำ มันกำจัดไม่ได้ครับ และแอมโมเนียพวกนี้ทำปฎิกิริยากับออกซิเจนแตกตัวเป็นไนตรท์และไนเตรท ^^ ซึ่งตอนต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ปลาผมตายเยอะมากเลย ตายด้วยอุณภูมิของน้ำที่เย็นลง มันก็ไม่ใช่ ^^ คือช่วงฤดูหนาว นอกจากงานถ่ายภาพงานแต่งงานที่มีแทบจะทุกวันแล้ว น้ำมันก็เย็นมากครับ ผมเลยไม่ค่อยอยากเปลี่ยนน้ำครับ ไม่อยากจะใกล้เลยด้วยซ้ำ อิอิอิอิอิ

พอปลาตายไปหลายตัว ผมก็เลยได้ศึกษาหาข้อมูลจากหลายๆ เว็บ ทั้งเว็บไทยและเว็บนอก ผมถึงได้รู้ ^^ แต่พอได้รู้ถึงสาเหตุแล้ว หนักใจกับการแก้ปัญหาเหลือเกินครับ ^^ เพราะนอกจากวิธีการเปลี่ยนถ่ายน้ำทำความสะอาดตู้เลี้ยงปลาแล้ว ไม่มีวิธีอื่นเลยครับ ^^ ผมเองยิ่งไม่ค่อยได้อยู่บ้านนัก ถึงขั้นกลุ้มเลยครับ จะเลิกเลี้ยงก็ไม่ได้ เสียดายตู้ปลากับชั้นวาง ^^

สุดท้ายแล้ว ผมได้วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นมาแค่ว่า (ผมใช้ตู้ระบบน้ำวนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว)

  1. ใส่เกลือเพื่อฆ่าเชื้อโรคและลดความเป็นกรดในตู้ปลา
  2. เติมยาที่มีขายตามท้องตลาดเพื่อลดแอมโมเนียในตู้ปลา วิธีนี้ค่อนข้างเสี่ยง เติมมากๆ ปลาอาจจะตายยกตู้ ^^
  3. หาสาหร่ายน้ำจืดมาใส่ตู้เพื่อให้สาหร่ายกินไนไตรท์และไนเตรท แล้วก็เป็นอาหารปลาด้วยครับ ^^

วิธีการพวกนี้ ทำให้ผมเปลี่ยนถ่ายน้ำน้อยลงเหลือเดือนละ 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่โอเคสำหรับผม เพราะบางทีผมมีงานถ่ายภาพติดกันหลายวัน บางทีถูกรอบที่ต้องเปลี่ยนน้ำ ผมดันไม่ว่างเปลี่ยนซิครับ ^^ ผมต้องหาวิธีบำบัดแอมโมเนียในน้ำด้วยวิธีธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ^^ ผมขี้เกียจเปลี่ยนน้ำ ^^

_MG_2126.jpg

แต่ผมก็ใช้วิธีขั้นต้นที่ผมว่าไว้ มาประมาณเดือนกว่าๆ ^^ จนเมื่อประมาณกลางเดือนธันวาคม ผมไปพบคลิปในยูทูปคลิปหนึ่ง เป็นคลิปของฟาร์มเลี้ยงปลาแห่งหนึ่งในเชียงราย เขาใช้วิธีการน้ำหินจากลำธารเท่านั้นมาเป็นตัวดักแอมโมเนียในน้ำ ซึ่งเขาบอกว่าได้ผลร้อยเปอร์เซน และเป็นเวลากว่าสองเดือนที่เขาไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำ

ในที่สุดฟ้าก็ประทานคนเก่งมาให้ผมแล้ว ^^ ประกายความหวังผมเริ่มมีแล้ว แต่ปัญหาก็คือผมจะไปหาหินจากลำธารพวกนี้มาจากใหนอ่ะ บ้านผมอยู่ในเมือง ลำธารก็ไม่มีด้วย มีแต่แม่น้ำมูล ^^

_MG_2137.jpg

ตอนแรกผมเกือบจะถอดใจแล้ว แต่ผมก็นั่งดูคลิปซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ จนผมสังเกตุเห็นว่า หินในคลิบนั้น มันคือหินตะกอน ผมก็เลยพยายามเซิร์ทหาข้อมูล หาหินที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับหินตะกอนมากที่สุด บังเอิญว่าใน wikipedia ได้กล่าวถึงส่วนประกอบหลักของหินตะกอนว่า มันคือ "แคลเซียมคาร์บอนเนต"

อ้าวเฮ้ย!! แคลเซียมคาร์เนต มันคือปูนขาวที่ชาวบ้านเขาเอามาใช้ในการเกษตรเพื่อลดกรดในดินนี่หว่า และสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เขาจะใช้ปรับสภาพดินก้นบ่อเลี้ยง ก่อนจะลงขุนกุ้งชุดใหม่

ได้การแล้ว เพราะกระถางดินเผาที่ใช้ปลูกต้นไม้นั้น ทำมาจากดินเหนียว ซึ่งมันมีแคลเซียมคาร์บอนเนตเป็นส่วนประกอบหลักมากเลย ^^ ว่าแล้วก็เดินไปทุบกระถางต้นไม้หน้าบ้านสิบกว่ากระถางเห็นจะได้ เพื่อเอามาใส่ที่กรองน้ำของตู้เลี้ยงปลากับตู้เลี้ยงเครฟิช ^^ ผมกวาดหินกรวดในตู้ออกทั้งหมดเลย เพื่อไม่ให้มีขี้ปลาขี้กุ้ง เข้าไปหมักหมมในซอกหินกรวด ปล่อยพื้นตู้ให้โล่ง เพื่อที่ขี้ปลาจะถูกปั๊มน้ำดูดมาใส่ที่กรองน้ำได้ง่าย ^^ แล้วก็จัดการเปลี่ยนน้ำใหม่ แล้วก็เอากรองฟองน้ำใส่ เอาเศษกระถางดินเผาใส่เข้าไป แล้วก็ใส่สาหร่ายน้ำจืดและไข่น้ำที่ล้างด่างทับทิมแล้วลงไป(เดี๋ยวจะหามาใส่อีก มันมีน้อยไป)

_MG_2132.jpg

จากตอนนั้นถึงตอนนี้ ผ่านมาเดือนกว่าๆ แล้ว ผมยังไม่ได้เปลี่ยนน้ำใหม่เลย แถมปลาทองก็ไม่มีตัวใหนตายอีกด้วย ^^ อย่างมากก็ล้างฟองน้ำในตู้กรอง เวลาที่ฟองน้ำมันดำมากๆ ^^ แต่เกลือนั้น ผมก็ยังใส่อยู่เหมือนเดิมครับ ใส่อาทิตย์ละครั้ง ครั้งละหนึ่งช้อนโต๊ะ (ตู้เลี้ยงปลาผมขนาด 3 ลูกบาศก์ฟุต) ^^ ซึ่งถุงเกลือจะวางข้างตู้เลี้ยงปลานี่แหล่ะครับ อิอิอิอิ

สำหรับคนที่ชอบเลี้ยงปลาทองแบบผม วิธีการนี้ ผมเองก็ไม่กล้าการันตีนะครับว่ามันจะโอเคสำหรับใครหลายๆ คนหรือไม่ แต่ผมโอเคแล้วครับ ณ ตอนนี้มีความพึงพอใจเป็นอย่างมากเลยครับ ไอ้เจ้าพวกนี้ ผมก็ต้องรอไปอีก 6-7 เดือน ถึงจะผสมพันธุ์มันได้อีก ^^ ฝันดีครับผม ^^

Konk Logo-01.png

Sort:  

ขอบคุณครับได้ความรู้การเลี้ยงปลาเพิ่ม เมื่อก่อนเปลี่ยนแต่น้ำ ให้แค่อาหารแค่นั้น

เมื่อก่อนเนี่ย 3-4 วันผมเปลี่ยนน้ำทีนึง เต็มที่สุดๆ ก็ 7-8 วันครับ ^^ ถ้าไม่เปลี่ยน ปลาจะเริ่มซึม กินอาหารน้อยลง เริ่มคายเมือกออกมาจากตัว และพอเป็นอาการนี้ กว่าจะเอาคืนได้นี่ เฝ้าไข้กันเป็นอาทิตย์เลยครับ ^^

555 อ่านจบ 3 บรรทัดแรกก็ว่าจะไม่อ่านต่อละ 🤣🤣🤣

น้ำจากตู้ปลาเอามารดต้นไม้ก็ดีนะคะ น่าจะมีสารอาหารสำหรับพืชเพียบเลยล่ะ

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ สามบรรทัดแรกนี่ ค่าอาหารแพงครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เก็บไว้นานๆ ถึงจะเปลี่ยนน้ำทีอ่ะครับ ค่าน้ำแพงกว่าค่าไฟในแต่ละเดือนเสียอีก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ก็ดีค่ะ เอาไว้กินเอง 5555

น้ำที่เปลี่ยนเอามาให้แอนก็ได้ค่ะ แอนชอบปลูกพืชผัก จะได้ไม่ต้องเปลืองค่าน้ำ 🤣

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ อาจจะเปลืองค่าน้ำมันแทนครับ

Coin Marketplace

STEEM 0.04
TRX 0.32
JST 0.081
BTC 59292.90
ETH 1557.14
USDT 1.00
SBD 0.42