คำคม ข้อคิดดีๆ จาก พระไพศาล วิสาโล
การมีสติรู้ทันความคิดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราไม่ด่วนสรุป ซึ่งบ่อยครั้งช่วยให้ไม่เผลอทำสิ่งผิดพลาด ที่ทำให้ต้องเสียใจในภายหลัง
คนสมัยนี้เกิดความอหังการลึกๆว่า สามารถควบคุมทุกอย่างได้ แม้กระทั่งธรรมชาติ ดังนั้น จึงมี ความคาดหวังในชีวิตสูงมาก แต่พอไม่สมหวัง ไม่เป็นไปตามต้องการ แม้แต่เรื่องเล็กน้อย เช่น รักแร้ดำคล้ำ ผิวแห้ง ผมแตกปลาย หน้ามีสิว ก็ทุกข์แล้ว จะตายให้ได้ เพราะคิดว่าชีวิตมันต้องสมบูรณ์พร้อม เป็นไปอย่างที่คุณปรารถนาทุกอย่าง
เราไม่มีความสุขเพราะเราไม่รู้จักชื่นชมสิ่งที่มี หรือไม่ก็เพราะมีความคาดหวังสูง ได้อะไรก็ไม่พอใจ เพราะรู้สึกว่ายังไม่ดีพอ ยุคนี้เป็นยุคบริโภคนิยม ทำให้คุณมีความคาดหวังสูง กับชีวิตและสิ่งเสพ
ในขณะที่ความน่าจะทำให้เราไม่เคยพอใจในสิ่งที่ได้มา ความไม่น่าจะก็ทำให้เราเป็นทุกข์ยิ่งขึ้นกับสิ่งที่เสียไป
เมตตากรุณาเป็นส่วนหนึ่งของมโนธรรมที่อยู่ในใจเราทุกคน การทำความดี นึกถึงผู้อื่น เอื้อเฟื้อเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ ช่วยเสริมสร้างมโนธรรมของเราให้เข้มแข็งขึ้น และทำให้มีพลังในการทำความดีมากขึ้น
ทุกอย่างก็ล้วนเกิดดับไม่จีรังยั่งยืน จึงไม่อาจและไม่ควรยึดติดถือมั่น จิตที่ปล่อยวาง ไม่ยึดติดถือมั่นว่า (ทุกอย่าง) ต้องเที่ยงเเละเป็นสุข เป็นจิตที่ความทุกข์บีบคั้นไม่ได้
คนเรามักลืมคิดถึงธรรมดาของชีวิต ที่ต้องมีการพลัดพรากสูญเสีย น้อยนักที่เราจะเผื่อใจนึกถึงความไม่เที่ยงของสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เรามีนั้น มีสิ่งหนึ่งที่เราแทบจะไม่ยอมนึกถึง วันที่เราต้องพลัดพรากจากมันไป สิ่งนั้นคือชีวิตของเราเอง
การมีชีวิตที่ทรงคุณค่าสมกับเป็นมนุษย์ ร่ำรวยด้วยความดี มีความเจริญงอกงามภายใน และมีปัญญารู้เท่าทัน ความจริงของโลกจนความผันผวนปรวนแปรใดๆ ทำให้ใจเป็นทุกข์ไม่ได้
การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญ และคนหนึ่งที่ควรได้รับการให้อภัย ก็คือตัวเอง แต่จะทำเช่นนั้นได้ เราต้องกล้าที่จะขอโทษ ในสิ่งที่ผิดพลาดไป บางทีเราอาจพบว่า ผู้ที่จากไปนั้นเรารักเกินกว่า ที่จะถือสากับเรื่องเหล่านั้นได้
การทำตามความฝันหรออุดมคตินั้น ไม่ได้หมายถึงการไม่อยู่กับปัจจุบัน คนเราควรมีจุดมุ่งหมายในชีวิต เมื่อตั้งจุดหมายและกำหนดเส้นทางชัดแล้ว พอเริ่มก้าวเดิน ตอนนี้แหละ ที่ใจควรอยู่กับปัจจุบัน
ก่อนที่เราจะเพ่งโทษใคร ให้เราอย่าลืมที่จะกลับมาดูตัวเรา ความลืมตัวนี่แหละมันเป็นรากเหง้าของความทุกข์ ที่เราแต่ละคนกำลังประสบอยู่
ชีวิตมีทางออกเสมอ หากกลับมามองที่ใจเรา
ความพลัดพรากแม้เป็นความทุกข์ แต่การยึดติดของเราต่างหาก ที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ยิ่งกว่า ถ่านแดงๆนั้นร้อนแน่ แต่ที่เราเจ็บปวดก็เพราะ ไปกำมันไว้ไม่ใช่หรือ
สติกับปัญญามักจะมาด้วยกัน หากรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือกลุ้มใจเวลาเกิดปัญหา แสดงว่าสติอ่อนไปหรือขาดสติ เพราะใจพลัดตกไปในอารมณ์เหล่านั้น ซึ่งมักเกิดจากการมองข้ามช็อต ไม่อยู่กับปัจจุบัน แต่ไปอยู่กับอนาคต เช่น คิดถึงสิ่งที่จะตามมาจากปัญหานั้น เลยหมดแรงท้อแท้
ชีวิตนี้แม้จะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่สิ่งที่แน่นอนคือปัจจุบันขณะ ดังนั้น หากจะทำความดี ก็ควรทำเสียแต่วันนี้หรือเดี๋ยวนี้ โดยเฉพาะกับคนที่อยู่เบื้องหน้าเรา ยิ่งเป็นคนที่สำคัญต่อชีวิตเราด้วยแล้ว อย่ามัวผัดผ่อนหรือรั้งรอ
อยากให้ชีวิตมีความสุข นอกจากทำความดีแล้ว ต้องฝึกใจให้ไวต่อความสุข และรู้จักชื่นชมสิ่งดีๆ ที่เรามีอยู่ในตอนนี้ให้มากๆ
คนเรามีความคิดความเชื่ออะไร ไม่สำคัญเท่ากับว่าคิดและเชื่ออย่างไร แม้จะสมาทานความคิดความเชื่อ ที่สูงส่งวิเศษเพียงใด แต่หากสมาทานอย่างสุดโต่ง หรือยึดติดถือมั่นอย่างหัวปักหัวปำแล้ว ก็ย่อมกลายเป็นโทษยิ่งกว่าเป็นคุณ
ดอกบัวเกิดจากน้ำ แต่ก็สามารถที่จะเจริญจนพ้นน้ำได้ คนเราเกิดมาจากกองกิเลสก็จริง แต่ก็สามารถที่จะพัฒนาตน จนพ้นจากกิเลสได้ เราเกิดในโลก แต่สามารถพัฒนาใจ จนพ้นโลกได้
เราต้องยอมรับความจริงว่า เราไม่สามารถพบเจอเหตุการณ์ ที่น่าพอใจได้ตลอดเวลา แม้วันนี้อาจจะไม่มีอะไรขัดใจเรา แต่พรุ่งนี้ก็อาจจะมี
ความกลัวสูญเสียบางครั้งจึงทำให้เราตกอยู่ในสภาพ ไม่ต่างจากคนที่กอดหีบสมบัติที่กำลังจมน้ำ ด้วยความหวังว่าจะกู้มันขึ้นมาได้ ทั้งๆที่ในยามนั้น การปล่อยหีบสมบัติ เป็นวิธีเดียวที่ช่วยให้สูญเสียน้อยที่สุด