🍀🍀PALM🍀🍀 ☘️พืชเศรษฐกิจชาวใต้☘️

in #thai9 years ago

🍀🍀PALM🍀🍀 ☘️พืชเศรษฐกิจชาวใต้☘️

🌱🌱ประวัติและการปลูกปาล์มน้ำมัน🌱🌱

image

☘️ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีศักยภาพในการผลิตน้ำมันต่อหน่วยพื้นที่สูงสุดเมือเทียบกับพืชน้ำมันอื่นๆ ในการผลิตปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพืชยืนต้นมีความทนทานต่อผลกระทบจากภัยธรรมชาติมากกว่าพืชอายุสั้นต่างๆ มีการลงทุนครั้งเดียวก็สามารถเก็บเกียวผลผลิตได้ มากกว่า 25 ปี ประเทศไทยอยู่ในสภาพภูมิอากาศที่สามารถปลูกปาล์มได้ดี และมีโอกาสขยายพื้นที่ปลูกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ พื้นที่นาร้าง พื้นที่รกร้างว่างเปล่า เมือปลูกเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ระบบนิเวศน์อีขึ้นเป็นลำดับ และเป็นพืชที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค เนื่องจากไม่มีการตัดต่อพันธุกรรม และน้ำปาล์มสามารถใช้ทำไบโอดีเซลทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงได้🍃🍃

🌿🌿ประวัติปาล์มน้ำมัน🌿🌿

☘️ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ยืนต้น อายุยืนยาวกว่า 100 ปี แต่ที่ปลูกเป็นการค้าอายุประมาณ 25-30 ปี ก็จะถูกโค่นทิ้ง เนื่องจากให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า พระยาประดิพัทธ์ภูบาล ได้นำปาล์มน้ำมันเข้ามาปลูกในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2472 โดยปลูกเป็นไม้ประดับที่สถานีทดลองยางคอหงส์ จังหวัดสงขลา และสถานีกสิกรรมพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี แต่เริ่มมีการส่งเสริมให้ปลูกในพื้นที่จริงๆ ในปี พ.ศ. 2511 ที่นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้จังหวัดสตูล พื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ จากนั้น มีการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2548 ประเทศไทยมมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันทั้งสิ้น 2.74ล้านไร่ ผลผลิตปาล์มสดทั้งทะลาย 5.03 ล้านต้น🍂🍂

image

🍀🍀ข้อพิจารณาในการปลูกปาล์มน้ำมัน🍀🍀

☘️การเริ่มปลูกปาล์มน้ำมันที่ดีควรมีการเลือกพื้นที่ให้เหมาะสมเลือกพันธุ์ดีมีการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง สิ่งสำคัญในการเลือกพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน คือ ต้องพิจารณาถึงสภาพภูมิอากาศ สภาพพื้นที่ลักษณะดินรวมถึงการขนส่ง🍁🍁

  • สภาพภูมิอากาศ🌦🌦
    🌧อุณภูมิที่เหมาะสมในการปลูกปาล์มน้ำมันอยู่ในช่วง 20-30 c ปริมาณแสงแดดอย่างน้อยวันละ 5 ชั่วโมง และมีความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ ในรอบปีไม่ต่ำกว่า 75% มีการกระจายของน้ำฝนสม่ำเสมอประมาณ 1,800-2,000 มิลลิเมตรต่อปี ต้องไม่มีสภาพแล้งเกิน 3 เดือนและไม่มีลมพายุที่รุนแรง☀️
  • สภาพพื้นที่🗺🗺
    🗻สภาพดินที่เหมาะสม คือ ดินร่วนเหนียวถึงดินเหนียว มีความลึกของชั้นหน้าดินมากกว่า 75 เซนติเมตร อุ้มน้ำได้ดี ระดับน้ำใต้ดินลึก 75-100 เซนติเมตร มีธาตุอาหารสูง มีความเป็นกรดอ่อน pH 4.0-6.0 สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกิน 500 เมตร มีความลาดชันไม่เกิน 12% พื้นที่ไม่มีน้ำท่วมขัง มีการระบายน้ำดีถึงปานกลาง🏔🏔
  • การขนส่ง🚚🚛
    🚜การขนส่งผลผลิตทะลายปาล์มน้ำมันสู่โรงงานมีความสำคัญมาก เนื่องจากจำเป็นต้องส่งทะลายปาล์มน้ำมันเข้าสู่โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มอย่างรวดเร็ว (ไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมง) จึงควรปลูกปาล์มน้ำมันห่างจากโรงงานสกัดน้ำมันปาลืมไม่เกิน 120 กิโลเมตร และมีการคมนาคมขนส่งได้สะดวก🚲🚲
  • พันธุ์🌳🌳
    🌵พันธุ์ที่แนะนำให้ปลูกเป็นการค้าในปัจจุบัน คือ พันธุ์เทเนอร่า(Tenera) เป็นพันธุ์ผสมระหว่างพันธุ์ดูร่ากับพันธุ์พิสิเฟอร่า ใช้พันธุ์ดูร่าเป็นพันธุ์แม่ และพันธุ์พิสิเฟอร่าเป็นพันธุ์พ่อ พันธุ์เทเนอร่ามีกะลาบาง (0.5-4 มิลลิเมตร) และมีน้ำมันต่อน้ำหนักทะลายประมาณร้อยละ 22-25 มีทะลายดกกว่าพันธุ์ดูร่า เนื่องจากพันธุ์เทเนอร่ามีคุณสมบัติดี คือ มะกะลาบาง ได้น้ำมันจากส่วนเปลือกนอกมากกว่าพันธุ์ดูร่าประมาณร้อยละ 25 จึงมักนิยมปลูกเป็นการค้า ลักษณะผลดิบสีดำเมื่อสุกเปลือกนอกสีส้มแดง กะลาบางให้น้ำมันสูง
    ปาล์มน้ำมันพันธุ์ดี จะให้ผลผลิตสูง มีคุณภาพดี ให้ผลผลิตสม่ำเสมอตลอดปี ขายได้ราคาดี เป็นที่ต้องการของโรงานพันธุ์ปาล์มน้ำมันคุณภาพต่ำ (พันธุ์ไม่ดี) เมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าปาล์มน้ำมันคุณภาพต่ำได้จากการผสมระหว่างพ่อและแม่พันธุ์ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการคัดเลือกสายพันธุ์ หรือได้จากการผสมพันธุ์แบบไม่มีการควบคุมการผสมพันธุ์ เช่น ต้นกล้าที่งอกบริเวณใต้โคนต้น ความเสียหายเมื่อปลูกปาล์มน้ำมันคุณภาพต่ำ คือผลผลิตทะลายปาล์มสดลดลง 15-50% และน้ำมันปาล์มดิบลดลง 35-55%🎍🎍

🍄🍄ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อปาล์มน้ำมันพันธุ์ดี🍄🍄

1. เป็นปาล์มน้ำมันพันธุ์ลูกผสมเทเนอร่า (DxP)
2. ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีหนังสือรับรองจากทางราชการ
3. เลือกต้นที่สมบูรณ์ ลักษณะดี ไม่มีอาการผิดปกติ
4.มีข้อมูลเบื้องต้นในด้านการให้ผลผลิตที่ดี และสม่ำเสมอ
5. มีประวัติพันธุ์อย่างชัดเจน
6.มีแหล่งที่ผลิต (ที่มา) ของเมล็ดพันธุ์ที่เชื่อถือได้
7.ต้นกล้าปาล์มน้ำมันควรมีอายุหรือขนาดเหมาะสมตามความต้องการของเกษตรกร เช่น ถ้าปลูกทันทีควรมีอายุ 8-12 เดือน ถ้าซื้อต้นกล้าเล็กเพื่อนำไปปลูกดูแลก่อนควรซื้อถุงขนาดเล็กที่มีอายุกล้า 2-4 เดือน

image

🥀🥀แหล่งปาล์มพันธุ์ดี🥀🥀

  • การเลือกซื้อปาล์มน้ำมันพันธุ์ดี ควรพิจารณาปฏิบัติตามลำดับดังนี้
    1. ซื้อจากกรมวิชาการเกษตร หรือจากบริษัทที่กรมวิชาการเกษตร รับรองว่าเป็นแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้
    2. ซื้อจากผู้จำหน่ายพันธุ์ทีทีแหล่งที่เคยจำหน่ายให้ส่วนราชการมาก่อน หรือจากบริษัทที่ทางราชการรับรอง
    3. ซื้อจากผู้จำหน่ายพันธุ์ที่มีพื้นที่ปลูกและโรงงานอยู่ในพื้นที่อย่างมั่นคงถาวร เป็นการยืนยันว่ามีบริการหลังการขายหรือมีจุดรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
    4. ซื้อจากบริษัท หรือผู้ค้าพันธุ์ปาล์มน้ำมัน ที่กระทำเป็นอาชีพ โดยมีนักวิชาการเกษตรควบคุมการปฏิบัติอย่างถูกหลักวิชาการและมีการรับรองหรือประกันคุณภาพพันธุ์ปาล์มน้ำมันเป็นลายลักษณ์อักษร
    5. ในกรณีที่ไม่สามารถหาซื้อได้ตามข้อ 1-4 ควรสอบถามจากเพื่อนบ้านที่ปลูกปาล์มน้ำมันพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตแล้ว ว่าซื้อมาจากแหล่งที่ใด แล้วพิจารณาตามข้อสังเกตในการคัดเลือกซื้อปาล์มน้ำมันพันธุ์ดี
    6. เกษตรกรควรขอหนังสือรับรองพันธุ์จากผู้ขาย เก็บหนังสือรับรองพันธุ์จากผู้ขายและเก็บหนังสือรับรองพันธุ์ ตลอดจนเก็บหนังสือสัญญาการซื้อขายหรือใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ดีเกษตรกรที่มีความประสงค์จะปลูก. ปาล์มน้ำมัน ควรมีการเตรียมการได้ล่วงหน้า ขณะเตรียมพื้นที่เพาะปลูกควรติดต่อสั่งซื้อพันธุ์ปาล์มน้ำมันไว้ด้วยเพื่อให้ได้ทันเวลาตามต้องการ

🌷🌷การปลูกและการบำรุงรักษา🌷🌷

  • การเตรียมพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันตั้งแต่บุกเบิกพื้นที่ ปรับสภาพพื้นที่ สร้างถนน ทางระบายน้ำ วางแนวปลูก ปลูก
    และปลูกซ่อม การจัดระบบต่างๆ ในแปลงปลูกให้เหมาะสม และปลูกปาล์มน้ำมันพันธุ์ดีจะทำให้ปาล์มน้ำมันสาร
    เจริญเติบโตได้ดี และให้ผลผลิตสูงอย่างต่อเนื่อง🌎🌎
  • ก่อนปลูกปาล์ม ควรเตรียมการอย่างน้อย 1 ปี และเตรียมพื้นที่ในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนธันวาคม เมษายน โดย
    โค่นและกำจัดต้นไม้ออกจากแปลง ไถพรวนปรับพื้นที่ให้เรียบร้อยตลอดจนสร้างถนนและทางระบายน้ำไว้ด้วย🌏🌏
  • การสร้างถนนและทางระบายน้ำ เป็นสิ่งจำเป็นมากในการจัดการเพื่อใช้ในการเข้าปฏิบัติงานการดูแลรักษาและเก็บ
    ผลผลิต ควรพิจารณาดังนี้▶️▶️

    1. ถนนใหญ่ ความกว้างประมาณ 6 เมตร และควรมี 2 สาย ต่อ 1 แปลงใหญ่ คือด้านหน้าและด้านหลังแปลง ควร
    อยู่ห่างประมาณ 1 กิโลเมตร

    2. ถนนเข้าแปลง เชื่อมจากถนนใหญ่ เพื่อขนส่งวัสดุการเกษตรและผลผลิตในสวนปาล์มน้ำมัน ความกว้างประมาณ
    4 เมตร ควรห่างกันประมาณ 500 เมตร

    3. ร่องระบายน้ำ จำเป็นสำหรับพื้นที่ปลูกซึ่งมีสภาพเป็นที่ลุ่มและมีน้ำท่วม ควรทำพร้อมกับการตัดถนน

💦💦การทำร่องระบายน้ำ💦💦

  • ร่องระบายน้ำมี 3 ประเภท คือ💧
    1. ร่องระบายน้ำในแปลง ทำทุกๆ แถวของปาล์มน้ำมัน
    2. ร่องระบายน้ำรวม สร้างขนานไปกับถนนเข้าแปลงเชื่อมระหว่างร่องระบายในแปลงกับร่องระบายน้ำใหญ่
    3. ร่องระบายน้ำใหญ่ สร้างขนานไปกับถนนใหญ่ รับน้ำจากร่องระบายน้ำรวม และระบายออกสู่แหล่งน้ำอื่นๆ

☃️☃️การวางแนวปลูก☃️☃️

  • หลังจากเตรียมพื้นที่ ตัดถนนและทางระบายน้ำแล้ว จึงวางแนวการปลูกโดยพิจารณาจากการความสอดคล้องกับ
    การทำงานการระบายน้ำ ความลาดเทของพื้นที่ ทิศทางของแสงแดดเพื่อให้ปาล์มน้ำมันได้รับแสงแดดมากที่สุด
    เพื่อให้ใบได้มีกระบวนการสังเคราะห์แสง ระยะปลูกที่เหมาะสมของปาล์มน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญ ถ้าปลูกห่างหรือถี่
    เกินไปจะมีผลทำให้ผลผลิตลดลง ควรปลูกปาล์มน้ำมันแบบสามเหลี่ยมด้านเท่า เพราะใช้ประโยชน์ในที่ดินได้
    เต็มที่โดยกำหนดแถวหลักเป็นฐานอยู่ในแนวทิศเหนือ ใต้ แถวที่ใกล้กันจะปลูกกึ่งกลางเป็นระยะยอดของ
    สามเหลี่ยมด้านเท่า และการจัดระยะการปลูก 9 x 9 x 9 เมตร เป็นที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากทำให้ต้นปาล์มทกต้น
    ได้รับแสงมากและผลิตที่ได้มีจุดคุ้มทุนและมีรายได้มากที่สุด🌬🌬
  • ฤดูปลูก ฤดูที่เหมาะสมในการปลูกปาล์มน้ำมัน คือ ต้นฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ควรปลูกเมื่อฝนเริ่มตกแล้วเพราะดินจะมีความชื้นเพื่อให้ต้นกล้าได้มีเวลาตั้งตัวในแปลงได้นาน🌧🌧
  • หลุมปลูก เมื่อวางแนวปลูกและปักไม้เป็นเครื่องไม้แล้ว ขุดหลุมขนาดกว้าง x ยาวx ลึก = 45 x 45 x 35
    เซนติเมตร เป็นรูปตัวยูโดยให้จุดที่ปักไม้เป็นจุดกลางหลุม เพื่อจะได้ระยะปลูกที่เป็นระเบียบ ขุดดินชั้นบนและชั้น
    ล่างแยกกัน เมื่อขุดแล้วควรตากไว้ประมาร 10 วัน ก่อนนำต้นกล้ามาปลูก⚓️⚓️
  • การปลูก การปลูกอย่างถูกวิธี จะทำให้การเจริญเติบโตของต้นปาล์มน้ำมันดี และให้ผลผลิตสูง อายุกล้าที่มีอายุ
    น้อยเกินไปจะทำให้การชะงักเจริญเติบโตและอ่อนแอต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ สำหรับต้นกล้าที่มีอายุมากเกินไปจะ
    มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและตกผลช้าและไม่สะดวกในการขนย้ายบางครั้งไม่สามารถใช้ต้นกล้าที่มีอายุเท่าที่
    กำหนดได้ เราสามารถแก้ไขได้โดยถ้าต้นกล้าอายุเกิน 12 เดือน ควรตัดในบางส่วนทิ้งบ้าง และระวังอย่าให้ราก
    บอบช้ำจากการขนย้ายมากนัก ก่อนปลูกควรใส่ร็อคฟอสเฟต อัตรา 250 กรัมต่อหลุม และคลุกเคล้าดินกับปุ๋ย เพื่อ
    ป้องกันการสัมผัสกับรากโดยตรง จากนั้นนำถุงพลาสติกออกจากต้นปาล์มอย่างระมัดระวังอย่าให้ก้อนหินแตกโดย
    เด็ดขาดจะทำให้ต้นกล้าชะงักการเจริญเติบโต ควรประคองต้นกล้าอย่างระมัดระวังแล้ววางลงในหลุมปลูก ใส่ดินชั้น
    บนลงก้นหลุมแล้วจึงใส่ดินชั้นล่างตามลงไป ทั้งนี้ เมื่อนำต้นกล้าวางลงในหลุมแล้วจึงอัดดินให้แน่นปลูกเสร็จแล้ว
    โคนต้นกล้าจะอยู่ในระดับเดียวกันกับระดับดินเดิมของแปลงปลูก⛏⛏
  • การปลูกซ่อมควรทำการปลูกซ่อมให้เร็วที่สุด หลังจากปลูกลงแปลงจริง หากมีปัญหาควรสำรองต้นกล้าไว้สำหรับปลูกซ่อมแซมประมาณร้อยละ 5 ของต้นกล้าที่ต้องการใช้ปลูกจริง สำหรับการปลูกทดแทนต้นที่ตาย โรคแมลงทำลายหรือต้นที่มีลักษณะผิดปกติ ภายหลังการปลูกโดยดูแลรักษาต้นกล้าไว้ในถุงพลาสติกสีดำขนาด 18 x 24 นิ้ว ต้นกล้าจะมีอายุระหว่าง 14 x 20 เดือน ทั้งนี้ เพื่อให้ต้นกล้าที่นำไปปลูกซ่อมมีขนาดทัดเทียมกับต้นกล้าในแปลงปลูกจริง การซ่อมแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ➡️➡️
    - ปลูกซ่อมหลังจากปลูกในแปลงประมาณ 1-2 เดือน เป็นการปลูกซ่อมเนื่องจากการกระทบกระเทือนตอนขนย้ายปลูกหรือเกิดจากความแห้งแล้งหลังปลูกอย่างรุนแรง
    - ปลูกซ่อมหลังจากการขนย้ายปลูก 6 8 เดือน ไม่ควรเกิน 1 ปี เป็นการซ่อมต้นกล้าที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น ต้นที่มีลักษณะทรงสูง โตเร็วผิดปกติ ซึ่งเป็นลักษณะของต้นตัวผู้

💊💊การใส่ปุ๋ย💊💊

  • เนื่องจากปาล์มน้ำมันเป็นพืชยืนต้นที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็วและให้ผลผลิตสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับพืชน้ำมันชนิดอื่นๆ ดังนั้นจึงต้องการธาตุอาหารและน้ำในปริมาณมากเพื่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของลำต้น ใบ และผลผลิต การจัดการปุ๋ยที่ถูกต้องเหมาะสมจึงเป็นการผลผลิตเพื่อนำไปสู่เป้าหมายของเกษตรกร คือ กำไรสูงสุด การใส่ปุ๋ยปาล์มน้ำมันในระยะต่างๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง เช่น ปริมาณธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินเดิม ชนิดของปุ๋ย อัตราการใส่ปุ๋ยและราคาปุ๋ย สำหรับอาการขาดธาตุอาหาร ที่สังเกตได้ด้วยตาเปล่า ก็เป็นข้อพิจารณาอย่างหนึ่งสำหรับการใส่ปุ๋ย💉💉
  • อัตราการใส่ปุ๋ยปาล์มน้ำมันในแต่ละพื้นที่นั้นแตกต่างกัน แต่มีหลักสำคัญคือ⤵️⤵️
    1.ใส่ในช่วงที่ปาล์มน้ำมันต้องการ
    2.ใส่บริเวณที่รากปาล์มน้ำมันดูดไปใช้ได้มากที่สุด
    🚜🚜ควรใส่ปุ๋ยเมื่อดินมีความชื้นเพียงพอ หลีกเลี่ยงการใส่เมื่อแล้งจัดหรือฝนตกหนัก ในปีแรกหลังจากปลูกควรใส่ปุ๋ย 4-5 ครั้ง ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ควรใส่ปุ๋ย 3 ครั้ง/ปี ช่วงที่เหมาะสมในการใส่ปุ๋ยต้นฝน กลางฝน และปลายฝน ตั้งแต่ปีที่ 5 ขึ้นไป อาจพิจารณาใสปุ๋ยเพียงปี🚜🚜

image

🙏🏻ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ | Thank you for your support.🙏🏻

Sort:  

เป็นการแชร์ข้อมูลที่ดีมากเลยค่ะ แทบภาคใต้พบได้ง่ายมากเลยไม่ว่าจะสวนปาล์มหรือสวนยาง 🌹🌱🌹🌱

ขอบคุณมากครับ ที่อ่านเนื้อหาที่พี่ได้นำมาแชร์ต่อแบบนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะ (น้องพิมพ์อ่านยากมากเลย) 😂😂

ขอโทษด้วยค่ะ😅😅😅😅

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ นี้และคนใต้บ้านเรา👍❤

ครับ ข้อมูลดีๆต้องแบ่งปันกันเป็นธรรมดาครับ 👍🏻

Congratulations @jakkris! You have completed some achievement on Steemit and have been rewarded with new badge(s) :

Award for the number of upvotes

Click on any badge to view your own Board of Honor on SteemitBoard.
For more information about SteemitBoard, click here

If you no longer want to receive notifications, reply to this comment with the word STOP

By upvoting this notification, you can help all Steemit users. Learn how here!

เราก็ชอบต้นปาร์มนะ มันดูสวยดี แถมวันนี้ได้ความรู้เพียบเลย 👍

ครับ ปาล์มเป็นต้นไม้ที่สวยเมื่อมีเฟิร์นเกาะรอบๆต้นและยังมีประโยชน์อีกมากมายครับ

Coin Marketplace

STEEM 0.04
TRX 0.33
JST 0.102
BTC 64097.51
ETH 1792.23
USDT 1.00
SBD 0.39