คิดถึง “กล้องสะท้อนเงา” < กล้องสลับลาย : Kaleidoscope >
เราเป็นคนสนใจงานประดิษฐ์และงานฝีมือมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่ชอบเล่นตุ๊กตา แต่จะชอบพวกงานประดิษฐ์ หรืองานศิลเปอะ (ศิลปะ) ที่สร้างด้วยมือ เช่น งานปั้นดิน งานแกะสลัก ร้อยมาลัย ตัดกระดาษ หรือปักผ้า สมัยเด็กๆเราไม่ค่อยได้ของขวัญบ่อยนัก แต่ก็ไม่เคยรู้สึกน้อยใจต่ำใจเพราะปกติไม่ชอบเล่นของเล่นเหมือนกับเด็กคนอื่นๆอยู่แล้ว และก็ชอบเล่นคนเดียวเสียเป็นส่วนใหญ่
Image Source
แต่มีของเล่นอยู่ชิ้นหนึ่งที่สามารถสะกดให้เราพิศวงงงงวยตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สัมผัส และยังประทับใจเรามาจนถึงทุกวันนี้ จำได้ว่าครั้งนั้น มีญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด เรารักและหวงของชิ้นนี้มาก จะไม่ยอมให้ใครยืมเล่นง่ายๆ แม้กระทั่งพี่น้อง และวันหนึ่งมันได้ถูกขโมยไปโดยเด็กที่ไหนก็ไม่ทราบ ทำให้เราร้องไห้คิดถึงมันอยู่หลายวันกว่าจะทำใจได้ เราเรียกของเล่นชื้นนั้นว่า “กล้องสะท้อนเงา” แต่มันมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Kaleidoscope” หรือ “กล้องสลับลาย” ในภาษาไทย
ด้วยภารกิจและวัยที่มากขึ้นทำให้เราเกือบจะลืมเรื่องราวเกี่ยวกับ “กล้องสะท้อนเงา” นั้นไปแล้ว จนวันนี้ได้มีโอกาสฟังเพลงและดูวีดีโอเหล่านี้จาก YouTube รู้ความสึกและความทรงจำเก่าๆเกี่ยวกับกล้อง “Kaleidoscope” จึงกลับมา ...ตั้งแต่เล็กจนโตเราเองก็ไม่เคยรู้ว่าประวัติความเป็นมาของมันมีมาอย่างไร... ใครเป็นคนคิดประดิษฐ์มันขึ้นมา....จึงเห็นเป็นโอกาสดีที่จะได้เสาะแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับของเล่นที่เราเคยรัก แล้วนำมาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ที่สนใจได้อ่านกัน ... และประวัติความเป็นมาคร่าวๆของกล้อง “Kaleidoscope” ที่ได้ค้นคว้ามา มีดังนี้ค่ะ
คำว่า “Kaleidoscope” มีรากศัพท์มากจากการผสมกันของคำกรีกโบราณ 3 คำ คือ Kalos, Eidos และ Skopeo ซึ่งแปลว่า ความงาม, รูปทรง และการมองเห็น ตามลำดับ ดังนั้น “Kaleidoscope” จึงแปลว่า “การเฝ้าสังเกตความงามของรูปทรง”
เทคนิคการเล่นกับเงาสะท้อนของรูปทรงในกระจกสองบาน หรือบนพื้นผิวที่สะท้อนแสงได้ เป็นที่รู้จักกันดีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเริ่มจากการถูกนำมาใช้ในงานสถาปัตยกรรม และตกแต่งภายในอาคาร อย่างไรก็ตามเทคนิคดังกล่าว ยังไม่ได้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ หรือมีการจดบันทึกไว้
Image Source
จนกระทั่งในปี ค.ศ.1814 นักประดิษฐ์ชาวสก็อตแลนด์ ชื่อ David Brewster ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการหักเหของแสงโดยใช้แผ่นกระจก ทำให้เขาสังเกตเห็นปรากฏการณ์การสะท้อนที่สวยงามดังกล่าวเข้าโดยบังเอิญและได้ทำการจดบันทึกไว้ ต่อจากนั้นอีก 3 ปี กล้อง “Kaleidoscope” ตัวแรกได้ถูกประดิษฐ์คิดค้นขึ้น และมีการจดสิทธิบัตรอย่างเป็นทางการที่ประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1817
ไดอะแกรมของรูปแบบการตัดกระจกภายในกล้อง Kaleidoscope (1819)
Image Soirce
หลังจากนั้นเขาได้ทำสัญญาผลิตกับบริษัทผู้ผลิตรายหนึ่ง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ต้นแบบของกล้อง “Kaleidoscope” นี้ได้ถูกลอกเลียนแบบจากผู้ผลิตอีกรายหนึ่ง แล้วนำออกจำหน่ายก่อนที่เขาจะเปิดตัวกล้องตัวแรกอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่งผลเสียหายต่อธุรกิจของเขาอย่างมาก เขาจึงตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบและโครงสร้างภายในของกล้อง “Kaleidoscope” นี้ให้สาธารณชนทั่วไปได้รับทราบ เพราะกล้องตัวที่ลอกเลียนแบบนั้นไม่ได้ให้ผลของเงาสะท้อนครบถ้วนสมบูรณ์แบบเหมือนตัวต้นแบบของเขา เพราะเกิดจากการประกอบชิ้นส่วนที่ไม่ถูกต้อง
ภาพแสดงมุมตัดของกระจกที่แตกต่างภายในตัวกล้อง
Image Source
กล้อง Kaleidoscope โบราณ
Image Source
ต่อมาเขาได้จับมือกับ Phillip Carpenter ในการผลิตกล้อง “Kaleidoscope” ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้ตราประทับ “Sole Maker” แต่ภายหลังมีความไม่ลงตัวกันเกี่ยวกับผลประโยชน์ พวกเขาทั้งสองจึงแยกกิจการออกจากกันในปี ค.ศ.1818
Brewster ได้จ้างผู้ผลิตหลายรายในการผลิตกล้อง “Kaleidoscope” ภายใต้ชื่อสิทธิบัตรของเขา ส่วนบริษัทของ Carpenter ก็ได้ผลิตและขายกล้อง “Kaleidoscope” หลังจากนั้นต่อมา อีกเป็นระยะเวลา 60 ปี ภายใต้ชื่อ H.M. Quackenbush Co. ซึ่งมีฐานผลิตอยู่ที่นิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา
คืนนี้เป็นครั้งแรกจริงๆค่ะ ที่ตัวเองได้มีโอกาสศึกษาถึงประวัติอันยาวนานและโชกโชนของนวัตกรรมที่สุดยอดชิ้นนี้...ช่างน่าทึ่งพอๆกับสีสันและรูปทรงของภาพสะท้อนที่ปรากฏภายในตัวกล้องนั้นจริงๆ ... ยิ่งพูดก็ยิ่งคิดถึง “กล้องสะท้อนเงา” ของเราตัวนั้น... ถ้ามีโอกาสอยากจะหาซื้อมาเก็บไว้ดูให้สบายอกสบายใจอีกสักครั้งจริงๆนะคะ….
"The world is a looking glass and gives back to every man
the reflection of his own face."
William Thackeray
สิ่งเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้เราสามารถสร้างโพสต์ที่ดีออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
Thankful for all followers, upvotes and comments,
you give me energy to create more good posts
@bbkastro
awesome
Thanks :-)
ดูแล้วก็เพลินจริงๆนะคะ
ใช่ สมัยๆเด็กดูไม่เลิกเลยค่า
ตาลาย😅
เอาไว้สะกดจิตตัวเองได้ด้วยค่ะ :D
Love your photos, magical.
Thanks to people who created those videos :-)
You make me smile.
สวยมากเลยครับ เหมือนเวทย์เลย ดูเพลินเลย
ใช่ค่ะ เหมือนโดนสะกดจิต :-)