“สงกรานต์สี” ต้นประเพณี “สงกรานต์น้ำ” < From Holi To Songkran >
สวัสดีเย็นวันสงกรานต์ค่ะ วันนี้คิดว่าเพื่อนๆหลายคนคงได้เล่นน้ำสนุกสนานชุ่มฉ่ำกันถ้วนหน้า แต่ก็คงมีเพื่อนๆอีกหลายคนที่หลบร้อนนอนอยู่ในบ้านตากพัดลมสบายๆเหมือน @bbkastro เพราะไม่อยากที่จะออกนอกบ้านไปแล้วถูกสาดน้ำใช่ไหมล่ะคะ? สมัยเด็กๆก็สนุกอยู่หรอกค่ะเวลาเทศการสงกรานต์ทีแล้วได้เล่นน้ำตามสบาย สาดใครก็ได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องกลัวใครไม่พอใจ แต่พอเริ่มอายุมากขึ้นๆชักเริ่มชอบนั่งอยู่เฉยๆ และชอบดูคนอื่นเล่นน้ำสาดกัน รู้สึกเพลินกว่าเยอะเลย ไม่รู้ทำไม ?
Image Source
ตั้งแต่เล็กจนโดเราเล่นน้ำและสาดน้ำในประเพณีสงกรานต์กันมานับครั้งไม่ถ้วน สืบทอดกันมานับเป็นเวลาหลายๆร้อยปี แต่เพื่อนๆทราบกันไหมคะว่าต้นกำเนิดประเพณีสงกรานต์จริงๆ ไม่ได้จากการสาดน้ำใส่กันแต่มาจากการสาดสีใส่กัน โดยประเพณีที่ว่านี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย เรียกว่าประเพณี “โฮลิ” (Holi) หรือ “โฮลิปูรณิมา” ซึ่งจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 หรือ ในราวเดือนมีนาคมของทุกปี ถือเป็นต้นกำเนิดของประเพณีสงกรานต์ของไทย และประเทศอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออุษาคเนย์
Image Source
คำว่า “สงกรานต์” เป็นภาษาสันสกฤตที่แปลว่า “ก้าวย่าง” ซึ่งในวัฒนธรรมอินเดียหมายถึงการเปลี่ยนผ่านเวลาในรอบปีจากราศีหนึ่งสู่อีกราศีหนึ่ง ฉะนั้นในหนึ่งปีจะมีสงกรานต์ 12 ครั้ง แต่ครั้งที่สำคัญที่สุดก็คือเมื่อดวงอาทิตย์ย้ายจากราศีมีน (มีนาคม) เข้าสู่ราศีเมษ (เมษายน) ถือว่าเป็นการขึ้นปีใหม่ตามคติฮินดู ซึ่งนับวันตามสุริยคติ จึงมีชื่อเรียกเป็นพิเศษว่า “มหาสงกรานต์”
Image Source
บางตำนานได้กล่าวไว้ว่า เทศกาลโฮลิ คือการเฉลิมฉลองชัยชนะของพระกฤษณะในการปราบอสูรร้ายที่มีชื่อว่า “โฮลิกา” ด้วยการเผาผลาญร่างกายนางจนมอดไหม้ จึงได้มีการรำลึกถึงเหตุการณ์นี้ด้วยการเผาสิ่งสกปรกออกจากบ้าน และ “โฮลิ” ก็ยังมีความหมายถึงการสิ้นสุดไปของปีเก่า จากนั้นพระพรหมก็จะสร้างโลกใหม่ที่ดีกว่าเดิมในวันรุ่งขึ้นหลังจาก
วันเพ็ญโฮลิปูรณิมา
พระกฤษณะ
Image Source
ดังนั้น สิ่งที่ชาวอินเดียนิยมทำกันในช่วงเทศกาลโฮลิก็คือ การนำสิ่งของสกปรกออกไปจากบ้าน ไปรวมกันไว้ แล้วทำการเผาทิ้งไป ในระหว่างนั้นก็จะมีการร้องรำทำเพลงไปเรื่อยๆ พอวันรุ่งขึ้นก็จะมีการเฉลิมฉลองด้วยการสาดสี ที่มีความเชื่อกันว่าเป็นการปัดเป่าเชื้อโรคร้ายให้ออกจากร่างกายเราจนหมดสิ้น
Image Source
เบื้องหลังของของประเพณีโฮลิ ที่ถือว่าเป็นการปัดเป่าโรคร้ายไปจากตัว ก็เนื่องจากสีที่นำมาสาดใส่กันนั้น เป็นสีที่ได้มาจากพืชพรรณและสมุนไพรตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีเหลือง สีเขียว สีคราม ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้จะช่วยสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย คล้ายกับการใช้ธรรมชาติบำบัด เพราะว่าในช่วงที่มีประเพณีโฮลิเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงที่อาจทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่าย
Image Source
Image Source
โดยสีต่างๆที่ใช้ในประเพณี “โฮลิ” ล้วนมีความหมายที่แตกต่างกันตามความเชื่อในคติฮินดู ดังนี้
"สีแดง" ซึ่งเป็นสีแห่งความรักสูงสุด หมายถึง ความปรารถนา และความอุดมสมบูรณ์
"สีน้ำเงิน" ซึ่งเป็นสีที่แต้มอยู่บนหน้าของพระกฤษณะ หมายถึง ท้องฟ้า และมหาสมุทร
"สีเหลือง" ซึ่งเป็นสีแห่งความรู้และการศึกษา หมายถึง ความสุข สมาธิ และสันติ
"สีเขียว" ซึ่งเป็นสีแห่งธรรมชาติ หมายถึง การเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ และทุกสรรพสิ่ง
"สีชมพู" หมายถึง ความเห็นอกเห็นใจ และการดูแลรักษา
"สีม่วง" หมายถึง พลังของเวทย์มนต์ และสิ่งลี้ลับ
Image Source
ประเพณีโฮลิในอินเดีย เชื่อกันว่ามีมาอย่างยาวนานนับพันๆปี จนกระทั่งความเชื่อนี้เข้ามาเผยแพร่ในแถบอุษาคเนย์ ก็ได้ถูกเปลี่ยนจากการสาดสีมาเป็นการสาดน้ำแทน เนื่องจากในช่วงเดือนห้า (เมษายน) เป็นช่วงที่อากาศร้อนมากที่สุดของปี การสาดน้ำนั้นก็เป็นไปเพื่อการคลายร้อน และการเฉลิมฉลองที่สนุกสนานในวันขึ้นปีใหม่นั่นเอง
“... การสาดสีใส่กันในประเพณีโฮลิของอินเดีย ทำให้สุขภาพแข็งแรงและช่วยรักษาโรค
ในขณะที่การสาดน้ำใส่กันในประเพณีสงกรานต์ไทย ช่วยคลายร้อนและสร้างความสนุกสนาน
แต่การสาดโคลนใส่กัน ไม่ว่าจะที่ไหนก็คงไม่ได้สร้างความสุขให้กับทุกๆฝ่าย....”
เปลี่ยนมาเป็นสาดความรัก...ความเมตตาให้แก่กัน....ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้นอีกเยอะ...จริงไหมคะ ?
Image Source
“Happy Songkran Day, Happy Thai New Year”
สิ่งเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้เราสามารถสร้างโพสต์ที่ดีออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
Thankful for all followers, upvotes and comments,
you give me energy to create more good posts
@bbkastro
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ😄😄
สวัสดีปีใหม่ค่ะ :-)
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ
ยินดีค่ะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ :-)
สวัสดีปีใหม่ วันสงกรานต์ครับ ออกไปเล่นสาดน้ำที่ไหนครับ?
สวัสดีค่ะ ไม่ได้ไปไหน นอนเขียนบทความอยู่บ้านค่ะ ไปเที่ยวมาน่าสนุกนะคะ คุณ @whitepegasus :-~