16 คำไทยเลิกใช้แล้ว พร้อมความหมายที่คุณคาดไม่ถึง ! < 16 Thai Words That We Don't Use Anymore >
วิวัฒนาการด้านภาษามีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาอยู่ตลอดเวลาตามยุคสมัย ซึ่งนั่นก็ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในทุกสังคม ทุกวัฒนธรรม แต่ละยุคสมัยภาษาต่างก็มีปรับตัวและผสมผสานให้เข้ากันกับวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป มีทั้งที่รับเข้ามาจากวัฒนธรรมภายนอกและที่ส่งออกไปสู่วัฒนธรรมอื่น เกิดเป็นคำใหม่ๆ สำนวนใหม่ๆ ที่รับรู้และเข้าใจกันเฉพาะกลุ่ม หรือเฉพาะคนในยุคสมัยเดียวกัน
Image Source
วันนี้ @bbkastro จะขอนำเสนอคำไทยที่เลิกใช้ไปแล้ว โดยอ้างอิงจาก วิกิพจนานุกรม : ศัพท์ภาษาไทยที่มีความหมายเลิกใช้ เพราะเห็นว่าเป็นประวัติศาสตร์เกี่ยวกับภาษาไทยที่น่าสนใจ ควรค่าแก่การศึกษา เผื่อว่าวันใดวันหนึ่งไปพบคำเหล่านี้ในตำราหรือหนังสือโบราณจะได้เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร จริงๆแล้วใน “วิกิพจนานุกรม” นั้นมีอยู่หลายคำด้วยกันค่ะ โดยเรียงตามลำดับตัวอักษร ก - ฮ แต่เรายกมาเพียง 16 คำ ที่ถูกใจเราเพราะเห็นว่าแปลกหูและน่าสนใจดี บางคำเราคาดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าความหมายในอดีตกับปัจจุบันมันจะต่างกันไปกันคนละทิศละทางจนเดาไม่ออกว่ามีที่มาจากไหน
เราได้แบ่งคำทั้ง 16 คำที่เลือกมาออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษาต่างประเทศ (กลุ่มนางละเวงวัณฬา), กลุ่มคำที่เกี่ยวข้องกับราชการและกฎหมาย (กลุ่มนางวันทอง), และกลุ่มคำที่มาจากภาษาท้องถิ่นและวรรณกรรมไทย (กลุ่มนางลำหับ) ... เรามาเริ่มกันที่กลุ่มแรกเลยดีกว่าค่ะ
กลุ่มที่ 1 : นางละเวงวัณฬา คือ กลุ่มคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษาต่างประเทศ
1.1) "กันโบ๊ต" หมายถึง เรือปืน (เรือที่มีขนาดเล็กติดตั้งปืน) มาจากคำภาษาอังกฤษ “gunboat” ปรากฏในพระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 4
ตอนแรกได้ยินคำว่า “โบ๊ท ๆ” มีภาพ “บานาน่าโบ๊ต” ขึ้นมาในหัวทันทีเลยล่ะค่ะ คงเป็นเพราะคนรุ่นเราๆ คุ้นชินกับคำว่า “บานาน่าโบ๊ต” ความจำในสมองมันเลยพาไป
1.2)" ดิปโลมา" หมายถึง ประกาศนียบัตร, ใบอนุญาต มีที่มาจากคำภาษาอังกฤษ “Diploma”
อีกล่ะค่ะ ได้ยินแล้วก็นึกถึง “ปลาโลมา” ขึ้นมาอีก ฮ่าๆๆ
1.3)"บักเตรี" หมายถึง แบคทีเรีย มีที่มาจากคำภาษาฝรั่งเศส “bacte’rie”
ตอนแรกเข้าใจว่ามาจากภาษาอังกฤษเสียอีกค่ะ
1.4)"วิสา" หมายถึง ไวรัส มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลี “วิส” แปลว่า “พิษ”
เห็นคำนี้ครั้งแรกนึกถึงคุณ วิสา คัญทัพ คุณพี่ท่านจะรู้ไหมเนี่ยว่าชื่อตัวเองแปลว่า “ไวรัส” ฮ่าๆๆๆ ขอโทษด้วยนะคะคุณพี่ไม่เคยคิดจะละลาบละล้วง แต่ความหมายตามรากศัพท์ภาษาบาลีเขาว่าไว้อย่างนั้นจริงๆ
1.5)"อีหรอบ" หมายถึง ยุโรป, ทวีปยุโรป
ตัวอย่างคำและสำนวนที่คนโบราณใช้กันก็เช่น
"ดินอีหรอบ" หมายถึง ดินปืนของฝรั่ง
"เข้าอีหรอบ" หมายถึง ทำตามแบบฝรั่ง (เพิ่งจะเข้าใจที่มาก็วันนี้เองล่ะค่ะ)
1.6)"เอนซะเนีย" หมายถึง วิศวกร มาจากคำภาษาอังกฤษ Engineer
ฟังดูคล้ายๆชื่อประเทศ “แซนทาเนีย” นะคะว่าไหม ?
1.7)"เอเซนต์" หมายถึง ตัวแทน มาจากคำภาษาอังกฤษ “agent” ปรากฏในพระราชหัตถเลขาของ รัชกาลที่ 4
อันนี้ก็ฟังคล้ายกับคำว่า “เอเธนส์” มากว่าคำทับศัพท์ “เอเย่นต์” ในปัจจุบันเสียอีก
กลุ่มที่ 2 : นางวันทอง คือ กลุ่มคำที่เกี่ยวข้องกับราชการและกฎหมาย
2.1)"กท" หมายถึง กรุงเทพมหานคร
ก็เลยเข้าใจแล้วล่ะค่ะ ทำไมคนแก่ๆ เขาถึงเรียกป้ายทะเบียนรถยนต์ว่า "กท" เพราะสมัยก่อนป้ายทะเบียนรถยนต์เริ่มแรกแต่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร
และสามคำต่อนี้ไปเจ๋งสุดค่ะสำหรับกลุ่มที่ 2 อ่านเจอแล้วประทับใจมากฮ่าๆๆ ลองไปดูกัน :D
2.2)"ชู้เหนือขันหมาก" หมายถึง ชายที่ลอบได้เสียกับหญิงคู่หมั้นของชายอื่น
หมายเหตุ : พระอัยการลักษณะผัวเมีย (คำตัดสินของศาล) บัญญัติว่า “เมื่อชายสู่ขอหญิง และมีขันหมากหมั้นกันไว้แล้ว ยังไม่ถึงกำหนดจะแต่งงานกัน ในระหว่างนั้น ชายอื่นมาทำชู้กับผู้หญิง ท่านว่า ผิดเมียในขันหมาก ให้เอาราคาขันหมากตั้งไหมทวีคูณ ยกทุนให้เจ้าของ เหลือนั้นเป็นสินไหมกึ่ง พินัยกึ่ง”
2.3)"ชู้เหนือผัว" หมายถึง ชายที่ลอบได้เสียกับหญิงซึ่งสามียังมีชีวิตอยู่
หมายเหตุ : พระอัยการลักษณะผัวเมีย (คำตัดสินของศาล) บัญญัติว่า “บรรดาทรัพย์ส่วนตัวของหญิงที่ทำชู้เหนือผัวนั้น ให้ริบคืนแก่ผัวให้หมด ให้หญิงไปแต่ผ้านุ่งผืนผ้าห่มผืน”
2.4)"ชู้เหนือผี" หมายถึง ชายที่ลอบได้เสียกับหญิงที่มีสามีตายขณะที่ศพสามียังอยู่บนเรือน
หมายเหตุ : พระอัยการลักษณะผัวเมีย (คำตัดสินของศาล) บัญญัติว่า “ถ้าผัวตาย ศพยังอยู่กับเรือนเมีย เมียคล้อยใจกำหนัดชักเอาชายมานอน ให้ปรับชายชู้เป็นเบี้ยสิบแสน ให้ญาติพี่น้องเผาผีผู้ตาย”
เป็นไงล่ะคะ ? เจ๋งไหม ? :D
กลุ่มที่ 3 : นางลำหับ คือ กลุ่มคำที่มาจากภาษาท้องถิ่นและวรรณกรรมไทย
3.1)"กระใด" หมายถึง กระไร, อะไร, ทำไม
3.2)"คะใน" หมายถึง ข้างใน
3.3)"สะไอ" หมายถึง มีกลิ่นใกล้ๆ บูด (ปรากฏในภาษาวรรณกรรมโบราณ)
3.4)"ส้วม" หมายถึง เอามือทั้งสองข้างโอบรัดเข้าไว้ เรียกว่า “ส้วมกอด”
หมายเหตุ : ปัจจุบันใช้ “สวมกอด” และ ภาษาอีสานโบราณ ”ส้วม” แปลว่า “ห้องนอน”
นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่ความหมายในสมัยโบราณกับปัจจุบันต่างกัน ไปคนละทิศละทาง ถ้าเผลอไปนอนหลับใน “ส้วม” สมัยนี้ ก็คงเหม็นตายกันพอดี ฮ่าๆๆ
3.5)"อกอีปุกแตก" หมายถึง คำอุทานที่เปล่งออกมาเมื่อตกใจ (ใช้สำหรับผู้หญิง)
หมายเหตุ : ปัจจุบันใช้ “อกอีแป้นแตก”
ค่ะ ”อกอีแป้นจะแตก” อย่างที่เราได้ยินกันในละครหลังข่าวอยู่บ่อยๆ นั่นแหละค่ะ ถ้าวันหนึ่งได้ยินตัวละครพูดว่า ”อกอีปุกจะแตก” คงฟังดูตลกดีนะคะ....ว่าไหม ? :D
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ? หวังว่าเพื่อนๆคงได้รับสาระความรู้และความบันเทิงควบคู่กันไป... สำหรับวันนี้ @bbkastro ก็ขอลาไปแต่เพียงเท่านี้ก่อน ... แล้วโอกาสหน้าจะสรรหาเรื่องราวดีๆ สนุกๆ มาเล่าให้ฟังกันอีกนะคะ... :-)
Image Source
“A people without the knowledge of their past history,
origin and culture is like a tree without roots.”
Marcus Garvey
สิ่งเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้เราสามารถสร้างโพสต์ที่ดีออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
Thankful for all followers, upvotes and comments,
you give me energy to create more good posts.
@bbkastro
ฉันคิดว่า ถ้าดิปโลมาคือ การขี่โลมาแล้วดริบ เหมือนดริบรถแข่ง เท่นะคะ
คุณ@bbkastro ดิปโลมา เป็นไม๊คะ
5555 อันนี้ชอบค่ะ มุกนี้ตลกกว่า “ปลาโลมา” อีก 😂
ผมจะไม่น้าหงาว่าคบเพื่อนชื่อพิษ อิอิ
สงสารพี่ วิสา จัง 555
ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยค่ะคำพวกนี้ ที่จริงก็เกิดมานานแล้วนะ😅
ไม่แปลกค่ะ คุณ @siamcat ดูคุณพ่อ @somkiat ข้างล่าง 😂
เกิดมา 59 ปี 4 เดือน แล้วเพิ่งจะรู้นะเนี่ย 😊 ขอบคุณครับ
คาดไม่ถึงเลยใช่ไหมล่ะคะคุณพ่อ 😁