ปรากฏการณ์ "ตื่นตูน"

in #thai9 years ago (edited)

22196021_1553054941451011_3996660382057659525_n.jpg

เมืองไทยในช่วงเวลาตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หนึ่งเรื่องที่กำลังกลายเป็นที่สนใจของสังคมมาอย่างต่อเนื่องก็คือโครงการ "ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ" เป็นแคมเปญระดมเงินบริจาคด้วยการวิ่งจากเบตงไปสิ้นสุดที่แม่สายเป็นระยะทาง 2191 กิโลเมตร ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้ได้แก่

  1. เพื่อระดมเงินบริจาคจากพี่น้องชาวไทยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยมีเป้าหมายการระดมทุนอยู่ที่ 700 ล้านบาท
  2. เป็นการสื่อสารให้คนได้เข้าใจถึงความเหนื่อยยากลำบากของบุคคลากรในวงการสาธารณสุขที่ไม่ใช่มีแค่แพทย์และพยาบาล
    อย่างที่ตูนได้ประกาศขณะแวะทำกิจกรรมมอบทุนการศึกษาโรงเรียนปากระวะว่า “ผมไม่ใช้ฮีโร่ แต่ฮีโร่ตัวจริงคือคุณหมอ คุณพยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคน นี่คือฮีโร่ที่แท้จริง ส่วนผมนั้นเป็นเพียงสะพานที่เชื่อมโยงน้ำใจคนไทยทุกคนเท่านั้น” หรือแม้แต่ตอนที่ร่วมแจมวงดนตรีกับน้อง ๆ หลาย ๆ วง ตูนก็จะพูดเสมอว่า "ผมมาวิ่งแค่ 55 วัน แต่คุณหมอ คุณพยาบาลเขาวิ่งกันมาทั้งชีวิตเพื่อผู้ป่วย"
  3. เป็นการกระตุ้นให้คนหันมาออกกำลังกาย ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ช่วยให้แพทย์พยาบาลในโรงพยาบาลรัฐบาลต้องทำงานหนักอย่างที่เป็น

ซึ่งจนถึงวันนี้คงจะกล่าวได้ว่าโครงการนี้แทบจะเป็นปรากฏการณ์หนึ่งในบ้านเราไปแล้ว อะไรทำให้โครงการประสบความสำเร็จเกินคาด เพราะอะไรกัน? ผมจะลองวิเคราะห์แบบมั่ว ๆ นะครับ

1. ประเด็นแรกคืนตัว "พี่ตูน" เอง

ประเด็นนี้ขอพูดยาวหน่อยเพราะต้องบอกว่า ตูนคือแกนหลักของแคมเปญ
"อาทิวราห์ คงมาลัย" หรือ ตูน เป็นที่รู้จักกันในฐานะนักร้องนำวงบอดี้แสลม เมื่อก่อนผมก็ไม่เคยรู้หรือจำชื่อจริงเขาได้ จนมาเกิดโครงการนี้แหละและเชื่อว่าหลายคนในประเทศคงจำชื่อจริงของเขากันได้แล้ว
เมื่อปีที่แล้วตอนที่ตูนวิ่งไปบางสะพาน ตอนนั้นผมไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่รู้คร่าว ๆ ว่าได้เงินไป 85 ล้าน และพอมีข่าวให้ได้ยิน มีคนพูดถึงอยู่บ้าง ก็นึกแปลกใจว่าทำไมตูนเลือกวิ่งในการระดมทุนแต่ก็เคยรู้มาอยู่ว่าตูนเป็นขาวิ่งตามงานวิ่งใหญ่ ๆ อยู่แล้ว
มาปีนี้ตอนที่มีข่าวว่าตูนจะวิ่งเบตง-แม่สายกันเลยทีเดียว มีคนพูดถึงกันมากพร้อมเสียงวิจารณ์ต่าง ๆ นา ๆ เลยไปหาดูตอนที่ตูนให้สัมภาษณ์ถึงที่มาที่ไปทำไมตัดสินใจทำโครงการนี้
ฟังแล้วบอกได้เลยว่าตูนไม่ได้มาแบบฉาบฉวยเอาหน้าตามเสียงวิจารณ์ คือแบบ คิดมาแล้วว่าการวิ่งประหยัดต้นทุนเงินเข้าโรงพยาบาลเต็ม ๆ ถ้าจัดคอนเสิร์ตระดมทุนเหรอ เคยมีคนคำนวนเล่น ๆ ครับว่าต้องจัดที่รัชมังคลาคนเต็มทุกรอบประมาณ 100 รอบครับถึงจะได้ 700 ล้าน ^^'' ยังไม่พอคิดต่อว่าบริจาคให้โรงพยาบาลไหนถึงจะดี คิดไม่ออกก็ไปปรึกษาคนอื่นจนตกผลึกมาได้ว่าบริจาคให้โรงพยาบาลศูนย์ผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฏ ถามว่าทำไมต้องโรงพยาบาลศูนย์ คือเครื่องมือแพทย์แพง ๆ เอาไปไว้โรงพยาบาลเล็กตามตำบลนี่ใครจะได้ใช้ครับ เครื่องพวกนี้ไม่ใช่แค่หมอคนเดียวใช้ได้เลยเหมือนขับรถ ต้องมีพวกเทคนิคการแพทย์และบุคคลากรอื่นด้วย โรงพยาบาลศูนย์นี่แหละเหมาะแล้ว กระจายครอบคลุมทั้งประเทศเพื่อศักยภาพในการรักษาได้คุ้มค่าสุด
มาจนถึงวันนี้พี่ตูนได้สยบเหล่าเสียงวิพากษ์ต่าง ๆ ทั้ง โง่ โลกสวย เอาหน้า ฉาบฉวย ด้วยส้นเท้าของพึี่ตูนโดยส้นเท้าคู่นั้นได้เหยียบลงบนทางที่เริ่มมาจากเบตง วิ่งเช้ายันมืด ทั้งฝนตกแดดออก วิ่งแบบไม่มีโกงหยุดไหนต่อนั่น

22279730_1554657484624090_3618359389670775309_n (1).jpg

ตูนเป็นคนพูดน้อยกว่าจะตอบคำถามได้แต่ละคำดูคิดช้าแต่รู้เลยว่าช้าเพราะเขาคิดเยอะก่อนจะพูดออกมา
ตูนมีต้นทุนพร้อมเหมาะกับแคมเปญนี้มาก เพราะหนึ่งตูนมีต้นทุนทางสังคมเป็นที่รู้จักในฐานะร๊อคสตาร์อยู่แล้ว สองตูนมีความพร้อมทางกายเคยผ่านงานวิ่งใหญ่ ๆ มาเยอะ และสามซึ่งสำคัญมากตูนมีพลังใจที่ล้นเหลือและพร้อมเผื่อแผ่ให้คนอื่นอีกด้วย

หากใครได้มีโอกาสติดตามดู Live การวิ่งของพี่ตูนจะรู้ว่าทำไมต้องตูนมันเป็นลักษณะเฉพาะครับ ตูนมีความมุ่งมั่น จริงจัง แต่ก็ไม่ใช่สักแต่จะวิ่งให้ถึงจุดหมาย ตูนจะพยายามให้ความสำคัญกับทุกคนที่อยากมีส่วนร่วมระหว่างทางโดยเฉพาะเด็กและผู้ใหญ่ ไม่เคยปฏิเสธชาวบ้านที่ต้องการมีส่วนร่วม ทั้งมอบของสารพัด เซลฟี่ เซ็นกีต้าร์ คุณจะไม่มีทางได้เห็นการแสดงออกถึงคำว่า "ไม่" จากผู้ชายคนนี้ ผมเคยดู Live ประมาณวันที่ 8-9 เซตสุดท้านตูนจะแสดงอาการอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด บางทีเห็นเลยว่าตาเริ่มลอยวิ่งไม่ค่อยตรงแต่ก็ยังคอยมองข้างทางและเข้าไปรับเงินบริจาคและทักทายผู้คน จนมีบางคนคอมเม้นว่าจิตใจพี่ตูนได้อยู่นอกเหนือการควบคุมของร่างกายอย่างสิ้นเชิงแล้ว :D

23632314_1605438776212627_5871327378042767284_o.jpg

วันแรก ๆ ที่ตูนเริ่มวิ่ง คนเริ่มเยอะมีกอด เหนี่ยว ดึง วิ่งตัดหน้า เหยียบเท้า ดักเซลฟี่่ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย แต่พี่ตูนไม่เคยบ่นจนมาเริ่มเจ็บมีการขอความร่วมมือชาวบ้านจากทีมงาน ก็ค่อนข้างให้ความร่วมมือกันดีครับ มีก็แต่พี่ตูนนี่แหละถ่ายรูปให้เลยก็มี วิ่งเข้าเฟรมให้เลย มีวงดนตรีเล่นต้อนรับกี่วงเข้าไปแจมหมด คนป่วยคนแก่มาไม่ได้วิ่งไม่ทัน ไม่เป็นไรพี่ตูนจัดให้ จนเป็นที่มาของ "อาทิวราห์เซอร์วิส"

23736311_1605438876212617_2639174233147782429_o.jpg

วันก่อนมีคนแชร์บทวิเคราะห์ว่าทำไมพี่ตูนถึงยังมีแรงร้องเพลงได้ทั้งที่วิ่งมาเหนื่อยขนาดนั้น ผมจำเป๊ะ ๆ ไม่ได้
เขาบอกประมาณว่าเพราะตูนรู้ว่าเป้าหมายคืออะไร วิ่งเพื่ออะไร เห็นได้ชัดว่าตูนมีความสุขที่เห็นรอยยิ้มเด็ก ๆ หรือผู้คนที่มารอต้อนรับ การไปร่วมร้องเพลงกับน้อง ๆ ที่มารอรับพี่ตูนคือการเติมพลังให้กับตัวพี่ตูนเองเป็นการตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาเชื่อสิ่งที่ทำอยู่มันมาถูกทางแล้ว

23737673_1605438906212614_6172666063173643370_o.jpg

เวลาดู Live กับแฟนแล้วเห็นพี่ตูนไปแจมหรือเล่นกับเด็ก ๆ แฟนก็จะบ่นว่าทำไมต้องเข้าไปทำอะไรขนาดนั้นด้วย แต่ผมว่าผมเข้าใจพี่ตูนนะ ก็ดูหน้าแกซิ ฟินจะตาย :D

ต้องบอกว่าตูนสร้างความแตกต่างทั้งในวิธีคิดและแนวทางในการทำแคมเปญ เรียกได้ว่าเอาตัวเข้าแลก ตั้งเป้าแบบวัดใจกับระยะทางที่ดูจะเป็นไปไม่ได้ ประกอบกับผลสัมฤทธิ์จากโครงการบางสะพานทำให้ผู้คนเริ่มชื่อเริ่มเชียร์ และนี่ก็น่าจะเป็นปัจจัยแรกและปัจจัยหลักของปรากฏการณ์นี้อันเกิดมาจากตัวผู้วิ่งหลักที่เป็นแกนกลางของแคมเปญนั้นเอง

2. ทีมงาน การวางแผนและการโปรโมท

24130063_1614090175347487_7274586653370470891_o.jpg

งานนี้ตูนคงทำไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว ต้องมีทีมงานและผู้สนับสนุน ซึ่งทีมงานหลัก ๆ ก็มาจากก้าวคนละก้าวครั้งบางสะพานนั้นเอง ซึ่งถือว่ามีประสบการณ์และความเชื่อเดียวกันกับพี่ตูน โดยเฉพาะหมอเมย์การวิ่งระยะทางขนาดนี้มีหมอกายภาพอยูุ่ในทีมด้วยมีประโยชน์มาก ทีมพี่ ๆ นักวิ่งมากประสบการณ์ที่ช่วยประคอง

23275586_1591428484280323_7693230146649246606_o.jpg

และที่ขาดไม่ได้หวานใจคู่กายตูน คุณก้อยนั่นเอง ซึ่งทั้งสองคนนั้นถือว่ามีต้นทุนทางสังคมที่ดีในการทำให้โครงการนี้เป็นที่สนใจของสังคม

301065.jpg

การเลือกเส้นทางวิ่งจากใต้ขึ้นเหนือ ตรงนี้ผมก็มองว่าฉลาดเลือกเพราะเริ่มจากจุดนี้มันสร้างอิมแพคเยอะ การลงไปหาชาวบ้านในพื้นที่สีแดงที่ผู้คนหวาดกลัวไปทำให้คนไทยได้เห็นว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ผู้ก่อความไม่สงบต้องการให้เข้าใจ ตูนได้เผยความความน่ารักและเป็นกันเองของคนในพื้นที่ช่วยให้คนไทยยังเห็นว่าพวกเขาคือคนไทยเหมือนกัน ส่วนตัวผมไม่ได้เห็นภาพผู้คนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกมาร่วมกิจกรรมสาธารณะเยอะขนาดนี้มานานเป็นสิบปีได้แล้ว จริง ๆ พวกเขาก็อยากให้ซุปตาไอดอลลงไปหาเขานะ เมื่อปีก่อนทีมฟุตบอลเมืองทองลงไปเตะบอลถ้วยที่ปัตตานีก็จัดเต็มที่ ลงไปหมดสตาร์ในทีมทั้ง เจ มุ้ย ฯลฯ ซึ่งชาวบ้านก็แห่มาให้การต้อนรับกันเพียบ

w644.jpg

ครับเปิดตัวปังแล้วก็ยังมีโมเมนต์ดี ๆ ให้เห็นออกมาได้อีกทุกวันเรียกได้ว่จุดติดไฟลุกโชน แต่ที่พูดถึงไม่ได้ก็คือเหล่าสปอนเซอร์ แน่นอนหลายหน่วยงานก็หวัง CSR ซึ่งตอนนี้บอกเลยคุ้มยังกะถูกหวย อย่างผู้สนับสนุนรายใหญ่อย่างคิงพาวเวอร์หรือไนกี้นี่เหมือนจ่ายเยอะแต่โครตคุ้ม
ไนกี้ที่รู้ว่าตูนชอบเป็นการส่วนตัวก็ออกตัวช่วยเต็มที่ถึงขนาดพาไปทดสอบร่างกายช่วยจัดทำแผนการวิ่ง
(อันนี้มีประโยชน์มากที่เอาวิทยาศาสตร์การกีฬามาช่วยว่างแผนการวิ่ง) แถมจัดโปรโมทด้วยภาพนักวิ่งระดับโลกอย่าง โม ฟาราห์ โพส IG ให้กำลังใจพี่ตูน แหม่ก็มีคนวิจารณ์อีกแน่นวลลล แต่นะคือนี่ไนกี้จัดให้ฟรีเลยนะ แน่นอนเขาหวังขายของแต่นี่ช่วยโปรโมทแคมเปญไประดับอินเตอร์เลยนะครับ

และทั้งที่ยังมีที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือทีมงานเบื้องหลังอื่น ๆ เช่นทีมถ่ายทอดสด ทีมงานทำหน้าเวป FB เพจ ที่ทำงานกันได้แบบมืออาชีพ การดำเนินงานที่โปร่งใสมียอดเงิน update ให้เห็นตลอดเวลา

3. จังหวะและโชค

23270429_1589712931118545_8391656981787860909_o.jpg

บอกเลยงานนี้เหมือนมีแรงส่งทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ อย่างที่รู้กันพอตูนประกาศโครงการก็อยู่ในช่วงเวลาที่มีประเด็นเรื่องการใช้งบประมาณของรัฐบาลซะด้วยก็มีพวกอยากจะวิจารณ์ลากโยงการเมือง ครับ เละเลย แต่ช่วยโปรโมทโครงการได้เป็นอย่างดี ก็ต้องขอบคุณคนพวกนี้ด้วยเนอะแม้อาจจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ
และก็อย่างที่กล่าวไปแล้วเลือกเปิดตัวได้ถูก จุดกระแสติด สื่อเริ่มสนใจ คนก็สนใจ มีโมเม้นต์ ซึ้ง อึ้ง ฮา มาให้เสพได้ทุกวันจนบางวันนี่เบียดข่าวดราม่าน่าเบื่อที่เมื่อก่อนเห็นกันจนเอียน เหมือนคนขาดในสังคมขาดแคลนเรื่องดี ๆ ในสังคมมาเติมพลังบวกนานแล้วนั้นเอง

วิ่งครั้งนี้ใครได้อะไร??

+ระยะสั้น+
แน่นอนครับ พี่ตูนและทีมงานผมเชื่อเลยว่าตลอดเส้นทางที่ผ่านมาแม้มันจะเหนื่อย ร้อน เจอทั้งฝนทั้งแดด ควันรถ แต่พวกเขาจะได้ประจักษ์กับความสุขที่สัมผัสได้ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มของผู้คนมากมายที่รอต้อนรับไม่ว่าจะดึกจะแดดจะฝน
แน่นอนผู้ที่มารอก็ได้ความสุขใจจากการที่ได้ร่วมบริจาคได้เจอพี่ตูน ทั้งที่หลายคนไม่เคยรู้จัก
ผมเคยดู Live ผู้บรรยายเล่าว่า มีกลุ่มผู้สูงอายุมารอบริจาค พอพี่ตูนวิ่งมาใกล้ก็ตะโกนกัน พี่ตูนมาแล้ว ๆ แล้วก็มียายคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า "ตูนคนไหน?" ^^ หลัง ๆ ทีมงานมีพัฒนาการจะให้พี่ตูนใส่เสื้อสีต่างจากคนในขบวนครับ
ส่วนคนอื่น ๆ ในประเทศได้อ่านข่าวได้เห็นคนที่ออกมาทำเพื่อคนอื่น ได้รู้เรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน มีอะไรให้ได้ร่วมลุ้นไปกับพี่ตูน ว่า วันนี้พี่ตูนจะได้อะไร มีของแปลก ๆ มาให้พี่ตูนเซ็นมั้ย ผมว่ามันช่วยเติมพลังบวกให้ชีวิตนะครับ:D

151091718112.jpg

อ้อ แล้วก็ยังได้มีเพลงเพราะ ๆ มาให้ฟังกันด้วย เช่น แด่เธอ จาก ToonFC หรือ เดิมพัน 2000 กิโล จากน้าแอ๊ด หาฟังกันได้ตาม Youtube เลยครับ

++ระยะกลาง++
ครับแน่นอนว่าจบโครงการโรงพยาบาลได้เงินได้ซื้อเครื่องมือแพทย์มีศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยมากขึ้น ผู้คนเริ่มหันมาสนใจออกกำลังกายรักษาสุขภาพตนเองมาขึ้น คุณหมอ พยาบาล บุคคลากรทางการแพทย์เหนื่อยน้อยลง ช่วยประเทศชาติในการใช้จ่ายงบประมาณด้านสาธารณะสุขน้อยลง

ก้าว02-768x576.jpg

+++ระยะยาววววว+++
อีก 5 ปี 10 ข้างหน้า คอยดูนะครับว่าในเวทีประกวดต่าง ๆ นักกีฬาเยาวชนทีมชาติ เขาจะบอกว่ามีใครเป็นไอดอล คงไม่ต้องเดานะครับ คงมีน้อง ๆ แบกกีต้าพรอมลายเซ็นต์พี่ตูนขึินประกวด นักบอลที่ยังเก็บบอลลายเซ็นที่ตูนไว้ ฯลฯ
สิ่งทีตูนทำคือการหว่านเมล็ดพันธ์แห่งความดีให้กับคนรุ่นหลังก็ว่าได้ เป็นตัวอย่าง เป็นการทำให้ดู ไม่ใช่แค่สักแต่พูด ๆ ๆ
ดูอย่างกรณี คุณยายผ้าถุงปลิว หรือ น้องมาร์ค เจ้าของคลิปเด็ดวลีฮิต "พี่ตูนสูญแล้ว"

1024_b89k79bbf5bcc6if7dh67.jpg

โดยเฉพาะกรณีน้องมาร์คนี่ ดูแล้วมันสะท้อนอะไรได้หลายอย่างมาก เห็นการกระทำของน้องแล้วคือแบบน้องกำลังสอนผู้ใหญ่อยู่เลยนะ เรื่องการทำตามกฏระเบียบเนี่ย แล้วพี่ตูนกับทีมงานก็น่ารักมากที่ไม่ปล่อยเรื่องนี้ผ่านเลยไป น้องสมควรได้รับผลจากการทำดี ขอขอบคุณพี่ตูนมาก ๆ ที่ทำให้ พี่ตูนไม่สูญแล้ว

ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ตูนทำครั้งนี้มันจะมีผลอย่างไรต่อสังคมไทยในวันข้างหน้า แต่ผมเชื่อว่ามันได้สร้างการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นแล้ว มันทำให้ผมยังเชื่อว่าคนเรายังมีความหวังได้

พี่ตูนจะวิ่งไปได้ถึงแม่สายไหม?

เคยมีคนบอกว่าการเดินทางสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณไปถึงจุดหมายได้หรือเปล่า แต่อยู่ที่ระหว่างการเดินทางต่างหาก ส่วนตัวผมแล้วว่ามันจริงมากเลย การเห็นตูนวิ่งในวันนี้เหมือนหนังสือที่ยังอ่านไม่จบหรือหนังซีรี่ย์ที่ยังฉายค้างอยู่ จุดจบจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ รู้เพียงวันนี้จากการที่ตูนกล้าที่จะก้าวพ้นความกลัวออกมา "ทำดี" ได้จนถึงวันนี้ได้ดึงดูดให้เหล่าผู้คนในสังคมสนใจและกล้าที่จะมีส่วนร่วมไม่ว่าดารานักร้องนักแสดงเริ่มสนใจเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น
ส่วนตัวแล้วผมเชื่อหมดใจแล้วว่าถ้าตูนไม่เจ็บขนาดต้องเลิกวิ่งยังไงก็ไปถึงเขาใจเขาไปถึงได้สบาย ยังคงตามดูและเอาใจช่วยต่อไป...

ia65eg69cejg7ckahh6dh.jpg

ติดตามความคืบหน้าโครงการได้ที่
https://www.kaokonlakao.com/
หรือที่ FB เพจ "ก้าว" ซึ่งจะมี Live การวิ่งในแต่ละวันให้ดูด้วย

เครดิตภาพ
-เพจโครงการก้าวคนละก้าว
-FB เพจ "ก้าว"
-MCOT
-สำนักข่าวเนชั่น

หมายเหตุ: ทุก Steem dollar จาก Post นี้ยกให้โครงการก้าวคนละก้าวครับ ;)

Sort:  

ชอบมากๆผู้ชายคนนี้หัวใจเขาใหญ่มากๆ

ขอบคุณสำหรับทุก upvote นะครับ เงินจำนวนนี้แม้มันจะดูน้อยแต่เมื่อเอามันมากองรวมกัน ผมเชื่อว่ามันจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ และมันจะไปเป็นส่วนหนึ่งของกอง 337 ล้านบาทของโครงการก้าวคนละก้าว (ยอด ณ วันที่ 26 พ.ย. 2560)

23844701_1615356925220812_6340819561548580512_n.jpg

Coin Marketplace

STEEM 0.05
TRX 0.33
JST 0.079
BTC 63413.52
ETH 1669.67
USDT 1.00
SBD 0.41