ชีวิตที่เรียนรู้

in #nimburapa5558 years ago (edited)

ชีวิตที่เรียนรู้ว่าต้อง Live and Learn

“พ่อคือวีรบุรุษของผม ชนิดที่ว่าผมอยากเป็นเหมือนพ่อ
แม้กระทั่งลายมือและวิธีพูด"
.
“ตอนเด็กผมเป็นคนโลกสวยมาก ผมคิดว่าทุกอย่างที่
ตัวเองคิดมันทำได้หมดเลย ทำแบบนี้มันต้องดีแน่ๆ ผม
คิดแบบนี้กับทุกเรื่อง คือมันไม่ใช่อีโก้นะฮะ แต่เป็นอีโง่
มากกว่า (หัวเราะ)”
.
แล้วถ้าไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ล่ะ…
.
ผมก็เชื่อตามที่พ่อบอก พ่อผมสอนว่า
“ถ้าเราทำงานอะไรใหญ่ๆ อุปสรรคเข้ามาเนี่ยแปลว่าดี
นะบอย เพราะนั่นหมายถึงว่า ถ้าเราผ่านมันไปได้ เดี๋ยว
ผลลัพธ์มันจะดีขึ้น”
.
“พ่อมักจะเปรียบเทียบกับต้นไม้ ตอนเขาตัดแต่งต้นไม้
(Trim) พ่อจะบอกว่า ต้นไม้เนี่ย ถ้าผ่านการตัดแต่งตอน
แรกมันจะโกร๋นเลย ถ้าถามใจต้นไม้ ต้นไม้คงจะบอกว่า
มาตัดทำไม เราโกร๋นไปหมดแล้ว ตัดกันแบบนี้แล้วฉัน
จะอยู่ยังไง แต่ผ่านไปอีกพักหนึ่ง มันจะมีดอก มีผลออก
มา แล้วก็จะสวยกว่าเดิม พอฟังพ่อสอนแบบนี้ เราก็จำ
มาตลอดเลยว่า ถ้ามีอุปสรรค นั่นแปลว่าเรากำลังโดน
Trim ซึ่งแปลว่า เมื่อเวลาผ่านไปเดี๋ยวผลมันจะต้องสวย
ผมคิดแค่นี้เลย ไม่ได้คิดลึกอะไรไปมากกว่านี้"
.
“พ่อผมเป็นวิศวกร ที่ทำงานคนเดียวในบริษัทแบบ one
man show คือไม่ใช่เพราะพ่ออยากจะโชว์นะ แต่เพราะ
ประหยัด พ่อจะประหยัดเงินทุกอย่าง ทุกบาททุกสตางค์
เพื่อเอามาให้ครอบครัว บริษัทพ่อทำงานใหญ่เยอะมาก
ธนาคารหรือโรงพยาบาลใหญ่ๆ หลายแห่ง พ่อผมเป็น
คนวางระบบไฟฟ้าให้ทั้งสิ้น งานในบริษัทที่ปกติต้องใช้
คนทำหลายคน แต่บริษัทพ่อมีพนักงานอยู่คนเดียว พ่อ
พิมพ์บัญชีเอง เก็บเงินเอง ทุกอย่างทำเองหมด ผมเคย
ถามว่าทำไมพ่อไม่จ้างคน พ่อผมบอกกลับมาว่า
“จะได้เก็บเงินไว้เลี้ยงพวกเราไงล่ะ”
.
“สมัยก่อนพ่อผมนี่ คือความสุดยอดเท่เลยนะครับ พ่อ
ผมเก่งหมดทุกอย่าง เลี้ยงลูกก็เก่ง ทำงานก็เก่ง ซ่อม
ของก็เก่ง จิตใจก็ดีด้วย พ่อชอบช่วยคนอื่นคือตอนเด็กๆ
ผมไปตลาดกับพ่อแทบทุกวัน พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ชอบ
ยืมสตางค์พ่อแล้วพ่อก็ให้เขาเลย ผมถามพ่อว่าแล้วไม่
ต้องทวงเงินคืนเหรอ พ่อบอกว่าไม่ต้องหรอก ก็เพราะ
ว่าเขาไม่มี เขาถึงมาขอเรา ถ้าเขามี เขาจะมาขอทำไม"
.
“พ่อผมจะประหยัด ในเรื่องที่ไม่ได้จำเป็นต่อชีวิต เช่น
เสื้อผ้าก็มักจะชอบใส่เสื้อซ้ำ นาฬิกาก็จะใช้ของที่ถูก
มากๆ แต่เขาไม่เคยหวงเงินของเขาเลยกับคนที่ลำบาก
เหมือนเขาเกิดมาเพื่อให้คนอื่น ซึ่งการที่เขามีชีวิตอ
ย่างนี้กับคนข้างนอกบ้าน สำหรับผมนี่เป็นจุดที่ผมประ
ทับใจพ่อมากเลยนะครับ”

“ผมเขียนเพลงนี้หลังจากพ่อตาย แล้วผมก็ไปหาจิต
แพทย์ กินยานอนหลับ แล้วตื่นขึ้นมาเพื่อจะกินยานอน
หลับ เป็นอย่างนี้อยู่ประมาณหนึ่งเดือน จนกระทั่งตุ้ย
(วรกัญญา โกสิยพงษ์) ภรรยามาบอกกับผมว่า ต้องลุก
ขึ้นสู้ ยังไงบอยก็ยังมีเขา มีลูก มีแม่อยู่นะ บอยจะเป็น
อย่างนี้ต่อไปไม่ได้"
.
“พอฟังตุ้ยบอกผมก็ลุกขึ้นมา แต่ผมไม่รู้จะสู้ยังไงเพราะ
พ่อคือหลักของชีวิตผม ที่ผ่านมาไม่ว่าผมมีปัญหาอะไร
ผมไปคุยกับพ่อ แป๊บเดียวผมหายเลย ถ้าพ่อพูดว่าให้
คิดอย่างนี้ ผมก็จะคิดตามนี้ ผมจะเชื่อตามนั้นเลย ผม
เป็นคนแบบนี้มาตลอดชีวิต แต่พอพ่อไม่อยู่แล้วผมเลย
ไม่รู้จะทำยังไง พ่อไม่ได้บอกไว้นี่ว่า เมื่อพ่อตายแล้ว
ผมต้องคิดยังไง ผมเลยคิดกับเรื่องนี้ไม่เป็น"
.
“แต่หลังจากฟังตุ้ยบอกให้ลุกขึ้นสู้ ผมเลยคิดว่ายังไง
เราต้องสู้ เมียเราก็ยังอยู่ ลูกเราก็ยังอยู่ แม่เราก็ยังอยู่
ผมเลยย้อนกลับมาคิดว่า พ่อสอนอะไรกับเราไว้บ้างวะ
สิ่งที่พ่อพูดประจำเลยคือ Learn to live with it เรียนรู้ที่
จะอยู่กับมัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิต"
.
“สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือไม่มีพ่อ ถ้างั้นต้องอยู่กับมันแบบ
ไม่มีพ่อแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุดด้วย นี่คือสิ่งที่พ่อเหมือน
กระซิบในใจผม ผมเลยแต่งเพลงนี้ให้ตัวเองฟัง แต่ง
เสร็จฟังไปร้องไห้ไป จนกระทั่งเข้าใจแล้วพ่อ โอเค
บอยจะอยู่แบบไม่มีพ่อ แต่จะอยู่ให้มันดีที่สุดในแบบที่
พ่อสอน ผมก็เลยรอดมาได้
#เรื่องดีๆมีข้อคิด

Coin Marketplace

STEEM 0.04
TRX 0.32
JST 0.092
BTC 62701.15
ETH 1763.77
USDT 1.00
SBD 0.39