เจาะลึก+เปรียบเทียบ ADA กับ ETH และ NEO
[CTC News Reporters][Article][Cardano][ADA]
ส่วนตัวผมเห็นชื่อนี้มาพักหนึ่งแล้ว ก็พยายามติดตามหาข้อมูลดูวีดีโออ่านบทความ
รวมกับช่วงนี้อาจารย์ยุทธกล่าวถึงบ่อย ว่ามันน่าจะถึงท้องช้างแล้ว สมควรช้อน
เลยหาบทความมาแปล+สรุป ให้นะครับ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ กับการตัดสินใจซื้อ-ขายทั้งระยะสั้น-ยาว
กำหนดการณ์ใกล้ๆที่เป็นประโยชน์
วันที่ 5 เมษายน 2018 - Update Roadmap
วันที่ 30 เมษายน 2018 - GOGUEN TESTNET LAUNCH
Q2 (เมษา-มิถุนา) 2018 มีอัพเดจครั้งใหญ่ เรียกว่า Shelley update
เปิดการใช้งาน PoS
เปิดการใช้งาน Full node (เท่าที่อ่านดูน่าจะทำงานเหมือน Masternode)
Upgrade Wallet (Daedalus) เพิ่ม multi-signatures, quantum resistan addresses และระบบ Checkpoint - ทำให้กระเป๋า sync กับเครือข่ายได้เร็วขึ้น
ระบบ on-chain voting system สำหรับระบบ dPoS
เจาะลึก+เปรียบเทียบ ADA กับ ETH และ NEO
Cardano: เหรียญที่จะมาทดแทน Ethereum, NEO จริงหรือ? หรือว่าแค่ Hype กันไปเอง?
Cardano หรือ ADA เป็นเหรียญที่หลายๆคนน่าจะเคยได้ยินได้ฟังมาจากหลายๆที่แล้วมาบ้าง ปัจจุบันนี้ Cardano เป็นเหรียญที่มี Market Cap = 4.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ, ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของวงการคริปโต ครั้งแรกที่มันถูกนำขึ้นเวป coinmarketcap.com มันมี market cap แค่ 700 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น และมันก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ทุกคนค้นหากันเองว่ามันคืออะไร และทำไมถึงมีแต่คนเชื่อมั่นในมัน
จะว่าไปมันก็แค่น้องใหม่ในวงการแค่นั้นเอง และสิ่งที่นักลงทุนอย่างเราจำเป็นจะต้องรู้ก่อนจะลงทุนกับมันก็คือ “มันมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นผู้นำตลาดมากแค่ไหน”, “อะไรคือความแตกต่างจากเหรียญอื่นๆ”
บทความนี้จะเจาะลึก Cardano ในเรื่องของมันเอง และในเชิงเปรียบเทียบกับ Ethereum/NEO ผมเข้าใจดีว่า EOS, Ark, LISK ก็เกี่ยวพันกับ Cardano ในด้านการแข่งขันกันเป็น 3rd Blockchain Generation ซึ่งก็จำเป็นจะต้องนำมาพิจารณา หากมีโอกาส จะนำมาเขียนเป็นบทความให้นะครับ
อะไรคือ Cardano?
ส่วนตัวผมคิดว่า Cardano เหมือนเด็กเนริ์ดๆ คนหนึ่งที่มัวแต่เรียนๆๆ ไม่สนใจอย่างอื่น เล่นกีฬาก็ไม่เก่ง โดนเพื่อนแกล้งบ่อยๆ แล้ววันหนึ่งพอเค้าโตขึ้น เค้าก็เป็นคนๆหนึ่งในห้องเรียนที่โตไปอย่างมั่นคง และมั่งคั่งทางด้านการเงิน และในที่สุดคุณก็คิดได้ว่า “กุไม่น่าไปแกล้งมันเลย น่าจะเป็นเพื่อนกับมันตั้งแต่เด็ก”
Cardano คือ Blockchain platform ที่รองรับการเขียนโค้ดปรับปรุง Blockchain ของมันเอง และเขียน Smart-contract ได้ รวมถึงรองรับ dApp ซึ่งจะว่าไปในตลาดตอนนี้คุณสมบัติแค่นี้มันยังไม่เพียงพอหรอกครับ เพราะในตลาดตอนนี้ Blockchain platform ที่ทำได้แบบนี้ก็มีเยอะแยะเช่น Ethereum ที่เป็นเจ้าแรกที่คิดค้นริเริ่ม มีผู้ใช้งานอย่างกว้างขวาง, หรือแม้กระทั่ง NEO ที่รองรับการเขียน Smart-contract ได้หลากหลายภาษา และยังเป็นเหรียญคนจีนที่มีศักยภาพที่จะได้รับการรองรับจากรัฐบาลจีน, ARK มี Smart-bridges และ Blockchain interoperability(การทำงานร่วมกันระหว่าง Chain อื่น) ดังนั้น เราจะมาไล่เรียงกันแต่ละหัวข้อว่า Cardano แตกต่างจากเหรียญอื่นยังไง
อย่างแรกที่ผมคิดว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดของการเป็น Cardano คือ เค้าเป็น Platform แรกที่ใช้ประโยชน์จากวิธี open source “Peer-review” ที่ใช้ในเชิงวิชาการ (Peer-review คือการตรวจสอบโดยบุคคล หรือหน่วยงานอื่นๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพัฒนานั้นๆ) โดย Cardano ได้ส่งโค้ดของตัวเองไปให้กับนักวิจัย และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เพื่อจะได้ช่วยวิจัยและพัฒนา Cardano เทคโนโลยีของ Cardano ทุกตัวจะต้องผ่านขั้นตอน Peer-review จากหลายๆที่ มันเหมือนกับโค้ดโปรแกรมสำหรับเครื่องบิน ที่จะต้องถูกทดสอบการใช้งานอย่างหนัก ก่อนที่มันจะถูกนำไปใช้งานจริงบนเครื่องบิน ทัศนะคติของทีมงาน Cardano คือ “หากเหรียญๆใดจะถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวางโดยคนทั่วโลก ซึ่งรองรับระบบเศรฐกิจของทั้งโลกได้นั้นจะต้องถูกทดสอบอย่างเข้มงวด ให้คิดเหมือนกับว่าหลายๆชีวิตได้ฝากไว้กับเหรียญนั้น” ซึ่งก็จริงอย่างที่เค้าพูด และยังแสดงถึงความน่าเชื่อถือในตัวทีมงานและโปรเจค
Cardano ถูกมองว่าเป็น 3rd blockchain generation อีกหนึ่งตัว โดย Bitcoin คือ 1st gen ตามมาด้วย Ethereum 2nd gen. ปัจจุบันนี้ Ethereum นั้นกำลังทำงานอยู่บนระบบ governance ของมันเอง เพื่อ upgrade และ scaling ตัวมันเอง 3rd gen นั้นมีมากมายเช่น Cardano, Lisk, EOS โดยเหรียญพวกนี้จะมองเห็นข้อผิดพลาด, ข้อจำกัด, ปัญหาที่เกิดขึ้นของ gen ก่อนหน้า แล้วจึงนำมาวางแผนปรับปรุงแก้ไข ซึ่ง Cardano ก็ได้ทำแบบนั้น
Cardano เป็นโปรเจคที่ถูกตั้งขึ้นมาในปี 2014 ตอนนั้นไม่มีแม้กระทั่ง Whitepaper มีแต่งานวิจัยต่างๆ ที่วิเคราะห์ วิจัย ปัญหา-ข้อจำกัดต่างๆของ Blockchain ที่มีในตอนนั้น ทีมงานค่อยๆเขียนโค้ดขึ้นมาและจัดการแก้ไขข้อจำกัดต่างๆให้หมดไป หลังจากเขียนโค้ดเสร็จทีมงานจะตรวจสอบและส่งมอบให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกรอบ (Peer-Review) ก่อนที่จะเพิ่มมันลงไปในโค้ดหลัก
ขั้นตอนการตรวจสอบของ Cardano ถือเป็นจุดสำคัญในความแตกต่างระหว่างตัวอื่น เพราะจากปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้า เช่น การโจมตี DAO ผ่าน Smart-Contract ที่ศูนย์เงินไปกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ เหตุการณ์ Parity freeze Smart-contract แช่แข็งเงินทุนที่มีมูลค่าถึง 513,774.16 ETH ไม่สามารถนำออกมาใช้งานได้ ดังนั้นระบบ Peer-Review ถูกทำขึ้นมาเพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดจากการเขียนโค้ดที่ไม่รัดกุม และเพื่อป้องกันบัคที่อาจจะเกิดขึ้น Cardano กำลังจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับ 2rd blockchain generation
องค์กรณ์ที่อยู่เบื้องหลัง Cardano**
The Cardano Foundation (จุดประสงค์เพื่อ Marketing)
เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร จุดประสงค์ขององค์กรนี้เพื่อที่จะช่วยโฆษณา Cardano และเทคโนโลยี Blockchain ในเวลาเดียวกัน ผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับ Cryptocurrency เช่นการนำข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ Cardano มาบอกผ่าน Blog หรือเวปไซท์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบภาษาให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ง่าย และรวมถึงการทำงานร่วมกับรัฐบาลต่างๆ เพื่อสร้าง Community ให้กับ Cardano
เปรียบเทียบ Ethereum ก็จะมี Enterprise Ethereum Alliance และ OnChain สำหรับ NEO
ความจริงแล้ว Blockchain สักอันหนึ่งหากจะประสบความสำเร็จได้ในตอนนี้ การมีองค์กรกลางต่างๆคอยช่วยทำงานต่างๆที่ตัว Blockchain ไม่สามารถทำได้เช่นการตลาด ก็น่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า
Input Output Hong Kong (IOHK) (จุดประสงค์เพื่อ Research & Development)
IOHK คือบริษัทวิจัย,พัฒนา Blockchain ให้บริการกับสถาบันทางวิชาการต่างๆ, องค์กร หรือแม้แต่รัฐบาล ก่อตั้งโดย Chales Hoskinson และ Jeremy Wood ซึ่ง Chales เมื่อก่อนเคยเป็น CEO ของ Ethereum และ Jeremy Wood เมื่อก่อนเคยเป็น Executive Assistant ของ Ethereum เช่นกัน IOHK มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆให้ Cardano รวมถึงการสร้างกระเป๋าของ Cardano หรือก็คือ “Daedalus”
นอกจากนี้ IOHK ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาโปรเจค Blockchain ต่างๆบางส่วนอีกด้วยเช่น Ethereum Classic
Emurgo (จุดประสงค์เพื่อสร้าง Network)
Emurgo เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น จุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือ+ส่งเสริมให้บริษัทต่างๆที่สนใจในเทคโนโลยี Blockchain สามารถประยุคใช้งานเทคโนโลยีนี้ได้โดยผ่าน Cardano นอกจากนั้น Emurgo ยังสรรหา startup ที่น่าสนใจเพื่อจะร่วมทุนด้วย
ทั้งหมดนี้คือกลุ่มองค์กรที่จะสนับสนุนส่งเสริมให้ Cardano แข็งแกร่ง แต่ละองค์กรมีการแบ่งจุดประสงค์กันอย่างชัดเจน ซึ่งคาดว่ามันจะทำให้ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น
TLDR: Cardano มีกลุ่มองค์กรที่สนับสนุนอยู่ 3 องค์กรคือ Cardano Foundation (ช่วยเหลือทางด้านการตลาด งานโฆษณาต่างๆ ช่วยให้ Community ใหญ่ขึ้น, สอนเรื่อง Cryptocurrency ผ่านช่องทางต่างๆ, ทำงานร่วมกับรัฐบาลในเรื่องการเข้าควบคุมต่างๆ), IOHK ดูแลเรื่องงานวิจัยและพัฒนา Cardano, Emurgo ดูแล+ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการนำ Cardano ไปใช้งานในบริษัท
อะไรที่ทำให้ Cardano นั้นพิเศษกว่าตัวอื่นๆ??
Platform หนึ่งสร้างเวปไซท์ที่สวยงามมาก และมีทีมงานที่ดูมีศักยภาพ แข็งแกร่ง และก็มีงานเขียนมากมาย แต่มันไม่สามารถคิดค้นอะไรใหม่ๆได้ ไม่มี Innovation มันจะตายในไม่ช้า ปัจจุบันนี้หลายๆทีมงานประกาศตัวว่าจะสร้าง Blockchain ที่จะมาทดแทน Ethereum ให้ได้ ดังนั้นการแข่งขันเป็น 3rd Blockchain generation นั้นไม่ใช่ทางที่ง่าย มีการแข่งขันค่อนข้างสูง
Cardano นั้นยังมีส่วนที่พัฒนายังไม่เสร็จอีกมาก แต่จากแผนการพัฒนาและโครงสร้างองค์กร ถือว่าเป็นเหรียญที่มีศักยภาพ ผมจะสรุปให้ฟังถึงความแตกต่างไล่ไปทีละส่วนดังนี้ Layered technology, Proof of stake protocol, coding language, wallet, governance model, และ treasury
Layered Technology
เมื่อพูดถึงการโอนเหรียญ ในการโอนแต่ละครั้งเราจะมีข้อมูล 2 ประเภท คือ
- ประเภทแรก ข้อมูลที่ประมวลผลครั้งเดียวจบ เช่น ระบบบัญชี จากใครถึงใคร เมื่อไหร่ และเท่าไหร่
- ประเภทสอง ข้อมูลที่ต้องมีการประมวลผลอยู่ตลอดเวลา เช่นเงื่อนไขการโอน ทำไมถึงโอน เกี่ยวพันกับใครบ้าง จากที่ไหนถึงที่ไหน (metadata)
หากนึกคิดดีๆ เราจะนึกออกว่า Blockchain ที่บันทึก+ทำธุรกรรมได้แค่ข้อมูลประเทภแรกอย่างเดียวก็คือ Bitcoin และ Blockchain ที่บันทึก+ทำธุรกรรมได้ทั้งสองอย่างก็คือ 2nd gen ต่างๆเช่น ETH/NEO และข้อมูลประเภทที่สองก็คือ Smart-contract นั่นเอง แต่ปัญหาคือ Ethereum นั้นรวมข้อมูลทั้งสองประเทภเข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้นมันทำให้เครือข่ายของ Ethereum ทำงานเกินความจำเป็นเพราะบางทีเราไม่ต้องการ ข้อมูลประเภทที่สอง และเนื่องจากการรวมกันของข้อมูลทำให้ ข้อมูลที่สื่อสารกันบนเครือข่ายมันใหญ่ขึ้น หมายความว่าผู้ส่งต้องจ่าย Gas ที่มากขึ้นอีกด้วย มันเกิดภาระโดยไม่จำเป็น
ต่างกับ Cardano ที่มีเทคโนโลยี Layered ซึ่งจะแบ่งแยกข้อมูลทั้งสองประเภทออกจากกันดังนี้
- Cardano Settlement Layer (CSL) ส่วนนี้จะดูแลควบคุมข้อมูลประเภทแรกทั้งหมดเช่น จำนวนเหรียญในบัญชีทุกบัญชี
- Cardano Control Layer (CCL) ส่วนนี้จะควบคุมดูแลข้อมูลประเภทที่สองทั้งหมดเช่น Smart-contract
ในส่วนของ CSL บุคคลทั่วไปจะไม่สามารถแก้ไขโค้ดต่างๆได้ ทั้งหมดจะถูกเขียนไว้ให้หมดแล้ว สำหรับฟังค์ชั่นการใช้งานทั่วๆไป เพื่อความสะดวกสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป และในส่วนของ CCL นั้นจะเกี่ยวพันกับ Smart-contract จะสามารถเขียนโค้ดได้ตามต้องการสำหรับนักพัฒนาต่างๆ เพื่อจะทำงานร่วมกับ Cardano
ประโยชน์ของการแยก Layer นั้นมีสองประการ คือ
- มันจะช่วยให้การทำธุรกรรมในแต่ละครั้งมีความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นเพราะมันใช้ข้อมูลน้อย ไม่จำเป็นต้องบอกอะไรมาก แค่บัญชีผู้รับ-ส่ง จำนวนเหรียญ แค่นี้ก็สามารถดำเนินธุรกรรมได้แล้ว
- เนื่องจากมีการแยกกันอย่างชัดเจน ดังนั้นหากทีมนักพัฒนาต้องการจะอัพเดจชั้นใด มันก็จะไม่กระทบการใช้งานชั้นอื่นๆ
TLDR: Cardano แยกชั้นการทำงานเป็นสองชั้น ชั้นนึงสำหรับการทำงานเกี่ยวกับบัญชี จำนวนเหรียญในแต่ละบัญชีบนระบบ อีกชั้นหนึ่งสำหรับ Smart-contract ระบบนี้จะช่วยให้อัพเกรด/พัฒนา Cardanoได้ง่ายขึ้น
Proof of Stake Protocol
Cardano จะใช้ PoS (Proof of Stake) เป็นระบบสำหรับการยืนยันธุรกรรมต่างๆ ต่างกับ Ethereum ที่ปัจจุบันยังใช้ Proof of Work อยู่ เห็นว่ามีแผนว่าเปลี่ยนไปใช้ PoS แต่ก็เงียบไป (ผมว่าทุกคนน่าจะรู้จัก PoW ดีอยู่แล้ว ก็คือใช้กำลังการคำนวนของ CPU/GPU เพื่อยืนยันธุกรรมต่างๆบนเครือข่าย คนที่ยืนยันได้เร็วที่สุดจะได้รางวัลซึ่งก็คือ Block Reward ยิ่งมี CPU/GPU กำลังสูงๆก็จะยืนยันได้เร็วขึ้น และได้รางวัลเยอะขึ้น ส่วน PoS ก็คือจะใช้เหรียญ ยิ่งถือเหรียญไว้เยอะเท่าไหร่ ก็จะมีโอกาสจะได้ Block Reward บ่อยขึ้น)
Cardano เหมือน NEO (แม้ชื่อเรียกจะไม่เหมือน) ใช้ PoS ซึ่งทีมงานเรียกระบบนี้บน Cardano ว่า Ouroboros โดยทีมงานกล่าวอ้างว่า มันคือ PoS ระบบเดียวที่มีการป้องกันเชิงคณิตศาสตร์ (น่าจะมาจากภาษาที่ใช้เขียนคือ Haskell ) โดยได้รับการพัฒนาจาก University of Edinburgh, University of Connecticut, IOHK และ Tokyo Institute of Technology แล้วยังผ่านการ Peer-review อย่างกว้างขวางอีกด้วย
ในระบบ PoS นั้นยังแยกย่อยไปอีกหลายแบบ ส่วนของ Cardano จะใช้แบบเดียวกับแต่ NEO เรียกระบบของเค้าว่า dBFT (delegated Byzantine Fault Tolerance), ส่วน Cardano เรียกว่า dPoS (Delegated Proof of Stake) ระบบนี้จะทำให้ผู้ถือเหรียญ สามารถ vote เพื่อคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็น “Consensus node” คนที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องทำหน้าที่ยืนยันธุรกรรมต่างๆบนเครือข่ายและจะได้รับรางวัล หลังจากนั้นจะแบ่งปันรางวัลนั้นให้กลับคนที่โหวดตนหรือไม่ ก็แล้วแต่ระบบนั้นๆ (ตัวอย่างเช่น Notary Node ของ KMD https://docs.google.com/document/d/1MFIq_QFDxFXvY05G8btIED_ZkeZRPh1cEHklSniWhMc/edit?usp=sharing )
ส่วนระบบ dPoS ของ Cardano นั้นจะทำงานใกล้เคียงกับที่กล่าวมาด้านบนแต่จะแตกต่างกันนิดหน่อย ต้องกล่าวก่อนว่าระบบช่วงเวลาของ Cardano นั้นถูกแยกเป็นส่วนๆ เรียกว่า Epochs และแต่ละ Epoch จะถูกซอยย่อยไปอีกเรียกว่า Slot หลังจากนั้นจะมีการสุ่มเพื่อมาเป็น slot leader ที่จะมีหน้าที่ยืนยันธุรกรรมใน slot นั้นๆ หลังจากหมด slot ก็จะสุ่ม slot leader คนใหม่ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนจบ epoch ถึงจะมีการจ่ายรางวัลให้ slot leader แต่ละคน โดยโอกาสที่จะถูกสุ่มมาเป็น slot leader จะขึ้นกับจำนวนเหรียญในกระเป๋า ยิ่งมีมากโอกาสที่จะได้เป็นก็จะมาก ดังนั้นตรงส่วนนี้ในทางปฏิบัตแล้วเราสามารถรวมกลุ่มกันสร้างพูลขึ้นมาได้ เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้รับเลือก แล้วนำ reward มาแบ่งกัน (แต่ก็ต้องหากลุ่มที่ไว้ใจได้ เพราะต้องนำเหรียญ ADA โอนให้เค้า)
ระบบ dPoS ของ Cardano นั้นยังอยู่ในช่วงพัฒนา และจะมีกำหนดการจะเปิดใช้งานจริงในช่วง Shelley Update Q2 2018 ซึ่งก็คือเดือน เมษา - มิถุนา 2018 โดยปัจจุบันนี้ slot leader ทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของทีมงาน cardano รายได้จาก block reward ทั้งหมดถูกเผาทิ้ง
ระบบ dPoS ของ Cardano นั้นไม่ได้ยืนยันธุรกรรมเฉพาะ Chain ของมันเองเท่านั้น มันยังสามารถยืนยันธุรกรรม Chain อื่นๆ ที่ทำงานร่วมกับ Cardano ได้ด้วย ทีมงานกล่าวอ้างว่าผู้ที่ถือเหรียญสามารถถูกคัดเลือกเป็น Slot Leader บนหลายๆ Chain ในเวลาเดียวกันได้ และระบบยังสามารถทำงานพร้อมกันหลายๆ Epoch ได้อีกด้วย ซึ่งมันก็คือโครงสร้างการทำงาน Sidechain นั่นแหละ เพื่อแก้ปัญหา Scaling ที่เกิดกับ blockchain ปัจจุบัน (ย่อหน้านี้คือส่วนที่ยังอยู่ในการพัฒนา และคาดว่าจะเสร็จตอนปลายปี 2018)
TLDR: Cardano ใช้ระบบ PoS ที่เค้าเรียกว่า “Ouroboros” เครือข่ายจะสุ่มผู้ถือเหรียญขึ้นมาเพื่อยืนยันธุรกรรม และให้รางวัลเป็นการตอบแทน ยิ่งมีเหรียญเยอะเท่าไหร่โอกาสที่จะได้รับเลือกก็จะมากเท่านั้น
Coding Language
ภาษาที่ Cardano เลือกใช้คือ “Haskell” ส่วนตัวไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านภาษาคอมพิวเตอร์สักเท่าไหร่ แต่เท่าที่ได้อ่าน+ได้ดูคลิปมามันคือภาษาขั้นสูง ที่ใช้เวลาเขียนน้อย ความผิดพลาดจากคนต่ำ ทีมงานอ้างว่ามันจะช่วยป้องกันบัค และความผิดพลาดต่างๆ โดยเฉพาะกรณีของ DAO และ Parity
- เหตุการณ์ Parity freeze
- Smart-contract แช่แข็งเงินทุนที่มีมูลค่าถึง 513,774.16 ETH ไม่สามารถนำออกมาใช้งานได้
- Refer: https://www.coindesk.com/ethereum-client-bug-freezes-user-funds-fallout-remains-uncertain/
- กระเป๋า Parity Multisig ถูกแฮค ผ่านช่องโหว่ของ Smart-Contract ศูนย์เงินไปกว่า 150,000 ETH
- The DAO ถูกแฮคผ่าน Smart-Contract ศูนย์เงินกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ
Cardano มีแผนที่จะสนับสนุนการเขียน smart-contract ได้หลายๆภาษาในอนาคต
เปรียบเทียบกับ Ethereum/NEO: Ethereum นั้นรองรับแค่ภาษาเดียวคือ Solidity ซึ่งมันถูกสร้างมาเพื่อ Ethereum Smart-Contract เท่านั้น เนื่องจากรองรับแค่ภาษาเดียวมันทำให้นักพัฒนาต่างๆต้องเรียนรู้ภาษาใหม่ เหมือนกับเป็นการกีดกันทางอ้อม ส่วน NEO รองรับได้หลากหลายภาษา ทำให้นักพัฒนาไม่ต้องเรียนรู้ภาษาใหม่ และยังสามารถเลือกใช้ภาษาที่ตัวเองถนัดได้อีก เพิ่มโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบ
TLDR: Cardano ใช้ภาษา Haskell เป็นภาษาที่มีความยืดหยุ่นและปลอดภัยสูง
Wallet
กระเป๋าของ Cardano ไดรับการพัฒนาจาก IOHK และมีชื่อเรียกว่า Daedalus ในตอนนี้กระเป๋าใบนี้อาจจะไม่สำคัญ ใครที่เคยสัมผัส PoS มาบ้างอาจจะทราบดีว่า การทำ PoS บางเหรียญนั้นจำเป็นจะต้องนำเหรียญใส่กระเป๋าของมันเอง และเปิดกระเป๋าไว้ตลอด เพื่อแสดงตัวว่าต้องการจะเข้าร่วม PoS รอการสุ่มเลือกเพื่อจะได้รับรางวัล ดังนั้น Daedalus จะสำคัญมากเมื่อมีการปล่อยตัว Ouroboros (รายละเอียดการ Stake ยังไม่แน่นอน อาจจะเป็นแบบ NEO แค่นำเหรียญใส่กระเป๋า ก็พอไม่จำเป็นต้องเปิดทิ้งไว้ แต่การนำเหรียญใส่กระเป๋าของมันเองก็สำคัญอยู่ดี)
TLDR: Cardano พัฒนากระเป๋าของมันเองชื่อว่า Daedalus สำหรับใช้กับ ADA
Governance
Governance เป็นส่วนที่สำคัญ เมื่อพูดถึงอนาคตของเหรียญใดเหรียญหนึ่ง ลองพิจารณาคำกล่าวของ Fred Ehrsam ดู
“The most successful blockchains will be those that can best adapt to their environments. Assuming these systems need to evolve to survive, initial design is important, but over a long enough timeline, the mechanisms for change are most important.”
สรุปก็คือ blockchain ที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น นอกจากจะต้องมีแผนงาน/ระบบ ที่ดีในตอนเริ่มต้นแล้ว สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ “Mechanisms for change” ระบบของการเปลี่ยนแปลง
Cardano มีเป้าหมายที่จะเป็น on-chain governance blockchain หมายความว่าการตัดสินใจในเรื่องโครงสร้างต่างๆของ Cardano จะต้องทำผ่าน Blockchain ของ Cardano โดยการโหวด และน้ำหนักในการโหวดจะขึ้นกับจำนวนเหรียญที่ถือ เมื่อสิ้นสุดการโหวด หัวข้อที่ชนะจะได้รับการนำไปพัฒนาลงบน Cardano Blockchain โดยทีมงานวาดภาพไว้ว่าจะได้เห็น List รายการที่ถูกเสนอให้ทำการเปลี่ยนแปลงโดยผู้ถือเหรียญ และถูกโหวดโดยผู้ถือเหรียญ
Off-chain governance เป็นยังไง?? มันมีส่วนที่คล้ายคลึงกันอยู่บ้างในเรื่องการโหวด หากคุณอยู่ในวงการคริปโตมานานพอ จะได้ยินข่าวในช่วง Fork ว่าพูลนั้นสนับสนุน chain นี้ อีกพูลสนับสนุนอีก Chain ซึ่งเปรียบเทียบกันก็คือการโหวดโดยกำลังประมวลผลแต่ละพูล/คน เพราะเมื่อ chain ไหนไม่มีกำลังประมวลผลเพียงพอก็จะไม่สามารถดำเนินการทำธุรกรรมต่างๆบน chain ได้ แล้วมันก็จะตายไปในที่สุด (หากเปรียบเทียบกับระบบ PoS กำลังขุดก็เปรียบเสมือนจำนวนเหรียญที่คุณนำไป Stake) ส่วน Exchange ก็จะโหวดโดยการเลือกสนับสนุน/ไม่สนับสนุนเหรียญเกิดใหม่ ส่วนที่แตกต่างกันคือ มันจะต้องเกิดการ Fork ก่อนถึงจะทำการโหวดได้ ส่วน On-Chain นั้นมีแค่ข้อเสนอ ก็สามารถโหวดกันบนระบบได้แล้ว
ระบบ On-Chain Governance นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ข้อดีคือ มันจะทำให้การพัฒนา Cardano แต่ละครั้งมีความราบรื่นมากขึ้น ป้องกันการ Hard-fork มีระบบ (เข้าใจว่าเหมือน Forum) ที่จะทำให้การพูดคุยถกเถียงถึงเหตุผลของการ upgrade ว่าสาเหตุคืออะไร? ทำไม? ผลที่จะตามมา? เพื่อให้ความรู้แก่ Community ให้ไปในทางที่ถูกต้องและเป็นเชิงวิชาการ มีการชี้ชวนต่างๆ แต่สุดท้ายแล้วคนที่จะเลือกคือ ผู้ถือเหรียญเท่านั้น ไม่มีใครบังคับได้ และอีกข้อดีของ On-Chain คือคนที่ส่งข้อเสนอการ upgrade นั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นนักพัฒนา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ แต่เป็นใครก็ได้ที่ถือเหรียญ (ตรงนี้ต่างกับ Off-Chain governance เพราะคนที่จะ Fork เหรียญได้จะต้องมีความรู้ Blockchain ค่อนข้างลึก)
ข้อเสียคือ หากมีผู้ไม่หวังดีกับระบบเสนออะไรที่มันอาจจะก่อให้เกิดบัค หรือช่วงโหว่กับระบบ หากข้อเสนอนั้นมันชนะการโหวด การแก้ไขมันจะทำได้ยาก เพราะต้องผ่านขั้นตอนการเสนออีกรอบ ไม่เหมือน Off-Chain ที่สามารถทำได้ทันที ดังนั้นการให้ความรู้ ระยะเวลาในการตกผลึกความคิด การพูดคุยถกเถียงกัน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
ระบบ On-Chain Governance ของ Cardano ส่วนนี้ก็เป็นอีกส่วนที่ยังไม่ได้นำมาใช้งานจริง บางส่วนอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ต้องติดตามว่าทีมงานจะมีวิธีแก้ปัญหาที่กล่าวมาอย่างไร
เปรียบเทียบกับ BTC/ETH/NEO ทั้งสามตัวนี้ใช้ระบบ Off-Chain หากคุณอยู่มานานพอคุณจะเห็น BTC/BCH, ETH/ETC ซึ่งทั้งสี่ตัวนี้เกิดการถกเถียงกันอย่างมากมาย มีการแบ่งฝั่งแบ่งฝ่าย มันเป็นการ fork ที่ไม่ราบรื่น ก่อให้เกิดความกลัวกับตลาด ส่วน NEO ยังไม่มีข่าวมีปัญหาเรื่องการ Fork เพราะ NEO ยังค่อนข้างเป็น Centralized
TLDR: Cardano ต้องการเป็น On-Chain Governance Blockchain ที่ Community สามารถโหวด เพื่อเลือกทิศทางที่ Cardano จะเป็นได้
Treasury
ทุกๆ Block Reward ที่ถูกจ่ายออกไปจากระบบ dPoS จะถูกหักออก 25% และถูกนำมาเก็บไว้ใน Treasury และหนทางเดียวที่จะนำเหรียญจาก Treasury ออกมาใช้คือผ่านระบบโหวดที่ได้กล่าวไปแล้วด้านบน ซึ่งก็หมายความว่า การพัฒนา Cardano แต่ละครั้ง Community สามารถโหวดเพื่อนำเงินมาใช้พัฒนาระบบได้
ระบบนี้ตอบโจทย์ปัญหาที่ว่า หลังจากองค์กรต่างๆยกเลิกการสนับสนุน Blockchain อันใดแล้ว Blockchain นั้นๆ จะมีเงินทุนส่งเสริมตนเองต่อไปอย่างไร? Ethereum จะเป็นอย่างไรหาก Vitalik ไม่ต้องการยุ่งกับ ETH ต่อไป หรือ Ethereum Foundation ล้มละลาย? นี่คือระบบที่จะทำให้ Cardano มีความมั่นคงกว่า ETH/NEO เป็นระบบที่ทีมงาน Cardano ได้วางแผนไว้แล้ว
เป็นอีกระบบที่มีการวางแผนไว้แต่ก็ยังไม่ได้นำมาใช้งานในตอนนี้
เปรียบเทียบ ETH/NEO: ETH/NEO ไม่มีระบบ on-chain funding system
TLDR: Cardano จะทำระบบ Treasury และหัก 25% ทุกๆ Block Reward เพื่อเก็บไว้ใน Treasury ทุกคนที่ถือเหรียญจะสามารถโหวดแนวทางที่จะนำเงินออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
Team
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า Cardano นั้นมีองค์กรหนุนหลังอยู่ 3 องค์กร และองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่สุดก็คือ IOHK ผู้วิจัยและพัฒนา Cardano หากมองลึกเข้าไปอีก IOHK มี CEO ชื่อ Charles Hoskinson, CSO ชื่อ Jeremy Wood
Charles นั้นก็คือ Co-Founder ของ Invictus Innovations ที่เป็นผู้พัฒนา Bitshares หลังจากนั้นก็ได้มาเป็น CEO ให้กับ Ethereum แล้วก็มาเป็น CEO ของ IOHK ในปัจจุบัน (อยู่กับ IOHK 3 ปีแล้ว)
Jeremy เคยทำงานเป็น Executive Assistant ให้กับ Ethereum และปัจจุบันก็คือ CSO ให้กับ IOHK 3ปีเหมือนกับ Charles
นอกจากสองคนนี้แล้ว IOHK ยังมีทีมงานที่จะทะยอยพัฒนา Cardano ผ่าน Development to-do list อีกด้วย
เปรียบเทียบ ETH/NEO: ในส่วนนี้ผมว่าทีมแต่ละ Chain นั้น มีความเก่งทุกคน ส่วนนี้คงพูดยากว่าใครจะเหนือกว่าใคร
Roadmap
หลังจาก Q2 (เมษา-มิถุนา) 2018 มีอัพเดจครั้งใหญ่ (เค้าว่างั้น) เรียกว่า Shelley update
- เปิดการใช้งาน PoS
- เปิดการใช้งาน Full node (เท่าที่อ่านดูน่าจะทำงานเหมือน Masternode)
- Upgrade Wallet (Daedalus) เพิ่ม multi-signatures, quantum resistan addresses และระบบ Checkpoint - ทำให้กระเป๋า sync กับเครือข่ายได้เร็วขึ้น
- ระบบ on-chain voting system สำหรับระบบ dPoS
Cardano จะโฟกัสในเรื่อง Smart-contract, Treasury ต่อไป
TLDR: ปัจจุบันนี้ Cardano ทำงานได้แค่ Settlement layer ซึ่งก็เหมือน Bitcoin คือใช้งานได้แค่ ระบบเงินเท่านั้น ต้องรอการอัพเกรดจากทีมงาน เพื่อจะรองรับ Smart-contract และระบบอื่นๆต่อไป
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
- Cardano ออกแบบ Ouroboros และ Feature ต่างๆ ด้วยระบบ Psi Calculus ซึ่งมันจะทำให้ทีมงานสามารถทดสอบโค้ดได้ ก่อนที่จะนำมาใช้งานบนเครือข่ายหลัก
- Cardano วางแผนที่จะทำ Quantum safe signature เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดกับ Cardano จาก Quantum Computer ( NEO มีระบบนี้ แต่ ETH ไม่มี)
- เมื่อทีมงานตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่างกับ Cardano พวกเค้าจะเขียนบทความและประกาศลงบนเวปไซท์ ซึ่งไม่เคยมี Chain ไหนทำแบบนี้มาก่อน มันทำให้เกิดความโปร่งใส
- Token Sale ของ Cardano ได้ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดและสามารถอ่านได้ที่ https://www.cardanohub.org/en/audit-report-summary/
- ปัจจุบันมีคนติดตาม Twitter อยู่ถึง 1.1 แสนคน และติดตามที่ Reddit ถึง 6 หมื่นคน
Red Flag สิ่งที่จะต้องพิจารณาก่อนลงทุน
Cardano นั้นยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นมากๆๆๆ มันห่างไกลจากคำที่ทีมงานกล่าวอ้าง อย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วก่อนหน้า ตอนนี้ Cardano นั้นไม่ต่างอะไรกับ 1st Blockchain Generation ทำได้แค่รับโอนเหรียญเท่านั้น แม้แต่ dPoS ก็ยังไม่ถูกนำมาใช้งาน (Q2 2018) และยังไม่มีกำหนดการณ์แน่นอนในการใช้งาน Smart-contract / Treasury แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่า Cardano มีแผนที่จะพัฒนาตัวมันเองให้ดีกว่า 2nd Blockchain generation ในทุกทางที่จะทำได้
ระบบ Governance / Treasury ที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากทุกคนสามารถเสนอการพัฒนาแบบไหนก็ได้ให้กับ Cardano ถ้าหากมีบุคคลไม่หวังดีกับระบบ เสนอมา แล้วยังมีอำนาจในการโหวดให้ชนะได้ ไม่ว่าจะด้วยการฮั้ว หรือจัดตั้ง Pool ขึ้นมาหรืออะไรก็ตามแต่ เพื่อประโยชน์ส่วนตน มันก็จะเป็นปัญหากับระบบส่วนรวม ยกตัวอย่างเช่น หากน้ำหนักในการโหวดนั้นขึ้นกับจำนวนเหรียญที่ถือ ถ้าหากมีใครคนได้คนหนึ่งถือเหรียญมากกว่า 50% ของเหรียญที่หมุนวนในระบบ เค้าก็จะสามารถโหวดชนะได้แน่นอน เราก็ได้แต่หวังว่าทีมงานจะมีทางออกให้กับปัญหานี้
สรุป
Cardano มีเป้าหมายที่จะเป็น 3rd blockchain gen. ให้ได้ ด้วยระบบ peer-review ที่จะตรวจสอบโค้ดอย่างเข้มงวด พิจารณาหาจุดบกพร่องของ blockchain รุ่นก่อนๆ เพื่อนำมันมาแก้ใขพัฒนาตัวมันเองให้ดีกว่า นอกจากนั้น Cardano ยังมีระบบ PoS ,Governance และ Teasury ที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมันจะส่งเสริมให้ Cardano เป็นได้ทั้ง Cryptocurrency และ Platform ในเวลาเดียวกัน มันมีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ทีมที่ดี และ Community ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผมค่อนข้างเชื่อมั่นว่า Cardano จะทำได้ตามที่เค้าได้พูดไว้
เนื่องจาก Cardano นั้นต้องการที่จะเป็น Platform ด้วย ดั้งนั้นการที่มันจะประสบความสำเร็จได้นั้น มันจะต้องมีฝูงชนคอยสนับสนุน หาก Cardano ทำสำเร็จได้ตามที่พูดจริงแต่ไม่มีคนใช้มัน มันก็เปล่าประโยชน์ หากเปรียบเทียบกับ ETH/NEO แล้วทั้งคู่นั้นประสบความสำเร็จในการสร้าง Community มี User มาใช้มากมาย
ผู้เขียนไม่คิดว่า Cardano จะสามารถมาทดแทน ETH/NEO ได้ เพราะ ผู้เขียนคิดว่า ETH น่าจะประสบความสำเร็จในการ Scaling ต่างๆ เช่น Plasma, Raiden, Sharding และ TomoChain แล้วมันจะทำให้จุดอ่อนของ ETH ในเรื่องนี้หมดไป ส่วน NEO ผู้เขียนคิดว่า NEO นั้นมีตลาดเป็นของตนเอง คือคนจีน
แล้วผมก็ยังคิดอีกว่า จริงๆแล้วระบบ Blockchain นั้นไม่จำเป็นจะต้องมีแค่ Platform เดียวในโลก ด้วยความแข็งแกร่งในด้านต่างๆของ Cardano นั้น ผมคิดว่ามันน่าจะเป็น “Ethereum Alternative” ในอนาคต สำหรับพวกเราแล้ว เราทำได้แค่รอ และดูผลงานของ Cardano ว่าจะทำได้จริงอย่างที่พูดไหม แล้วผลตอบรับจากองค์กร/สังคมต่างๆ เป็นอย่างไร Cardano จะสามารถเป็นตัวตายตัวแทน ETH/NEO ได้หรือไม่….
Cardano - roadmap update monitor
https://docs.google.com/spreadsheets/d/1QcUoPc9THihOAaOcXwrWmzTN_RLUdsJybPaeuDrt-t0/edit?usp=sharing
ขอบคุณครับ
มาร์ช
CTC News Reporters
https://ctc.in.th
Reference