"เรื่องมันช่างน่าอาย"
โอ้อดีตคือนิยามแห่งความหลัง
สิ่งนั้นยังฝังใจอยู่มิรู้หาย
ถึงเดือนปีล่วงเลยไม่เคยคลาย
ยังจำได้ถึงความหลังครั้งเยาว์วัย
สวัสดีค่ะ วันนี้ไม่รู้จะพูดคุยเรื่องอะไรให้เพื่อนๆไดัรับฟังกัน เอาเป็นว่ามาฟังเรื่องในอดีตของฉันก็แล้วกันนะคะ เชิญตามมาเลยค่ะ...
เช้าวันหนึ่ง...มีเสียงระฆังดังขึ้น เสียงนั้นดังกังวาน หมาวัดก็จะหอนขึ้นพร้อมกับเสียงระฆัง นั่นคงเป็นเพราะว่าสุนัขสามารถรับคลื่นความถี่ของเสียงได้กว้างกว่าคน เวลามันได้ยินเสียงระฆังหรือเสียงเครื่องบิน มันจึงหอนเพื่อเป็นการระบาย...
"เสียงระฆังดังเหง่งหง่าง ฆ้องใหญ่กว้างครางหึ่งหึ่ง
กลองหนังดังตึงตึง ตีกระดึงดังฉิ่งฉิ่ง"นี่เป็นเพียงบางส่วนของบทกลอนที่ฉันเคยเรียนในระดับประถม ซึ่งฉันจำได้แค่นี้555 เสียงระฆังดังขึ้น นั่นเป็นสัณญาณว่าชาวพุทธจะต้องเตรียมตัวใส่บาตร ตอนนั้นฉันอายุประมาณ11-12ปี แถวบ้านฉันจะมีการเตรียมตัวใส่บาตรโดยจะนั่งเรียงกันอยู่ตามถนน บางคนก็จะรอใส่อยู่หน้าบ้านของตัวเอง บางคนก็จะมารวมตัวกับเพื่อนๆ บางคนก็จะไป"จังหัน"
คำว่า"จังหัน"ก็คือการเตรียมข้าวและอาหารไปถวายพระที่วัด ฉันจะใส่บาตรอยู่ข้างทางกับเพื่อนๆซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะจากวันจันทร์-วันศุกร์ฉันต้องไปโรงเรียน สำหรับวันเสาร์และวันอาทิตย์ถึงจะได้ไปจังหันที่วัด
พี่สะใภ้ :นาง วันนี้ไปวัดหน่อยนะ พี่จะทำกับข้าวใส่ปิ่นโตให้ พอดีวันนี้เป็นวันพระด้วย
ฉัน :ได้จ้ะ เดี๋ยวนางชวนเพื่อนก่อนนะ
ว่าแล้วฉันก็ตะโกนเรียกเพื่อน ซึ่งบ้านเราอยู่ติดกัน
เพื่อนก็ตอบตกลง...
ฉันเอาสายก่องข้าวห้อยที่บ่า ส่วนมือก็จะถือสายปิ่นโตเดินไปหาเพื่อน
เราเดินไปทางลัดซึ่งเป็นเส้นทางนอกหมู่บ้าน ซึ่งระยะทางจากบ้านถึงวัดก็ประมาณ500เมตร ในขณะที่เดินไป เราก็จะพูดไปหัวเราะไปตามประสา
เด็กที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น ช่วงนั้นเรากำลังฮิตเพลงสตริง ฉันจะชอบเพลงของอ๊อด คีรีบูนเป็นพิเศษ เพลงที่ฉันชอบร้องก็จะมีเพลงปลูกรัก ซึ่งเวลาฉันร้องเพลงนี้ ฉันก็จะดัดเสียงให้คล้ายๆกับเสียงของอ๊อด555...และอีกเพลงหนึ่งก็คือเพลง"เปาะแปะ" ส่วนเพื่อนสนิทก็จะชอบเพลงของ
ชมพู ฟรุตตี้ ดังนั้นเวลาฉันเรียกเขา ฉันจะเรียกชื่อของนักร้อง ส่วนเขาก็จะเรียกฉันว่าอ๊อด555...
เพื่อนๆได้ฟังแล้วอาจจะคิดว่าเราบ้าไปแล้วมั้ง...
เราไม่ได้บ้าหรอกค่ะ แต่เราชอบเลียนแบบ...😅😅
เราเดินคุยกันมาเรื่อยๆจนถึงวัด ก่อนจะขึ้นไปบนศาลา เราก็แอบกระซิบกันเบาๆ
ฉัน : เฮ้ยแก เวลาแกเทกับข้าวให้มันเหลือติดก้นปิ่นโตไว้ด้วยนะ ฉันชักจะหิวข้าวว่ะ กว่าเราจะรับศีลรับพรเสร็จก็คงหิวแย่
เพื่อน : เออ เออ ฉันก็หิวเหมือนกันว่ะ แกก็อย่าเท
หมดนะเว้ย
ฉันพยักหน้าพร้อมกับเดินขึ้นไปยังศาลา ฉันนั่งพับเพียบและกราบลงสามครั้ง จากนั้นก็นำอาหารไปเทไว้ในถ้วย ตรงนั้นจะมีผู้ใหญ่กำลังจัดพาข้าวถวายพระอยู่ ซึ่งบ้านฉันเรียกว่า"แม่ออก" ฉันเทอาหารลงเกือบหมด เหลือไว้ติดก้นปิ่นโตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งวันนั้นพี่สะใภ้จะซุบหน่อไม้ดองใส่ใบขิง
กลิ่นมันช่างหอมยั่วน้ำลายซะจริงๆ ยิ่งอาหารที่คนนำไปจังหัน ล้วนแล้วแต่น่าอร่อยทั้งนั้น จากนั้นฉันและเพื่อนก็จะไปใส่บาตร
หลังจากที่จัดพาข้าวสำหรับพระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันจะเตรียมน้ำและแก้วเอาไว้หยาดน้ำ พระก็จะกล่าวคำให้ศีลให้พร พระรูปหนึ่งก็จะกล่าวขึ้น
"ยถาวริวหาปุลาปลิปุเลนติสาคะรัง เอวะเมวะอิโททินังเตตานังอุปกัปติ อิททิตังปทิตังตุมหังฉิปะเมวะสะมิสะตุ สัพเพปุเรนตุสังคปา จันโทปนารโสยถามนีโชติรโสยถา"
พอพระเริ่มกล่าว ยถา ฉันก็จะเริ่มหยาดน้ำจนถึงตอนที่ว่า มนีโชติรโสยถา
พอจบถึงตอนนี้ พระที่งหมดก็จะกล่าวพร้อมกันว่า
"สัพพีตีโย.....ไปเรื่อยๆจนถึง "ภวตุสัพภมังคลัง ลักขันตุสัพเดวตา สัพสังคานุภาเวนะสะทาสุขี ภวันตุเต"
ด้วยความที่ไม่รู้อะไร พอท่านกล่าวมาถึงวรรคสุดท้ายก็ให้รู้สึกดีใจที่จะต้องกลับบ้านไปกินข้าวซะที
พอเราเดินออกมาจากประตูวัดได้ประมาณ100
เมตรก็ถึงต้นมะขามใหญ่ เราจึงชวนกันนั่งยองๆกินข้าวกับอาหารที่เหลือติดก้นปิ่นโตทันที ขณะที่กินเข้าไปได้5-6คำ ฉันก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"หนู พากันทำอะไรน่ะ!...ทำยังงี้มันบาปนะ รู้มั๊ย"
ฉันมองไปยังเจ้าของเสียง เธอเป็นหญิงวัยกลางคนซึ่งบ้านเธอจะอยู่ไม่ไกลจากวัดเท่าไหร่นัก ฉันอายแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ฉันไม่พูดอะไร ฉันกับเพื่อนเก็บปิ่นโตและก่องข้าวแล้วเดินกลับบ้าน...
จากนั้นเป็นต้นมา ฉันก็ไม่กล้าทำอย่างนั้นอีกเลย ทุกครั้งที่ฉันเจอผู้หญิงคนนี้ ฉันจะคอยหลบหน้าเพราะอายในการกระทำของตัวเอง แต่พอฉันโตเป็นผู้ใหญ่ ฉันจึงคิดได้ว่าตอนนั้นช่างอ่อนเดียงสาและไม่รู้อะไรเอาซะเลย เอาความหิวเป็นใหญ่ เลยทำให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าอายอย่างนี้ขึ้น ฉันได้ยินเสียงระฆังทีไร ทำให้ภาพเก่าๆที่น่าอายผุดขึ้นมาในความทรงจำเสมอ...
เอาหละค่ะ พูดเรื่องน่าอายของตัวเองมานานแล้ว เห็นจะต้องขอตัวก่อน ก่อนจากกัน ขอให้เพื่อนๆในชุมชนของเรา จงมีความสุข สุขภาพแข็งแรงกันทั่วหน้า สวัสดีค่ะ
ขอขอบคุณทุกๆกำลังใจและการติดตามนะคะ
เรื่องพี่นางเขียนได้น่าอ่านเช่นเคยครับ 😊😊
ขอบคุณค่ะคุณโจ้
เป็นความทรงจำที่ดีนะคะ ตอนเด็กยังรู้จักทำบุญเข้าวัดแล้ว ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ
ขอบใจจ้ะเหมียว แต่ตอนนั้นยังเป็นเด็กและคิดยังไม่เป็นจนทำให้เสียใจมาจนถึงทุกวันนี้จ้ะ
ฟังแล้วก็ตลกดีค่ะ 😁😁
จ้ะ นาง😅😅😅
God Bless You!