พี่อย่าทิ้งหนูน่ะ ความรักที่ยิ่งใหญ่ของพีชาย

in #thai8 years ago (edited)

พี่อย่าทิ้งหนูน่ะ

ตอนที่เธออายุได้ 6 ขวบ ช่วงเทศกาลเชงเม้ง พ่อกับแม่
เดินทางกลับไปบ้านนอก เพื่อไปไหว้สุสานของปู่กับย่า
แต่ก็ไม่ได้กลับมาอีก เพราะรถโดยสารที่พ่อกับแม่นั่งไป
เกิดอุบัติเหตุ พ่อกับแม่เสียชีวิตทั้ง 2 คน

เธอไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่กลับบ้าน เธอเอา
แต่ร้องไห้หาแม่ พี่ชายวัย 14 ปี ต่งเสียวเป่า ได้แต่กอด
น้องสาวคนเดียวไว้แน่น

“น้องพี่อย่าร้อง อย่าดื้อนะ!”
เธอเอาแต่ร้องไห้ในอ้อมกอดพี่ชายจนหลับไปอย่างนั้น
ในงานศพของพ่อและแม่ เธอไม่ร้องไห้อีกแล้วแต่ก็เดิน
ตามพี่ชาย ปากก็บอกว่า
“จะไปหาพ่อกับแม่ พี่บอกให้พ่อกับแม่กลับมาซะทีได้
ไหม?”

เธอไม่ชอบกินข้าวที่พี่ชายหุงเพราะมันสุกครึ่งไม่สุกครึ่ง
เธอไม่ชอบเสื้อผ้าที่พี่ชายซักแล้วตากแบบเป็นก้อนๆยับ
ยู่ยี่ เธอไม่ชอบที่พี่ชายไม่ยอมเก็บของเล่นให้กับเธอ
ค่ำวันนั้น ดึกมากแล้ว เธอไม่ยอมนอน ต่งเสียวเป่าบอก
เธอยังไงเธอก็ไม่ยอมนอน เธอลุกขึ้นบอกกับพี่ชายว่า
“หนูจะไปหาแม่ หนูจะไปหาแม่...”
พี่ชายของเธอดึงผ้าห่มออกจากร่าง จากนั้นก็ใช้ 2 มือ
จับไปที่บ่าของน้องสาว
“แม่ตายแล้ว จะไปหาแม่ได้ยังไง? พ่อกับแม่ตายแล้ว
พ่อกับแม่ไม่กลับมาแล้วๆ”
พี่ชายพูดเสียงดังขึ้นเรื่อยๆดังจนเธอกลัวและหยุดชะงัก
ไปเลย เธอเข้าใจในทันทีว่า คำว่าพ่อแม่ตายไปแล้วก็
คือพ่อกับแม่จะมาหาเธอไม่ได้อีกแล้ว รู้แล้วว่าตอนนี้
โลกของเธอมีเพียงพี่ชายคนเดียว ที่เป็นญาติกันเท่านั้น

พี่ชายของเธอซุกหน้าลงบนที่นอน จากนั้นก็ปล่อยโฮ
ออกมาจนเธอตกใจ เธอไม่เคยเห็นพี่ชายเป็นอย่างนี้มา
ก่อน เธอเอื้อมมือน้อยๆไปลูบหลังพี่ชาย จากนั้นก็กอด
พี่ชายเอาไว้แน่น เสมือนที่พ่อกับแม่เคยกอดเธออย่าง
นั้น จากคืนวันนั้นมา เธอก็ได้แต่ติดตามพี่ชายไปทุกที่
เธอขอให้พี่ชายเป็นคนไปส่งโรงเรียน และไปรับกลับ

โรงเรียนมัธยมของพี่ชายอยู่ไกลออกไปจากหมู่บ้านมาก
พอสมควร ดังนั้น พี่ชายจึงต้องรีบไปส่งเธอแต่เช้า พอ
ปั่นจักรยานไปถึงหน้าโรงเรียน เธอมักจะจับชายเสื้อของ
พี่ชายไว้แน่น เธอไม่อยากให้พี่ชายไปเรียนที่อื่น เธอ
อยากให้พี่ชายเรียนที่โรงเรียนอนุบาลของเธอ เธอได้
แต่เรียก
“พี่ๆ พี่อย่าทิ้งหนูนะ!”
จากคืนวันนั้น เธอไม่เคยร้องไห้หาแม่อีกเลย เธอไม่ดื้อ
หรือเอาแต่ใจตัวเองอีกแล้ว

เด็กน้อยไม่เคยบอกกับใครเลย ว่าตั้งแต่เธอรู้ว่าพ่อกับ
แม่ไม่มีวันจะกลับมาหาเธอได้อีกนั้น เธอรู้สึกหวาดกลัว
เพียงใด และสิ่งที่เธอกลัวมากที่สุดก็คือ พี่ชายคนเดียว
ที่เธอหวังพึ่งจะทิ้งเธอไปเหมือนกับพ่อและแม่อีก ความ
รู้สึกหวาดกลัวนี้นี่เอง ที่ทำให้เธอ เด็กหญิงอายุเพียง 6
ขวบต้องทำตัวเป็นเด็กดี เป็นเด็กที่น่ารักของพี่ชาย แม้
เธอจะพยายามเป็นเด็กที่น่ารักของพี่ชายยังไง อยู่มาวัน
หนึ่ง ต่งเสียวเป่าก็ทิ้งเธอไปโดยไม่บอกกล่าวเหมือนพ่อ
กับแม่อีกคน

เช้าของวันเสาร์หนึ่ง พี่ชายของเธอช่วยเปียผมให้เธอ
แบบที่เขาไม่เคยทำมาก่อน พี่ชายใช้เวลาไปเกือบครึ่ง
ชั่วโมง จากนั้นก็ใส่เสื้อผ้าชุดใหม่เป็นชุดรวดเสื้อกับกระ
โปรงขาวล้วนให้แก่เธอ

พี่ชายพาเธอไปที่สวนสาธารณะหน้าหมู่บ้านจากนั้นก็พา
เธอไปเล่นม้าหมุนและเครื่องเล่นอีกมากมาย วันนี้พี่ชาย
ใจดี ซื้อทั้งเกล็ดน้ำแข็งให้เธอกิน และขนมอีกมากมาย
ยัดใส่กระเป๋าของเธอเต็มไปหมด
“เอาไว้กินเมื่อน้องหิวนะ เสี่ยวเป้ย”
เธอทั้งเล่นทั้งกินอย่างสนุกสนาน วันนี้เป็นวันที่เธอมี
ความสุขที่สุด สุขจนลืมคิดถึงพ่อแม่ ลืมความหวาดระ
แวง ลืมความกลัวที่เธอคิดไว้เสมอมา ค่ำวันนั้น เธอเล่น
จนเพลียและก็นอนหลับไปบนบ่าของพี่ชาย

แต่ทว่า เช้าของวันรุ่งขึ้น เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่เธอไม่
คุ้นเคย นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ
“พี่ชายหนูอยู่ไหนๆ หนูจะไปหาพี่ชายของหนู ฮื่อๆ”
เธอวิ่งออกมาจากห้องที่นอนอยู่
คนข้างบ้านที่เธอเรียกว่าป้าบอกกับเธอว่า
“เสียวเป่าไปทำงาน ไม่ต้องร้องไห้นะ ต่อไปป้าจะดูแล
หนูเอง”
จากวันนั้นเป็นต้นมา เธอก็อาศัยอยู่ที่บ้านของคนที่เธอ
เรียกว่าป้า

แม้เธอจะรู้ว่าลุงกับป้าเป็นเพื่อนรักของพ่อกับแม่ แต่เมื่อ
เธอรู้ว่าพี่ชายทิ้งเธอไปแล้วความรู้สึกเสียใจมันมากมาย
กว่าที่เธอรู้ว่าพ่อกับแม่ตายจากไปแล้วเสียอีกเพราะตอน
นั้นเธอยังมีพี่ชายให้พึ่งพิง แต่นี่ พี่ชายที่เธอรักมากมาย
กลับพาเธอมาขายให้ลุงกับป้าข้างบ้านอย่างนั้นเหรอ? พี่
ชายเอาเงินที่ขายเธอหนีไปอยู่ที่อื่นแล้วหรือ พี่ชายไม่รัก
เธอแล้วใช่หรือเปล่า?

ความสูญเสียครั้งก่อนทำให้เสี่ยวเป้ยปรับตัวเข้ากับสภาพ
แวดล้อมใหม่ได้เร็วขึ้น ความรู้สึกนี้ แม้โตมาจนถึงวันนี้
เธอก็ไม่เคยลืม ความรู้สึกที่เหมือนโลกนี้หมดสิ้นแล้วทุก
สิ่ง ความรู้สึกหวาดกลัวที่มันบอกกับใครไม่ได้เลย...

เธอพยายามช่วยงานในบ้านของป้า ไม่ว่าจะเป็นซักเสื้อ
ผ้า เธอรู้ ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ เธอไม่ดื้อและไม่เอาแต่
ใจอีกต่อไป เพราะที่นี่ พวกเขาไม่ใช่ญาติของเธอ

เธอมีพี่ชายคนใหม่ซึ่งเป็นลูกของลุงกับป้า เขาแก่กว่า
เธอ 1 ปี เขาซนมาก และมักจะรังแกเธอเสมอ เธอได้แต่
อดทน ไม่กล้าบอกลุงกับป้า เพราะกลัวว่าจะไม่ได้อยู่
บ้านหลังนี้อีกต่อไป

โชคดีที่ลุงกับป้ารักและเอ็นดูเธอมาก ท่านให้เธอเรียก
พวกเขาว่าพ่อกับแม่ พ่อกับแม่คนใหม่ ซื้อชุดนักเรียน
ใหม่ให้เธอทุกปี มีอาหารอร่อยๆ ดีๆ ก็มักจะเหลือไว้ให้
เธอกินเสมอ เธอรู้สึกรักและขอบคุณพ่อแม่คนใหม่มาก
แต่สำหรับเธอ วันเวลามันช่างเดินช้าอะไรเช่นนี้

ค่ำวันหนึ่ง ตอนที่เธอช่วยแม่ปักผ้าจู่ๆแม่ก็บอกกับเธอว่า
“หลายปีมานี้ลูกไม่ถามหาพี่เสียวเป่าเลยนะ? แม่ไม่รู้ว่า
พี่เสียวเป่าเลี้ยงดูหนูยังไง ตอนนั้นพี่เสียวเป่าเพิ่งอายุ
เพียง 14 เท่านั้นเอง”
เธอนิ่งไปครู่ใหญ่ พี่ชายทิ้งเธอไป 5 ปีแล้วสินะ ตอนนี้
เธออายุได้ 11 ปีแล้ว กำลังเรียนรู้ชั้น ป.4 เธอเม้มปาก
ไปไว้แน่น ใช่สิ เธอจะคิดถึงพี่ชายที่ขายเธอไปทำไม
เพราะทุกครั้งที่เธอคิดถึงพี่ชายก็มีแต่ความรู้สึกเกลียดชัง
“แม่คะ อย่าพูดถึงเขาอีกได้ไหมค่ะ!”
แม่บุญธรรมได้แต่ถอนหายใจ เดิมทีมีอะไรจะบอกเธอ
แต่ดูท่าทางของเธอแล้วไม่น่าจะพูดได้ในตอนนี้ เธอวาง
ผ้าลงและขอตัวเข้านอน

ใช่แล้ว เธอโกรธพี่ชายเหลือเกิน เธอไม่กลัวหรอกหาก
จะลำบาก ต้องอดมื้อกินมื้อ หรือไปขอข้าวใครกิน หรือ
จะไม่ได้เรียนหนังสือ จะไม่มีเสื้อผ้าดีๆใส่ เธอขอแค่ได้
อยู่กับพี่ชายคนเดียวของเธอก็พอ แต่นี่อะไร พี่ชายกลับ
มาทำลายความหวัง ที่มีอยู่ริบหรี่ของเธอไปเสียหมดสิ้น
เธอไม่มีทางจะให้อภัยพี่ชายได้หรอก!

ปีที่เธออายุได้ 16 ปี เธอเป็นนักเรียนเรียนดีลำดับที่ 1
ของห้องในระดับมัธยมปีที่ 3 ที่กำลังจะเลื่อนชั้นไปเรียน
มัธยมปีที่ 4 ส่วนพี่ชายบุญธรรมก็กำลังเรียนจะเลื่อนไป
เรียนในระดับมัธยมปีที่ 5

ปีต่อมาพี่ชายบุญธรรมต้องสอบเอ็นทรานส์ พ่อบุญธรรม
ตัดสินใจเช่าแผงขายผักในตลาด เพื่อหาเงินส่งพี่ชาย
เรียนต่อ

คืนวันนั้น ขณะที่เธอกำลังทำการบ้านอยู่ เกิดรู้สึกหิวน้ำ
ขึ้นมา เธอเดินออกจากห้องเพื่อไปดื่มน้ำที่ห้องรับแขก
เธอได้ยินเสียงแว่วออกมาจากห้องของพ่อแม่บุญธรรม
“ผมไม่สน ยังไงผมก็ต้องได้เรียนมหาลัย!”
“แกจะเรียนได้ยังไง นั่นมันไม่ใช่เงินของเรา เสี่ยวเป้ย
เรียนดีกว่าแก น้องต้องเอ็นฯติดมหาลัยที่ดี”
เสียงของพ่อบุญธรรมไม่ดังนัก แต่ก็พอที่เธอจะได้ยิน
อย่างชัดเจน
“แม่ไม่มีเงินพอที่จะส่งแกเรียนพร้อมๆกันทั้งสองคนหรอก
เราไม่ได้มีเงินมากมาย แกก็รู้”
เสียงของแม่บุญธรรมดังขึ้น
เสียงของพี่ชายบุญธรรมพูดอะไรอีกมากมาย แต่เธอไม่
อยากฟังแล้ว เธอรีบเดินเข้าห้องไปด้วยความรู้สึกหดหู่
ใจ เธอตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ยังไงก็ต้องให้พี่ชายบุญ
ธรรมเป็นคนเรียนเธอจะไม่ยอมเรียนมหาลัยเป็นเด็ดขาด

เมื่อเรียนจบมัธยมเธอจะออกหางานทำ เพราะบุญคุณที่
พ่อแม่บุญธรรมมีต่อเธอ หลังจากพี่ชายใจดำขายเธอให้
กับพวกเขามันช่างมากมาย จนไม่รู้จะทดแทนยังไงให้
หมดได้

พี่ชายบุญธรรมสอบเอ็นฯไม่ติดที่ไหนเลย แต่พี่ชายก็จะ
ขอให้พ่อกับแม่ส่งเรียนมหาลัยเอกชน ซึ่งค่าเทอมแพง
เหลือเกิน เมื่อตกลงกันไม่ได้ พ่อกับพี่ชายก็ทะเล่ากันอีก
“ยังไงพ่อก็จะให้เสี่ยวเป้ยเรียนมหาลัยให้ได้”
เสียงของพ่อบุญธรรมดังขึ้น จนพี่ชายต้องเดินหนีออก
จากบ้านไป
“หนูไม่สอบค่ะพ่อ หัวเด็ดตีนขาดยังไงหนูก็ไม่เรียน!”
แม่บุญธรรมเดินตางเข้ามากอดเธอไว้
“เสี่ยวเป้ย ฟังแม่นะ จะยังไงหนูก็ต้อเรียน หนูรู้ไหม พี่
เสียวเป่าส่งเงินค่าเทอมมาให้แม่แล้ว อย่าทำให้พี่เขา
เสียใจเลยนะ พี่เขาหาเงินมาได้ไม่ง่าย!”
เธอยืนงงเหมือนมีอะไรมาตรึงเธอไว้ มันเป็นไปได้ยังไง
คนที่ขายเธอให้กับพวกเขานะเหรอ ที่ส่งเงินค่าเรียนมา
ให้เธอ!

“ลูกรู้ไหม ทำไมพี่ชายของหนูถึงเอาหนูมาฝากไว้กับพ่อ
และแม่ ตอนนั้นเสียวเป่าอายุเพียงแค่ 14 ปี เขารู้ว่าเขา
ไม่สามารถดูแลน้องที่อายุได้เพียง 6 ขวบได้ เขาจึงตัด
สินใจขายบ้าน เพื่อนำเงินมาฝากเป็นค่าเลี้ยงดูหนูไว้ที่
พ่อกับแม่ พี่เขาบอกว่าพ่อกับแม่จะเลี้ยงดูหนูได้ดีกว่า
เขา พี่เขาเชื่อว่าพ่อกับแม่จะรักหนูเหมือนกับที่เขารักหนู
เช้าวันที่เขาจะจากหนูไป เขานั่งมองหนูหลับเป็นเวลา
นานกว่าครึ่งชั่วโมง ก่อนจะบอกพ่อกับแม่ทั้งน้ำตาว่า
ป้าครับผมจะต้องทำงานหาเงินและเอาดีให้ได้ ถึงวันนั้น
ผมจะมารับน้องของผมไปอยู่ด้วย ผมฝากน้องด้วยนะ
ครับ”

“ตั้งแต่หนูเรียน ป.4 พี่เสียวเป่าก็ส่งเงินมาให้แม่เสมอ
พ่อกับแม่ก็ได้เงินของเสียวเป่านั่นแหละ ที่ใช้ในชีวิตประ
จำวัน แม่ขอโทษนะลูก ที่แม่ไม่ได้ให้อะไรกับหนูเลย หนู
ต้องมาตกระกำลำบากกับแม่แท้ๆ ”
แม่บุญธรรมพูดอะไรต่อไปอีกไม่ได้ ได้แต่กอดเธอร้อง
ไห้ ปีนั้น เธออายุได้ 17 ปีพอดี
“พี่ชายของหนูอยู่ที่ไหน? พี่ของหนูเป็นยังไงบ้าง?หนูจะ
ไปหาพี่เสียวเป่า แม่พาหนูไปหาพี่ได้ไหมค่ะ?”
คำพูดที่มันอัดแน่นในใจมาเป็นเวลาหลายปี พรั่งพรูออก
มาจากปากของเธอ ทำนบแห่งความเกลียดชังมันพัง
ทลายลงมาจนไม่เหลืออีกต่อไป

คนที่เธอคิดมาเสมอว่าขายเธอให้กับพ่อแม่บุญธรรม คน
ที่เธอคิดมาเสมอว่าทิ้งเธอไปโดยไม่ใยดี กลับเป็นคนที่
คอยส่งเสียเธอมาโดยตลอดเช่นนั้นหรือ!
“พี่เสียวเป่าไม่เคยคิดที่จะทิ้งหนูใช่ไหมคะแม่? พี่ยังรัก
หนูใช่ไหมคะแม่?”
เงินที่ส่งมา ต้นทางคือเมืองกวางเจา ไม่มีที่อยู่ ตราประ
ทับของไปรษณีย์เปลี่ยนที่ส่งแบบไม่ค่อยซ้ำกัน เธอตัด
สินใจจะต้องสอบเข้ามหาลัยที่กวางเจาให้ได้ เธอจะไป
ตามหาพี่ชายที่กวางเจาให้เจอให้ได้

และแล้วเธอก็สอบติดมหาวิทยาลัยในกวางเจา แต่บ้าน
เมืองที่กว้างใหญ่ขนาดนี้เธอจะเริ่มต้นหาพี่ชายจากตรง
ไหน? มันไม่ต่างอะไรจากการงมเข็มในมหาสมุทร ช่วง
เวลานั้น พี่ชายของเธอยังคงส่งเงินค่าเทอมให้เธอไม่
ขาดหาย

เมื่อเธอเรียนจบเธอขอพ่อกับแม่หางานทำในเมืองกวาง
เจา เธอเลือกที่จะทำงานขายประกัน เพราะมันเป็นงาน
ที่สามารถออกไปตามหาลูกค้าในสถานที่ต่างๆได้

ในวันที่ความหวังแสนจะริบหรี่จู่ๆเธอก็เห็นเรื่องราวของ
ชายซ่อมรถจักยานแขนเดียวที่ถูกแชร์ต่อๆกันมาในเฟส
บุ๊ก วินาทีที่เธอเห็นภาพของชายคนนั้น ที่กำลังใช้ปาก
งับเปลี่ยนยางรถจักยานเธอก็ตะลึงงัน นั่นมันพี่เสียวเป่า
ของเธอนี่นา เธอจำแววตาที่เอาจริงเอาจังและคิ้วที่เชิด
ขึ้นสูงขอพี่ชายได้
“ทำไม่พี่เสียวเป่าจึงเหลือแขนแค่ข้างเดียว?”
เธออุทานขึ้น จากนั้นก็รีบคลิกเข้าไปอ่านเรื่องราวข้าง
ใน เธออ่านบทความนั้นทีละคำ ด้วยหัวใจที่แทบจะ
หยุดเต้นมันทั้งเจ็บปวดและบีบหัวใจของเธอเสียเหลือ
เกิน

“ต่งเสียวเป่า ชายผู้ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตา สูญ
เสียแขนข้างหนึ่ง จากการถูกเครื่องจักรในโรงงานตัด
ขาดเมื่ออายุได้ 19 ปี จนต้องกลายเป็นคนพิการตาม
ท้องถนน พเนจรร่อนเร่ไปทั่วกวางเจาเก็บของเก่าขาย
ประทังชีวิต ส่งหนังสือพิมพ์ตามบ้าน แจกใบปลิว เก็บ
หอมรอมริบจนสามารถเช่าแผงขายหนังสือ และซ่อม
รถจักรยานไปด้วย กำลังใจเดียวที่ทำให้ต่งเสียวเป่าสู้
มาจนทุกวันนี้ คือน้องสาวคนเดียวอันเป็นสุดที่รักของ
เขา!”

เธออ่านมาถึงตรงนี้ ก็ยกคอมพิวเตอร์ขึ้นมากอดแนบ
อกและร้องไห้โฮ ตอนที่เธอเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าแผง
ขายหนังสือของต่งเสียวเป่า

พี่ชายของเธอกำลังเปลี่ยนยางรถจักรยานให้ลูกค้าคน
หนึ่งอยู่ เขาใช้ปากและมืออย่างชำนาญการ เพียงครู่
เดียว ก็เปลี่ยนยางรถจักรยานให้ลูกค้าเสร็จ

เธอยืนมองพี่ชายที่เหงื่อท่วมกายและใบหน้า เหงื่อที่
หยดลงจากใบหน้าของพี่ชาย แข่งกับหยดน้ำตาของ
เธอที่ยืนร้องไห้อยู่ด้านหลัง เธอไม่เห็นอาการเหน็ด
เหนื่อยของพี่ชายแม้แต่น้อย เธอเห็นเพียงความมุ่งมั่น
เด็ดเดี่ยว และรอยยิ้มที่มีให้กับลูกค้าชายคนนั้น ภาพ
นั้น เหมือนกระชากเธอให้กลับไปเมื่อ 18 ปีที่แล้วอีก
ครั้ง พี่ชายคนดีที่พาเธอนั่งเล่นม้าหมุนและกินขนมอยู่
ในสวนสาธารณะหน้าหมู่บ้าน

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ? มีอะไรให้ผมช่วยไหม?”
ต่งเสียวเป่าถามหญิงสาวคนหนึ่ง ที่กำลังยืนร้องไห้
มองเขาเป็นเวลานาน เมื่อเขาเพ่งมอง เขาต้องตะลึง
ตัวชาวาบ หญิงสาวที่สวมชุดสีขาวที่กำลังยืนอยู่ต่อ
หน้าเขา ณ ตอนนี้
“คุณ..คุณ..คือ”
ภาพของเด็กผู้หญิงวัย 6 ขวบ ผุดขึ้นในห้วงความคิด
ของเขา พลันน้ำตาจากไหนก็ไม่รู้หยดลงจากตาหยด
แล้วหยดเล่า เขายันตัวเองลุกขึ้นยืนด้วยอาการตัวสั่น
เทา
“พี่คะ จำหนูได้ไหม หนูคือเสี่ยวเป้ยของพี่ไงคะ”
สองพี่น้องโผเข้าหากัน ต่างก็ร้องไห้และกอดกันเป็น
เวลานานแสนนาน

Sort:  

Congratulations @nimnim139! You received a personal award!

Happy Birthday! - You are on the Steem blockchain for 1 year!

Click here to view your Board

Support SteemitBoard's project! Vote for its witness and get one more award!

Congratulations @nimnim139! You received a personal award!

Happy Birthday! - You are on the Steem blockchain for 2 years!

You can view your badges on your Steem Board and compare to others on the Steem Ranking

Vote for @Steemitboard as a witness to get one more award and increased upvotes!

Coin Marketplace

STEEM 0.04
TRX 0.32
JST 0.082
BTC 60666.80
ETH 1563.25
USDT 1.00
SBD 0.47