การ์ตูนญี่ปุ่น คือ เวลาแห่งความสุข #2 <I love manga#2> 「私は日本のマンガが大好き#2」
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ชาว Steemit
เมื่อวานนี้แค่เกริ่นๆ ถึงความเป็นมาของการชอบการ์ตูนญี่ปุ่นของฉันเท่านั้นเองนะคะ วันนี้แหละ จะเล่าถึงจุดประสงค์จริงๆ การเล่าเรื่องนี้ให้จบซะที มันอาจจะมีความโก๊ะๆ ของฉันอยู่ด้วยนิดหน่อย
Image Source : shogakukan
อย่างที่บอกไว้เมื่อโพสต์ที่แล้วว่า แต่ละเรื่องของ “Mitsuru Adachi” เดาไม่ยากว่าใครเป็นพระเอก ใครเป็นนางเอก และใครเป็นตัวร้าย เพราะแต่ละเรื่องคาแรคเตอร์ จะคล้ายๆ เดิมหมด แต่ทุกเรื่องก็มีความสนุกต่างกันไป
คาแรคเตอร์ของพระเอกในแต่ละเรื่อง Image Source
คาแรคเตอร์ของนางเอกในแต่ละเรื่อง Image Source
Image Source
ต่อจากเมื่อวาน หลังจากที่ฉันเริ่มชอบการ์ตูนของ “Mitsuru Adachi” และตามเก็บจบเกือบได้ครบทุกเรื่อง แต่ก็ต้องมีอันต้องหายกระจัดกระจาย เพราะการย้ายที่พักบ่อยช่วงเรียนจบและกำลังเริ่มทำงาน เมื่อได้ที่พักที่ค่อนข้างแน่นอน ฉันจึงเริ่มสะสมการ์ตูน “Mitsuru Adachi” ใหม่อีกครั้ง โดยเริ่มจากเรื่องใหม่ของเขา "พรอลวนคนอลเวง" 「いつも美空」 (Itsumo Misora) ซึ่งเป็นเรื่องแรกที่สะสมครบ เพราะมีเพียง 5 เล่มจบ
Image Source
ต่อมาจึงเป็นเรื่อง "คัทซึ" 「カツ」 (KATSU!) อันนี้เริ่มไม่ครบละ แถมยังซื้อซ้ำอีก จำผิดจำถูกว่า เล่มไหนซื้อแล้วหรือยังไม่ซื้อ ในตอนนั้น มือถือยังไม่ก้าวไกล ถ่ายรูปได้กระหน่ำขนาดนี้ เมื่อถึงร้านหนังสือการ์ตูน ก็ต้องใช้ความเดากันละว่า มีเล่มไหนบ้าง ผลก็อย่างที่เห็นค่ะ ซ้ำบ้าง ขาดบ้าง และ “คัทซึ” ออกมาจนจบไปแล้ว ก็ยังซื้อไม่ครบอีกตามเคย
Image Source
แล้วเรื่องใหม่ก็ออกมาอีก "ครอสเกม" 「クロスゲーム」 (Cross Game) ตามภาพเลยค่ะ มาเจออีกทีก็เล่มที่ 13 แล้ว ตอนเขาออกเล่มที่ 1-12 ฉันหายไปไหน ตอนนั้นการ์ตูนของ “Mitsuru Adachi” ไม่ได้มีขายทั่วไป ต้องไปซื้อที่ร้าน “วิบูลย์กิจ” ซึ่งก็มีไม่กี่ร้านในกรุงเทพ สถานที่หนึ่งที่มีคือ มาบุญครอง แล้วต่อมาร้าน “วิบูลย์กิจ”ที่มาบุญครองก็เริ่มเล็กลงด้วยสาเหตุของเศรษฐกิจที่มีร้านหนังสือการ์ตูนอื่นเพิ่มขึ้นมา และโดนร้านขายของอื่นๆ บังจนมองหาร้านไม่เจอ รวมถึงความโตขึ้นของฉัน ทำให้ฉันล้มเลิกการสะสมการ์ตูน “Mitsuru Adachi” ไป
จนกระทั่ง ฉันได้มีโอกาสไปอยู่ญี่ปุ่น ฉันชอบเข้าร้านหนังสืออยู่แล้ว รวมถึงชอบดูแผงหนังสือในร้าน 7-11 ด้วย และที่ในร้าน 7-11 นี่เอง ฉันได้เห็นเรื่องใหม่ล่าสุดของ “Mitsuru Adachi” นั่นคือ “Mix ซึ่งออกมาเป็น “เล่มแรก” พอดี ฉันเริ่มมีความหวังใหม่ในการสะสมหนังสือการ์ตูนของเขาอีกครั้ง เป็นเวอร์ชั่น “ภาษาญี่ปุ่น”
และในขณะเดียวกัน "ครอสเกม" 「クロスゲーム」 (Cross Game) ก็มีการรวมเล่มออกมาขายเป็นเล่มแรกเช่นกัน ที่ญี่ปุ่นจะมีการรวมเล่มหนังสือการ์ตูนออกมาหลายแบบ แบบนี้ เรียกกว่าแบบ “My First Wide” เล่มหนาเกือบๆ จะ 3 cm. แต่ใช้กระดาษที่แกรมบาง ทำให้แต่ละเล่มไม่หนักมาก ฉันเริ่มซื้อเล่มแรกนั้นทันทีจากใน 7-11
ฉันเริ่มการสะสมใหม่อีกครั้ง จากการส่องแผงหนังสือใน 7-11 ทุกครั้งที่เข้าไป นอกจากนั้น ยังมีอีกร้านที่ฉันชอบเข้าคือ “Book Off” เป็นร้านหนังสือมือสอง ฉันสนุกมากในการค้นหาหนังสือการ์ตูนของ “Mitsuru Adachi” จากร้าน “Book Off” เพราะแต่ละสาขาจะมีหนังสือไม่เหมือนกัน ในร้านมีชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือการ์ตูนหลากหลายเรื่อง แต่ฉันสามารถปาดสายตาดูอย่างรวดเร็ว เพื่อมองหาคำว่า あだち充 (Mitsuru Adachi) ได้อย่างง่ายดาย แล้วฉันก็ได้หนังสือการ์ตูนของ “Mitsuru Adachi” ครบอีกหลายเรื่อง มาเรียงในชั้นวางหนังสือของฉันอย่างเป็นระเบียบ และถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อจะได้เช็คได้ว่า มีเรื่องอะไรเล่มที่เท่าไหร่แล้วบ้าง
ที่ญี่ปุ่นไม่ได้เรียก “ร้านมือสอง” อย่างที่เราเรียก แต่จะเรียกว่า “Recycle shop” ค่ะ ซึ่งขายของทุกอย่างเลย วันหลังจะมาเล่าเรื่อง ร้าน “Book Off” และ“Recycle shop” ของญี่ปุ่นให้ฟังนะคะ
จนกระทั่งถึงเวลาต้องกลับเมืองไทย ก็ยังสะสมไม่ครบ เรื่อง “Mix” นี่ฉันไม่ห่วงเพราะเป็นเรื่องใหม่ ยังพอหาซื้อได้อยู่ และ นี่คือจำนวนเล่มที่ซื้อได้ของ "ครอสเกม" 「クロスゲーム」 (Cross Game) แบบ “My First Wide” คือ เล่มที่ 3-7 และเล่มที่ 8 คือเล่มจบ ทุกครั้งที่ฉันไปญี่ปุ่นครั้งใดฉันจะไปส่องแผงหนังสือใน 7-11 และร้าน “Book Off” เสมอ เพื่อหาให้ครบคอลเลคชั่นให้ได้ แต่ก็ไม่เจอ
ที่ญี่ปุ่นนั้น ร้าน 7-11 สามารถซื้อของ Online จากเวปไซด์ของ 7-11 ได้ เมื่อครั้งล่าสุดที่ไปญี่ปุ่น ฉันจึงถามคนใกล้ตัวที่เป็นคนญี่ปุ่นให้ช่วยเช็คเวปไซด์ของ 7-11 ให้หน่อย แต่มันนานเกินไปจึงไม่มีขายแล้ว เขาจึงเช็คจากเวป Amazon Japan ให้ ปรากฏว่า เจออีกหลายเล่ม มีทั้งมือหนึ่ง และมือสอง รวมถึงราคาไม่แพงอีกด้วย ฉันเริ่มสนุกกับแหล่งซื้อหนังสือการ์ตูนที่ใหม่ของฉัน แถมยังถูกกว่า “Book Off” อีก ไม่รีรอ สั่งทันที "ครอสเกม" 「クロスゲーム」 (Cross Game) แบบ “My First Wide” 3 เล่ม คือเล่มที่ 1,2 และ 8 จาก 3 คนขาย
เรื่อง “Amazon Japan” ไว้จะมาเล่าให้ฟังพร้อมๆ กับ “Book Off” นะคะ เพราะน่าสนใจมาก มีความแตกต่างจากเวป Amazon ที่เราเคยรู้จักค่ะ
ในกล่องใหญ่ๆ นั้น มีการ์ตูนอยู่เล่มเดียว คือ เล่มที่ 2 ซึ่งหายากที่สุด จึงมีราคาแพงสุด ฉันหอบหิ้วทั้งสามเล่มกลับมาด้วยความดีใจ และในขณะที่กำลังเรียงใส่ชั้นหนังสือนั้น ก็พบว่า เล่มที่ 1 มีแล้ว แต่ถูกห่อปกไว้จึงคิดว่า ยังไม่ได้ซื้อ สุดท้ายก็ซื้อซ้ำอีกจนได้ ไม่เป็นไร เดี๋ยวเอาไปขายใน “Amazon Japan” ต่ออีกที 55555
ตอนที่ตั้งใจว่าอยากเรียนภาษาเพิ่มอีกหนึ่งภาษา ก็เลือกอยู่หลายภาษาเหมือนกัน เป็นภาษาทางโซนยุโรปทั้งหมด แต่พอตัดสินใจเลือกเรียนจริงๆ ม้ามืดอย่าง “ภาษาญี่ปุ่น” ก็เข้ามาในวินาทีสุดท้ายที่ตัดสินใจเลือก และพอสรุปได้ว่า จะเรียน “ภาษาญี่ปุ่น” เหตุผลตอบรับดีๆ หลายๆ อย่างก็พลั่งพลูออกมาเยอะแยะไปหมด เช่น วัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน, เคยมีความสัมพันธ์กันในช่วงสงครามโลก, ระยะทางไม่ไกลกันมาก เป็นต้น แต่ฉันเดาว่า สาเหตุหลักๆ อาจจะมาจากการอ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น มาตั้งแต่เด็กของฉันนี่แหละ ทำให้ทั้งหมดฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึกของฉันโดยไม่รู้ตัว
หลังจากอ่านคอมเม้นท์ของหลายๆ คน จากบทความเมื่อวาน แล้วรู้สึกดีใจที่เจอพวกเดียวกันอยู่เยอะทีเดียว สมัยเด็กๆ พวกเราคงมีเวลาว่างมากจริงๆ ถึงอ่านการ์ตูนได้หลายเรื่องขนาดนั้น มาตอนนี้ให้ตั้งใจอ่านอีกครั้ง ก็อ่านนานๆ แบบตอนเด็กไม่ค่อยได้แล้ว เพราะใจมัวไปพวักพะวงถึงหน้าที่การงานต่างๆ ที่ทำอยู่ตอนนี้ ฉันจึงได้รู้สึกว่า ช่วงเวลาที่ได้อ่านการ์ตูน มันคือ ช่วงเวลาแห่งความสุขจริงๆ ที่สามารถทำให้เราทิ้งความเป็นจริง แล้วปล่อยจินตนาการไปกับเรื่องราวนั้นๆ จบจนได้ ทุกวันนี้ แม้ฉันจะไม่สามารถมีเวลาอ่านการ์ตูนได้เป็นนานๆ เหมือนเมื่อก่อน แต่แค่การเสาะหาและสะสมการ์ตูนที่รัก ก็ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของฉันเช่นกัน
อยากจะถามตัวเองว่า "เรื่องนี้จะยาวไปไหน" นี่คือย่อแล้วนะ คงเป็นเพราะเป็นสิ่งที่ชอบมากจริงๆ จึงเขียนมาได้ขนาดนี้ ขอบคุณมากค่ะที่อ่านจนจบ
ว้าววววว คุณ katto แฟนการ์ตูนญี่ปุ่นตัวจริงเสียงจริงนะค่ะเนี่ยะ
ขอบคุณค่ะ
ตอนนี้อ่านแต่ของคนเขียนคนนี้คนเดียว เพราะชอบมาก
นี่ถ้าเค้าเลิกเขียนคงเลิกเก็บพอดี อ่านวนเล่มที่มีนั่นแหละ น่าจะดีกว่า :)
เพราะชั้นหนังสือจะวางไม่พอละค่ะ
ถ้ารุ่นผมต้อง Touch ครับ อีกเรื่องก็ H2
ดีใจจัง เจออีกแล้ว แฟน "Adachi"
H2 version ภาษาไทยเคยเก็บครบแล้ว แต่ก็อย่างที่บอก หายค่ะ
แต่ตอนนี้มี DVD ทั้งที่เป็นการ์ตูนและคนแสดงเก็บไว้ดูไปพล่างๆ ก่อนจะหาซื้อการ์ตูนเล่มที่ชอบได้
ชอบครับ เขียนได้ดีมากเลย
ผมเอง มีวันนี้ก็เพราะอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเหมือนกันครับ 😊
ขอบคุณมากค่ะ
ดูเหมือนการอ่านการ์ตูนเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขของเด็กๆ หลายคนในยุคที่ยังไม่มีมือถือนะคะ
โอตาขุหญิงเมืองไทยตัวจริง 😆
ดูเหมือนจะใช่ 🙄🤤🤤