บทเรียนราคาแพงจากการเปิดร้านกาแฟเมื่อ 5 ปีก่อน

in #thai8 years ago

สวัสดีค่ะเพื่อน Steemit ทุกท่าน

วันนี้อากาศสบายๆ ตามคำพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยานะคะ กรุงเทพฯ อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 24 องศาเซลเซียสค่ะ เมื่อเช้าระหว่างนั่งจิบกาแฟและเห็นแก้วใช้ชงกาแฟเลยทำให้ระลึกถึงตอนเปิดร้านกาแฟที่เชียงใหม่เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้วค่ะ

329412_105566789590885_1371101348_o.jpg

เป็นร้านกาแฟเล็กๆ ที่เกิดขึ้นมาจากความฝันของตัวเอง...ซึ่งก็คงเหมือนผู้หญิงทั่วๆไปอีกหลายๆ คนล่ะค่ะ ชอบกินขนม แล้วก็เริ่มฝึกทำขนมกินเอง ต่อมาก็ฝันอยากมีร้านกาแฟของตัวเอง และตั้งใจว่าจะไม่รับขนมจากร้านอื่นมาขายในร้านเลยค่ะ ดังนั้นก้าวแรกเราก็เริ่มต้นจากการไปเรียนทำเบเกอร์รี่และการชงกาแฟจริงจัง และฝึกทำจนมั่นใจว่าเราทำได้แน่ นี่หน้าตาของขนมบางส่วนที่เราทำเองทุกขั้นตอน

555813_167249950089235_1600267505_n.jpg

464574_142706005876963_1153380445_o.jpg

และระหว่างนั้นก็หาที่ทางว่าจะทำร้านที่ไหนดี คำตอบที่ได้คือ ทำมันที่หน้าบ้านนี่แหละ ไม่ต้องไปเสียเงินค่าเช่า และกลัวปัญหาเจ้าของงอแงด้วยค่ะ ดังนั้นเราก็เลยตัดสินใจจะต่อเติมโรงจอดรถหน้าบ้านให้เป็นพื้นที่ขายแทน คิดได้แล้วก็จ้างสถาปนิกมาวัดพื้นที่เพื่อที่จะออกแบบให้ หลังจากนั้นไม่นานเราก็ได้แปลนร้านมาสมใจ ซึ่งการทำร้านหน้าบ้านมันก็มีข้อเสียที่เราห่วงอยู่คือเราไม่มีที่จอดรถให้ลูกค้าเลย และอีกอย่างเราก็จะเสียความเป็นส่วนตัวด้วย

จังหวะนั้นไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย เพื่อนรุ่นน้องของสามีมารู้ว่าเราจะเปิดร้าน เค้าก็เลยเสนอตัวว่าไปทำในสนามกีฬาของเค้ามั้ย มีพื้นที่ว่างอยู่ คิดค่าเช่าไม่แพง และเค้าก็อยากให้สนามของเค้าดูดีขึ้นมา อยากให้มีร้านกาแฟรองรับเด็กๆ ที่มาเล่นกีฬา ประกอบกับสนามแห่งนี้อยู่เยื้องบ้านเราเอง ทุกอย่างลงตัวเป๊ะ ทั้งทำเล ที่จอดรถและราคาค่าเช่า สรุปแล้วเราก็เลยพับแปลนที่จะทำร้านที่บ้าน เปลี่ยนเป็นไปเช่าที่เค้าทำ เพราะเห็นว่าที่ทางกว้างขวางมีที่จอดรถให้ลูกค้าได้สะดวกกว่าทำที่บ้านของตัวเอง ลงทุนไปประมาณหนึ่งล้านบาทก็ไม่มากไม่น้อยเพราะรวม ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าทุบรั้วสนามให้เปิดโล่งขึ้นเพื่อจะได้มองเห็นร้านด้านใน รวมอุปกรณ์เครื่องชงกาแฟ ตู้แช่เค้ก ถ้วยจานชามสารพัด ไหนยังจะมีอุปกรณ์ในการทำเบเกอรี่อีก

ในส่วนของกาแฟ เราใช้ของดอยช้างเพราะชอบรสชาติ ในตอนนั้นก็ต้องขับรถไปถึงเชียงรายเพื่อขอลิขสิทธิ์มาใช้ที่ร้าน และให้เค้าส่งเมล็ดกาแฟให้ ซึ่งพี่ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ดอยช้างก็ใจดีมาก มาสอนและมาดูที่ทางที่ร้านเราด้วยตัวเองเลย เปิดร้านได้ไม่นานก็มีนิตยสารติดต่อมา ถ่ายรูปไปลงแนะนำร้านเพื่อลงหนังสือ 5 ปีที่แล้วแมกกาซีนยังไม่ตายเรียบเหมือนสมัยนี้นะคะ ซึ่งก็เป็นความภาคภูมิใจเล็กๆ ของเรา ที่มีคนเห็นความตั้งใจ

Screen Shot 2561-02-03 at 6.24.14 PM.png

704664_144779595669604_1169686394_o.jpg

ต่อมาเราก็เริ่มอยากจัดแต่งภูมิทัศน์ให้ดูดีขึ้น เพราะตอนเช่าที่เจ้าของที่เคยบอกว่าพื้นที่ด้านหน้าร้าน ยกให้เราเลย เรามีสิทธิ์เต็มที่ จะลงต้นไม้ตกแต่งอะไร ก็ทำได้เลยนะ เราก็เลยเปรยๆ กับพ่อแม่สามีว่า อยากหาต้นไม้ใหญ่หน่อยมาลง เพื่อให้มีร่มเงา เผื่อลูกค้าอยากนั่ง outdoor ช่วงเช้า หรือช่วงเย็นก็จะได้ไม่ร้อน คุณพ่อกับคุณแม่สามีที่รักและเคารพ ท่านก็เลยไปจัดหาต้นไม้มาให้ทันทีค่ะ เพราะท่านรู้ว่าเราสองคนสามีภรรยาต้องอยู่ร้านทุกวัน ทำทุกอย่างเอง ไม่ได้จ้างเด็ก

เราเลยแจ้งเพื่อนสามีที่เป็นเจ้าของสนามว่า วันนี้ๆ จะเอาต้นไม้มาลงแล้วนะคะ เค้าบอกว่าโอเคครับ และวันที่เอาต้นไม้มาลงเค้าก็เดินมามองๆ แต่หลังจากเราลงต้นไม้แล้ว เค้าไม่พูดกับเราและสามีอีกเลย ไอ้เราก็งงซิ ว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างฝ่ายต่างอึดอัด เราก็ไม่รู้ว่าทำอะไรผิด จนในที่สุดเค้ามาบอกเราว่าให้ช่วยเอาต้นไม้ออกหน่อย เหตุผลคือ ต้นไม้ของเราฟอร์มไม่สวย และบังป้ายไวนิลที่สนามของเค้า

คุณพระ!!! ต้นไม้ฟอร์มไม่สวย ทำไมไม่ห้ามตั้งแต่วันที่เอาต้นไม้มาลง ทำไมปล่อยให้ลงแล้วเพิ่งมาบอก!! นี่ไม่ใช่ต้นไม้เล็กๆ ที่ขุดกันได้ง่ายๆ แต่เป็นไม้มงคลต้นใหญ่ที่ต้องล้อมมา เผอิญจำชื่อไม่ได้แล้วนะคะว่าต้นอะไร แล้วการที่บอกว่าบังป้ายสนามเนี่ย ป้ายเค้าเอามาติด หลังจากที่เราเอาต้นไม้ลงนะคะ ฮามั้ย 555

มาเล่าตอนนี้ก็ขำออกแล้วค่ะ แต่ตอนนั้นขำไม่ออกและเถียงไม่ออก เพราะมัวแต่อึ้งกับเหตุผลที่เค้าให้มา สิ่งที่เราทำได้คือบอกว่าได้ค่ะ ไว้พี่จะเอาออกให้ เราโทรบอกคุณแม่สามี ให้คนมาถอนต้นไม้ออกเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากนั้นก็มาปรึกษากันกับสามีว่าจะเอายังไงต่อดี เราไม่มีความสุขในการที่จะมาร้านอีกต่อไปแล้ว การเปิดร้านกาแฟก็เพราะคิดว่าจะได้มีชีวิตที่ดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความสุข แต่ตอนนี้มันกลายเป็นทุกข์ไปซะแล้ว แล้วเราจะอยู่กับเค้าต่อไปทำไม

ชีวิตคนเราก็แปลกนะคะ เมื่อประตูบานนึงที่เราเดินเข้าไปแล้วถึงทางตัน ก็มีประตูบานใหม่เปิดขึ้นมารอรับทันที

ในสัปดาห์เดียวกันนั่นแหละน่าจะก่อนมีเรื่องต้นไม้ไม่กี่วัน เจ้านายเก่าโทรมาชวนว่าสนใจกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯมั้ย ตอนนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจแค่แบ่งรับแบ่งสู้เลยบอกเค้าไปว่าขอคิดดูก่อน เพราะเครียดที่เจ้าของที่ไม่คุยกับเรา พอมาเจอเรื่องต้นไม้ขึ้นมาปุ๊บ ก็ตัดสินใจง่ายเลยค่ะ บอกสามีว่าไม่ทำร้านแล้วนะ จะกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ สามีก็น่ารักมาก บอกว่าแล้วแต่เราตัดสินใจเลย สรุปว่าเป็นร้านกาแฟที่อายุสั้นมากๆ ถ้าเป็นเด็กก็เหมือนเด็กที่แท้งค์ก่อนคลอดค่ะ เพราะร้านเปิดได้ 6 เดือนเท่านั้นเอง

เชื่อมั้ยด้วยความบ้าดีเดือดของตัวเอง ตัดสินใจปุ๊บโพสต์ขายอุปกรณ์ในร้านในเว็บร้อยตะวันทันที ขาดทุนไปเยอะเหมือนกัน แต่ว่ายอมค่ะ กะว่าขายอุปกรณ์ทิ้งแล้วค่อยหาคนมาเซ้งช่วงต่อ เพราะเราลงทุนก่อสร้างสถานที่ไปแล้ว

เรื่องยังไม่จบแค่นี้นะ แม่เจ้าของที่เจ้ากรรม ไม่อนุญาตให้คนอื่นมาเซ้งค่ะ เพราะเหตุผลคือขนาดคนรู้จักกันยังอยู่กันไม่ได้ แล้วคนไม่รู้จักกันคงยิ่งมีปัญหา

ด้วยความโกรธลมออกหู...เราก็เลยยอมเสียเงินจ้างคนไปรื้อถอนสิ่งก่อสร้างออกหมด ในเมื่อคุณไม่ยอมให้เราได้มีผลกำไรจากการเช่าช่วง ก็อย่าคิดว่าจะเอาไปทำกำไรเอง

บทเรียนชีวิตเรื่องนี้ทำให้เรียนรู้ว่า

  1. คนเราอยู่ร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน ให้สื่อสารกันค่ะ อย่าปล่อยให้เกิดปัญหาสะสม และระเบิดจนไม่เหลืออะไรเลยแบบนี้
  2. ทำธุรกิจ สัญญาต้องชัดเจน อย่าทำแบบปากเปล่า
  3. ถ้าไม่จำเป็นอย่าทำธุรกิจกับเพื่อน เพราะยิ่งเป็นเพื่อนยิ่งเกรงใจและไม่กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการ มิตรภาพกลายเป็นมิตรพังในพริบตา

วันนี้เล่ายาวนิดนึง...หวังว่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนได้บ้างนะคะ
Love you all
C

Sort:  

ขอบคุณเรื่องราว ที่มีคุณค่า ต่อผู้อ่านอย่างอ้อม ขอบคุณค่ะ❤
อ่านเรื่องราวของพี่แล้วให้นึกถึงชีวิตของตัวอ้อมเองเหมือนกันค่ะ ล้มลุกคลุกคลานไม่รู้ซักกี่ครั้งแล้วเหมือนกันค่ะ ถึงทุกวันนี้ก็ยังต้องอาบเหงื่ออยู่ทุกวันถึงจะได้เงินมาใช้ขอบคุณมากๆค่ะขอบคุณจากใจจากบทความที่พี่เขียนลงในสตรีม ขอบคุณค่ะ❤❤

“อย่ากลัวว่าจะทำไม่ได้ ให้กลัวว่าจะไม่ได้ทำ”

คุณ @impressable เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่แวะมา

@sunisa ขอบคุณคุณอ้อมมากค่ะ สำหรับคอมเมนต์นี้ที่ทำให้พี่ซีมีกำลังใจเขียนอะไรๆ ต่อไปนะคะ และที่จริงแล้วพี่ก็ต้องขอบคุณที่คุณอ้อมแบ่งปันสูตรอาหารดีๆ และภาพครอบครัวที่น่ารักให้พวกเราได้ชื่นชมกันนะคะ

@cicy กำลังเจอเหตุการณ์ประมาณนี้พอดีเลยค่ะ ขอบคุณมากๆเลย ทิพย์ลงทุนกับเพื่อนค้าขายตอนแรกก็ถูกคอกันดีค่ะ หลังๆนี่เริ่มมีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องมันเลยอึมครึมอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก คนลงทุนคือเราแต่เค้าเงียบให้เราสำรองไปก่อน เราเองก็ต้องเอาไปลงทุนอีกทอดนึง แบบนี้ก็ไม่ไหวจะเคลียร์ คงต้องพูดออกไปตรงๆค่ะ มีกำลังใจมากเลย ขอบคุณอีกครั้งนะคะ😊

คุณ@nuanthip จริงๆ นะคะ คุณทิพย์ยิ่งต่างคนต่างไม่คุยกัน มันไม่เวิร์กจริงๆ ค่ะ มีอะไรก็พูดกันให้ชัดด้วยเหตุและผล ก่อนที่จะมีอารมณ์เข้ามาครอบงำค่ะ ยิ่งกรณีคุณทิพย์เป็นคนลงทุนเนี่ย ยิ่งต้องพูดค่ะ ซีเป็นกำลังใจให้ผ่านพ้นไปได้นะคะ

เป็นเรื่องราวที่ได้ข้อคิดมากๆเลยครับพี่ซี ขอบคุณมากครับที่เอามาเล่าให้ฟังครับ

@tawasiriwach ยินดีค่ะน้องเย

ขอบคุณเรื่องราวที่ได้แง่คิดอย่างยิ่ง

@winney1 ขอบคุณมากเช่นกันนะคะที่แวะมาอ่านค่ะ :)

คำคมเรื่องอย่าทำธุรกิจกับเพื่อนยังใช้ได้เสมอนะคะพี่ซี ลงทุนไปหลายตัวน่าเสียดาย แต่เพื่อซื้อความสบายใจแล้วออกมาจากตรงนั้นถือว่าคุ้มค่าและได้เรียนรู้คน เป็นอุทาหรณ์สอนใจได้ดีทีเดียวค่ะ

@livemylife คำคมนี้คมบาดใจจริงๆ ค่ะ อย่างว่าซื้อความสบายใจค่ะ ถึงวันนี้ก็ยังคิดว่าตัดสินใจไม่ผิดที่พี่ซีเดินออกมาจากตรงนั้น :)

ขอบคุณมากนะครับ มันมีประโยชน์ต่อใหม่มากเลย เพราะความใฝ่ฝันของผมก็คือ เปิดร้านกาแฟแล้วก็มีเบเกอร์รี่ พอฟังแล้วต้องกลับมาคิดให้รอบครอบมากๆเลยครับ

ขอบคุณค่ะ คุณ@maianuwat การทำความฝันให้เป็นความจริง คือความสำเร็จขั้นแรก แต่ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่เราต้องรอบคอบจริงๆ ยังไงก็เอาใจช่วยให้ไม่เจออย่างที่พี่เจอค่ะ

Though I don’t understand the content I just scroll down and watch your awesome photography of foods. It comes out very colourful. The sweets 🍭 are so inviting and made me salivate here. Thanks for sharing Thai sweets place @cicy

@soulbella You're so sweet to drop by and comment. The post is about my cafe which no longer exists! So I was sharing the golden rule that do not run a business with friend. Because friendship can turn to be the unexpected obstacle! And it's the hardest to deal with.😀

Definitely true. I heard same circumstances here in Philippines. Good thing I knew a lot of business situation like that just to make sure I won’t get into it. Thanks for sharing the lesson learned @cicy

เป็นบทความที่สามารถเตือนเพื่อนๆได้ดีมากเลยค่ะคุณ @cicy
เราก็โดนมาเยอะมาก กับกิจการครั้งแรก เรื่องสัญญาก็โดนค่ะ คือไว้ใจคนอื่นมากเกินไป คิดว่าไม่เป็นไรหรอก ก็ไม่จ้างทนาย...เคยโดนตำรวจยี่สิบกว่าคนมาค้นหายาเสพติด เละค่ะ แต่หาไม่เจอ เพราะมันไม่มี โดนแกล้งสารพัด เขาคงสงสัยว่าเราเซ้งหน้าโลว์แต่ทำไมแขกเต็มตลอดฤดู...มันไม่ง่ายเลย ยิ่งเราเป็นคนต่างถิ่น ทุกวันนี้ บอกตามตรงว่าเข็ดค่ะ!.....แต่อีกใจก็ภูมิใจนะ ที่เราสามารถมาถึงจุดนี้ได้....จากเด็กกะโปโลที่หนีออกจากบ้านด้วยเงินร้อยบาท แต่กลับบ้านด้วยเงินล้าน

คุณ @tookta ของคุณตุ๊กตานี่ฟังดูรุนแรงกว่าของพี่ซีอีกนะคะ แต่คุณตุ๊กตาก็เก่งมากค่ะ ที่ผ่านพ้นจุดนั้นมาได้ คนเราถ้าไม่อิจฉาริษยากันไม่แก่งแย่ง กลั่นแกล้งกัน โลกนี้คงน่าอยู่กว่านี้นะคะ😘

Congratulations! This post has been upvoted from the communal account, @minnowsupport, by cicy from the Minnow Support Project. It's a witness project run by aggroed, ausbitbank, teamsteem, theprophet0, someguy123, neoxian, followbtcnews, and netuoso. The goal is to help Steemit grow by supporting Minnows. Please find us at the Peace, Abundance, and Liberty Network (PALnet) Discord Channel. It's a completely public and open space to all members of the Steemit community who voluntarily choose to be there.

If you would like to delegate to the Minnow Support Project you can do so by clicking on the following links: 50SP, 100SP, 250SP, 500SP, 1000SP, 5000SP.
Be sure to leave at least 50SP undelegated on your account.

มีประสบการณ์คล้ายๆกันเลยครับพี่ซี ความเกรงใจและไม่ชัดเจน คืออุปสรรคใหญ่ในการทำธุรกิจเลยครับ เมื่อความเงียบมาเยือน จิตใจจะว้าวุ่นแทน แต่ทุกอย่างย่อม มีที่มาและที่ไปของมันตามลิขิตฟ้า ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ

จริงค่ะ คุณชาติ @pichat ความเกรงใจและปากหนักเป็นคุณสมบัติเด่นของคนไทยเสียด้วย หลายคนที่ทำธุรกิจถึงได้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก พี่ซีก็คิดอย่างที่คุณชาติบอกเลยค่ะ ฟ้าคงกำหนดไว้แล้วล่ะว่าให้พี่กลับมาอยู่กรุงเทพฯ เพราะไม่แน่ว่าถ้ายังเปิดร้านต่อไปจะเจออะไร อาจจะร้ายหรือดีก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นให้คิดซะว่า สิ่งที่กิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ 😊

Coin Marketplace

STEEM 0.04
TRX 0.32
JST 0.080
BTC 59313.08
ETH 1551.67
USDT 1.00
SBD 0.47