โอ๊ย.....สะดุดกลิ่นเต่า🐢🐢🐢🐢

in #thai8 years ago (edited)

สวัสดีค่ะวันนี้ ดิฉันอยากแชร์ประสบการเรื่องกลิ่นเต่าค่ะ....🐢🐢วันนี้ดิฉันไปทำงาน แล้วเข้าไปหาลูกค้าด้วยความเริงร่า และทักทาย....แต่ๆๆๆๆๆๆกลิ่นเต่าโชยมาเท่านั้นแหล่ะ หยุดตรงนี้ที่เทอเลยค่ะ....E7DCE940-473E-4A1C-9190-87DE21271782.jpeg พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ทำไงได้ละคะก้ต้องสู้ต่อไป...ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่อไปค่ะ....แต่พอหลังจากนั้น ดิฉันค้นหาข้อมูลเลยค่ะ
กลิ่นตัว หรือ กลิ่นเต่า เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักจะเหม็นฉุน จริง ๆ แล้วบางคนอาจไม่ได้มีกลิ่นตัวแรงเท่าไร แต่ติดที่จะใช้น้ำยาระงับกลิ่นเพื่อเพิ่มความหอมและความมั่นใจให้กับตัวเองเท่านั้น แต่ถ้าอยากจะรู้ว่าคุณควรจะใช้น้ำยาระงับกลิ่นกายหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้คุณลองสังเกตขี้หูของตัวเองดู หากขี้หูแห้งมีลักษณะเป็นแผ่นสีขาวก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำยาระงับกลิ่นกายแต่อย่างใด เนื่องจากคุณไม่ค่อยมีกลิ่นตัวเท่าไร แต่ถ้าขี้หูของคุณเป็นสีคล้ำ แถมเหนียวและเปียกอีกต่างหาก คุณก็ควรจะหาวิธีลดกลิ่นตัวได้แล้วล่ะ
สาเหตุของกลิ่นเต่า🐢🐢
1.ต่อมเหงื่อในร่างกาย ร่างกายจะมีต่อมเหงื่อด้วยกัน 2 ต่อม ได้แก่ ต่อม eccrine ซึ่งเป็นต่อมเหงื่อชนิดที่ไม่มีกลิ่น มักจะอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และจะผลิตเหงื่อที่มีลักษณะใสเหมือนน้ำ เหงื่อชนิดนี้จะถูกขับออกมาเมื่อทำกิจกรรมหนัก ๆ หรืออยู่ในภาวะอากาศร้อน ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ และต่อม apocrine ซึ่งเป็นต่อมเหงื่อที่มีกลิ่น ซึ่งมักจะกระจายตัวอยู่บางแห่งของร่างกาย โดยเฉพาะตามรูขุมขนบนหนังศีรษะที่จะมีมากที่สุด รองลงมาคือตามรักแร้ ขาหนีบ ก้น และแผ่นหลัง เหงื่อชนิดนี้จะมีลักษณะเหนียวใสคล้ายขี้ผึ้ง มีส่วนผสมของไขมันอยู่มาก นั่นทำให้เวลาเหงื่อชนิดนี้ออกมาก็จะเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ (ร่างกายของเพศหญิงจะมีต่อมเหงื่อมากกว่าเพศชาย แต่ต่อมเหงื่อในเพศชายจะขับเหงื่อออกมามากกว่าต่อมเหงื่อของเพศหญิง)
2.อาหารบางชนิด เช่น เครื่องเทศและอาหารที่มีสารโคลีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ พืชประเภทฝักถั่ว กระเทียม หัวหอม เต้าเจี้ยว ผักชี แกงกะหรี่ แฮม ปลาทูน่า ฯลฯ รวมไปถึงอาหารที่มีรสจัดก็ล้วนแต่เป็นตัวบงการทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ เพราะทำให้ต่อมเหงื่อขับไขมันออกมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณใต้วงแขน และที่สำคัญยังก่อให้เกิดสารตกค้างในลำไส้ ทำให้เหงื่อมีกลิ่นเฉพาะตัวได้อีกด้วย ซึ่งคนที่รับประทานอาหารจำพวกนี้เยอะก็จะมีกลิ่นตัวแรงมากเป็นพิเศษ เช่น คนแขกหรือคนอินเดียที่นิยมรับประทานเครื่องเทศและแกงกะหรี่กันแทบทุกวัน
ทำความสะอาดมากเกินไป ใช่…คุณอ่านไม่ผิดหรอก เพราะการทำความสะอาดที่ “มากจนเกินไป” ก็อาจทำให้กลิ่นตัวของคุณเลวร้ายลงได้ เช่น ใช้สบู่ต้านแบคทีเรียหรือใช้สครับถูเพื่อขจัดสิ่งสกปรกนานเกินไป และบางคนถึงขนาดใช้แอลกอฮอล์ขัดถูซ้ำอีกที นั่นก็อาจทำให้ผิวของคุณแห้งและแตกได้ มันจึงเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายของคุณต้องขับเหงื่อให้มากยิ่งขึ้นเพื่อมาต่อสู้ เนื่องจากร่างกายขาดความชุ่มชื้นมากเกินไปนั่นเอง
3.อารมณ์ (ความเครียด ความโกรธ หรืออาการตกใจ) หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าอารมณ์เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวอันไม่พึงประสงค์ได้ ทำให้ต่อมเหงื่อขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ คุณอาจจะเห็นบางคนเหงื่อเปียกชุ่มตามรักแร้ ขาหนีบ หรือมือ ก่อนหรือในขณะทำภารกิจสำคัญอะไรบางอย่าง เช่น การเตรียมตัวพรีเซนต์งาน การสัมภาษณ์งาน การเข้าสอบ เป็นต้น นั่นเป็นเพราะเขาเกิดความเครียดและมีความกดดัน จึงทำให้ร่างกายผลิตเหงื่อออกมามาก และยิ่งเหงื่อออกมามากเท่าไรก็จะพลอยส่งกลิ่นรบกวนคนรอบข้างมากตามไปด้วย
4.ฮอร์โมน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัยรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมาก จึงอาจทำให้เกิดกลิ่นตัวได้เช่นกัน
เกิดจากพันธุกรรมหรือภาวะผิดปกติของร่างกาย อาจทำให้เหงื่อออกมากจนเกิดกลิ่นตัวได้ เช่น การทำงานที่บกพร่องของระบบเผาเผลาญอาหารบางระบบ หรือระบบการย่อยของเอนไซม์ ทำให้ร่างกายสร้างเคมีบางชนิดที่มีกลิ่นแล้วขับออกมาทางเหงื่อ
5.โรคบางอย่าง ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เหงื่อออกมากจนเกิดกลิ่นตัวได้ เช่น โรคทางสมอง โรคหัวใจ วัณโรค ไทรอยด์ คอหอยพอก โรคตับ โรคไต หรือแม้กระทั่งอยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือน
6.ยาบางชนิด เช่น ยาทารักษาสิวทั่วไปที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide ซึ่งจะมีผลข้างเคียงคือทำให้เกิดกลิ่นตัว
เสื้อผ้า เสื้อผ้าใยสังเคราะห์หรือเสื้อผ้าหนาจะระบายเหงื่อได้ช้า ทำให้เกิดความอับชื้น ส่งผลทำให้เกิดกลิ่นตัวได้
สภาพอากาศ ในสภาพอากาศร้อนหรือร้อนชื้น จะทำให้เชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเป็นพิเศษ และเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ง่ายและรุนแรงมากขึ้น
🐢วิธีระงับกลิ่นตัว🐢

อาบน้ำแล้วยัง? ควรอาบน้ำให้สะอาดอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน จึงทำให้มีเหงื่อไคลมากและจะต้องอาบอย่างทั่วถึงทุกซอกทุกมุมในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดอับชื้นหรือตามข้อพับ และใช้สครับรักแร้อาทิตย์ละ 3 ครั้ง วิธีนี้เป็นเรื่องง่ายและสำคัญที่สุด ซึ่งวิธีกำจัดกลิ่นตัวที่ได้ผลมากที่สุด แต่หลาย ๆ คนกลับละเลยเรื่องนี้ โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่ชอบเล่นกีฬาช่วงเย็น ก็ควรจะอาบน้ำหลังเล่นกีฬาเพื่อเป็นการล้างเหงื่อไคล และอาบอีกครั้งก่อนเข้านอนD1580A1B-9B01-4C43-8715-8B8740F59EA3.jpeg

เลือกใช้สบู่ที่ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียโดยตรง และเน้นฟอกบริเวณที่มีการหมักหมมของเหงื่อเพื่อขจัดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่น แต่ในกรณีที่อาบน้ำดีแล้วยังมีกลิ่นตัวอยู่ ก็ต้องแก้ไขโดยทำให้เหงื่อหรือไขมันออกน้อยลง (ซึ่งจะกล่าวในข้อถัดไป) อีกทางหนึ่งก็คือการทำลายเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคที่ผิวหนัง เช่น การใช้สบู่ผสมยาฆ่าเชื้อหรือการทายาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรา และในบางรายอาจต้องใช้การรับประทานยาร่วมด้วย29764C91-03F9-4E5B-9E7C-EB5166229522.gif

ไม่ควรขัดผิวบ่อย ๆ เพราะการขัดผิวจะทำให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถูกทำลาย ทำให้เกิดกลิ่นตัวง่าย (ให้ขัดผิว 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็พอ)

แป้งดับกลิ่นตัว ที่นิยมกันมากจะมีอยู่ 2 ยี่ห้อ คือ แป้งตราเต่าเหยียบโลก และ แป้งสะอาด โดยการนำมาใช้ทาให้ทั่วหลังอาบน้ำเสร็จ โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ที่ให้เน้นทาเป็นพิเศษหน่อย เพราะเป็นจุดอับที่เป็นตัวแพร่ขยายของแบคทีเรียได้ สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป7A9E5E99-D719-4CC5-A288-9010D716BE5B.jpeg

66147BFC-3240-4FFB-9685-9BE9BB1CC0F2.jpeg
น้ำยาระงับกลิ่นกาย หรือ ดีโอโดแรนท์ (Deodorant) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดูจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็นิยมกันมาก โดยน้ำยาระงับกลิ่นกายเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ เพราะกลิ่นกายเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้ามาผสมกับเหงื่อ หากเราใช้น้ำยาระงับกลิ่นกายที่มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย กระบวนการที่ทำให้เกิดกลิ่นก็จะไม่เกิดขึ้น และน้ำยาระงับกลิ่นกายบางยี่ห้อยังมีสารระงับเหงื่อที่ผสมอยู่ด้วย ซึ่งจะช่วยเข้าไปจัดการกับเม็ดเหงื่อที่ผุดออกมา ทำให้เราไม่มีกลิ่นกาย นอกจากนี้น้ำยาระงับกลิ่นกายทั้งหลายก็มักจะใส่น้ำหอมเข้าไปด้วย ทำให้เรามีกลิ่นตัวหอม ๆ แทนกลิ่นเหงื่อและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ (ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้เปลี่ยนยี่ห้อหรือสูตรน้ำยาระงับกลิ่นกายทุก ๆ 6 เดือน เนื่องจากร่างกายสามารถต่อต้านสารระงับเหงื่อเหล่านั้นได้) แต่สำหรับบางคนอาจทำให้เกิดอาการแพ้และทำให้เกิดผื่นดำได้
ยาระงับเหงื่อ หรือ แอนตีเพอร์สไปแรนท์ (antiperspirant) ให้เลือกใช้แบบที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม (ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปมักมีส่วนผสมของน้ำหอม) เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบและทำให้รักแร้ดำจากผื่นได้ โดยยาทาชนิดนี้จะไปทำปฏิกิริยาให้เกิดการอุดตันในท่อเหงื่อและลดการไหลของเหงื่อได้ ทางที่ดีคุณควรไปพบแพทย์เพื่อสั่งยาที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียมคลอไรด์ 20% สำหรับทาระงับเหงื่อ7B262887-2533-47B9-89E2-C9CE480DF788.jpeg

สารส้ม (Focal) ของดีจากธรรมชาติที่ช่วยดับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ใต้วงแขนได้อย่างดีเยี่ยม มีทั้งแบบก้อน (ดั้งเดิม), แบบแท่ง, แบบผง, แบบน้ำ, แบบสเปรย์ ใช้หลังอาบน้ำดับกลิ่นได้สุดยอดนัก อีกทั้งยังช่วยทำให้รักแร้ขาวด้วยนะเออ (แต่บางคนใช้แล้วรักแร้ดำก็มีนะครับ) ใครแพ้น้ำหอม แพ้โรลออน แพ้เต่าเหยียบโลก ไปซื้อมาลองใช้ดูครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน !!ADC6C44A-5056-445C-A1A3-82BFEE344CE1.jpeg
สมุนไพรดับกลิ่นตัว ผักสมุนไพรที่ช่วยระงับกลิ่นกายได้มีอยู่หลายชนิด เช่น การรับประทานผักแขยงแบบสด ๆ, การรับประทานผักกวางตุ้ง, การใช้น้ำมันพิมเสนต้น (Patchouli oil) ผสมกับน้ำอาบ, ใช้ข่อยขัดรักแร้, ใช้ใบพลูหรือใบฝรั่งนำมาโขลกให้ละเอียด แล้วนำมาทาบริเวณรักแร้ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วอาบน้ำล้างออกให้สะอาด หรือจะใช้มะขามเปียกหรือมะนาวแทนก็ได้ หรือจะใช้มะเขือเทศขนาดเท่าผลส้มเขียวหวานประมาณ 5 ผล ใส่น้ำ 2 แก้วปั่นในเครื่องปั่นให้ละเอียด แล้วใช้ผ้าขาวบางกรองเอาแต่น้ำมาเทผสมกับน้ำในอ่างอาบ โดยให้ลงไปแช่ประมาณครึ่งชั่วโมง หากทำเป็นประจำก็จะช่วยลดกลิ่นตัวให้เหลือน้อยลงได้ นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอื่น ๆ อีกหลายชนิดที่ช่วยลดกลิ่นตัวได้ เช่น รากสามสิบ, ใบขลู่สด (Pluchea indica Less.), เถาและใบตำลึง หรือแม้แต่คลอโรฟิลล์ เป็นต้น
926D064F-B808-4010-8548-5313B47FB055.png
โบทอกซ์ (Botox) สำหรับผู้ที่มีกลิ่นตัวแรงมากจนน้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่นเอาไม่อยู่ คุณอาจจะต้องปรึกษาหมอโรคผิวหนังเกี่ยวกับวิธีการรักษาโดยตรง ซึ่งการรักษาด้วยวิธีการฉีดโบทอกซ์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ที่สามารถช่วยลดเหงื่อบริเวณรักแร้ได้ดี โดยวิธีนี้จะไปช่วยยับยั้งสารที่หลั่งออกมาควบคุมระบบประสาทที่ทำให้เกิดการหลั่งของเหงื่อ เพราะฤทธิ์ยาจะช่วยให้ขับเหงื่อน้อยลง โดยสามารถลดเหงื่อได้มากถึง 83% ส่งผลให้มีกลิ่นตัวลดลง แต่จะต้องฉีดยาซ้ำเรื่อย ๆ ทุก 3-6 เดือน ราคาทำต่อครั้งก็ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป ......หวังว่า คงเป็นความรู้ที่ดี ที่ช่วยแบ่งปัญนะคะ เพราะการมีกลิ่นเต่ามันเป็นอะไรที่ทำให้เราเสียบุคลิคมากค่ะ สังคมรังเกียจ แต่เราก้เบือกวิธีที่จะทำให้เรามั่นใจได้ท 🙏ขอบคุณความรู้ดีๆจาก MED THAI.COM🙏ที่ช่วยแชร์ความรู้ค่ะ ขอบคุณค่ะ ท้ายสุดขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมVoteนะคะ...Luv U STEEMIT

Sort:  

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีนะคะ

😂🤣😂🤣ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีนะครับ

ยินดีค่ะ

Coin Marketplace

STEEM 0.04
TRX 0.32
JST 0.080
BTC 61943.49
ETH 1656.22
USDT 1.00
SBD 0.47